ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ออกกำลังกายในน้ำลดความอ้วนได้

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ออกกำลังกายในน้ำลดความอ้วนได้ ออกกำลังกายในน้ำลดความอ้วนได้วารีบำบัดหรือการออกกำลังายในน้ำนั่นเองค่ะออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายในน้ำนี้จะสนุก ง่าย และช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงได้เหมือนกับออกกำลังกายบนบกทั้วๆ ไปค่ะ วิธีนี้นอกจากจะไม่รู้สึกเหนื่อยแล้ว ยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วยนะคะ ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำเป็นก็ทำได้ค่ะออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ก่อนอื่นต้องหาบริเวณของสระว่ายน้ำที่เราสามารถยืนถึงค่ะจากนั้นเริ่มต้นอุ่นเครื่องดังนี้ค่ะ

เอาน้ำลูบตัวสักหน่อยเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนลงน้ำ

เมื่อลงไปแช่น้ำแล้ว ออกเดินก้าวยาวๆ รอบๆ สระ 3-4 รอบ ต่อมาให้ก้าวสั้นลง แล้วเปลี่ยนมาเป็นวิ่งจากช้าๆ แล้วเร่งให้เร็วขึ้น ประมาณ 5 นาที

เกาะขอบสระ กางแขนออก ตั้งลำตัวให้ขนานกับขอบสระแล้วยกลำตัวขึ้น เหยียดแขนให้ตรง แล้วปล่อยตัวลงไปยืนตามเดิม ทำซ้ำประมาณ 5 นาที
จากนั้นมาเริ่มต้นบริหารเพื่อลดไขมันได้เลยค่ะออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ฮูลา…ฮูลาฮูบ สนุกดี..ผอมด้วยนะ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก  ฮูลา…ฮูลาฮูบ สนุกดี..ผอมด้วยนะ นำเอาของเล่นสมัยเด็กมาเติมสีสัน และความสนุกสนานให้แก่การออกกำลังของคุณ แถมยังช่วยลดพุงได้ด้วยนะ

อุปกรณ์ : เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรเลือกใช้ฮูลาฮูปที่หนักราว 3 ปอนด์ คุณอาจใช้ฮูลาฮูปแบบธรรมดาทั่วไปก็ได้ แต่อาจจะไม่เห็นผลในแง่การออกกำลังอย่างชัดเจน เท่ากับการใช้ห่วงที่หนักสักหน่อยออกกำลังกายลดน้ำหนัก .

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก  ระยะเวลา : 30-40 นาที

ขั้นตอน

1.ย่ำอยู่กับที่ 3 นาทีเพื่อวอร์มอัพออกกำลังกายลดน้ำหนัก

2.คล้องห่วงเข้ากับสะโพก และหมุนไปมา 3-5 นาที

3.ยืนแยกขาให้กว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ออกด้านซ้ายเล็กน้อย จากนั้นวางห่วงบนพื้นข้างเท้าซ้าย จับส่วนบนของห่วงด้วยมือซ้าย ยกขาขวาขึ้นด้านข้างให้สูงระดับสะโพกหรือสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะเดียวกันกลิ้งห่วงออกให้ห่างตัว และยกแขนขวาขึ้นเหนือหัว ทำซ้ำ 12 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปอีกข้างหนึ่ง ทำซ้ำ 12 ครั้งเช่นกัน

4.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาที

5.ยืนแยกขากว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า สองมือจับห่วงไว้หน้าตัวแบบเดียวกับจับพวงมาลัยรถ และยกเท้าขวาขึ้นทางด้านข้างสองครั้ง ขณะที่หมุนห่วงไปทางด้านขวา จากนั้น ยกขาซ้ายขึ้นทางด้านข้างสองครั้ง พร้อมกับหมุนห่วงไปทางซ้าย (ทั้งนี้นับเป็นหนึ่งครั้ง) ทำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง

6.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาที

7.ยืนแยกขากว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า ถือห่วงไว้ในมือแบบเดียวกับจับพวงมาลัยรถ หมุนตัวไปข้างซ้ายเล็กน้อย และเหยียดแขนขวาข้ามไปจับด้านซ้ายของห่วง ขณะที่ทำท่านี้เขย่งปลายเท้าขวาขึ้นด้วย ทำซ้ำอีกด้านหนึ่ง (ทั้งหมดนับเป็นหนึ่งครั้ง) ทำสองเซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง

8.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาทีออกกำลังกายลดน้ำหนัก

9.นอนหงายบนพื้น ยกขาทำมุม 90 องศากับพื้น ถือห่วงไว้ในมือซ้าย และวางเท้าทั้งสองข้างแตะเบา ๆ ที่ด้านล่างของห่วง เหยียดแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับยกไหล่ขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย (พยายามอย่าให้บั้นเอวยกตามไปด้วย) และลดขาลงจนกระทั่งอยู่เหนือพื้นสองสามนิ้ว กลับสู่ท่าเริ่มต้นนับเป็นหนึ่งครั้ง ทำซ้ำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง โดยเปลี่ยนมาเป็นข้างขวาในเซ็ตที่สอง

10.คูลดาวน์ด้วยการย่ำอยู่กับที่ 3 นาที (อย่าลืมยืดเส้นสายปิดท้ายสักหน่อยด้วย)ออกกำลังกายลดน้ำหนัก .

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ซึ่งการออกกำลังกายที่ดีนั้นต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละบุคคลด้วย โดยที่สามารถแบ่งประเภทของการออกกำลังกายได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก
1. แอนาแอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน เป็นการระเบิดพลังงานในเวลาสั้นๆ เช่น การเล่นเวทหรือ ยกน้ำหนัก กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้จะเป็นมัดกล้ามเนื้อขาว ซึ่งจะระเบิดพลังงานสูงสุดในระยะเวลาสั้นๆ พลังงานที่เผาผลาญไม่ใช่ไขมัน แต่จะเป็นพลังงานสะสมที่ร่างกายเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อและตับ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ซึ่งในระยะยาวกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้นจากการออกกำลังกายแบบ (Weight Training) จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แม้ขณะนั่งอยู่เฉยๆหรือนอนหลับออกกำลังกายลดน้ำหนัก
2. แอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญไขมันไปใช้เป็นพลังงาน เป็นการออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป มีความต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้ คือมัดกล้ามเนื้อแดง ซึ่งจะเน้นความทนทาน
ดังนั้นถ้าบุคคลนั้นๆจะต้องการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนและไขมัน จะต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค โดยที่สามารถเลือกชนิดกีฬาหรือการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วย โดยเน้นการออกกำลังกายที่มีความต่อเนื่องกันอย่างน้อย 30 นาที และออกกำลังกายอย่างน้อย 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ครับ  ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การวิ่งเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบง่ายๆ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การวิ่งเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบง่ายๆ แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากทั้งสามารถช่วยป้องกันโรคร้ายอย่างโรคหัวใจ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เพิ่มมากขึ้น การออกกำลังกายที่ให้ผลได้ดีเยี่่ยมแถมประหยัดค่าใช้จ่ายมากๆ นั่นก็คือการ “วิ่ง” การวิ่ งเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบง่ายๆ แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ทั้งสามารถช่วยป้องกันโรคร้ายอย่างโรคหัวใจ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เพิ่มมากขึ้นแล้วยังเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน ทำให้มีรูปร่างที่ดี ทั้งช่วยให้ร่าออกกำลังกายลดน้ำหนักงกายเเข็งเเรง ระบบทางเดินหายใจ ปอดระบบหมนุนเวียนโลหิต สมองปลอดโปร่ง เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้เเข็งเเรง เเละยังถือว่าเป็นกิจกรรมที่สามารถเผาผลาญพลังงานและไขมันได้อย่างมากมายในระยะเวลาอันสั้นอีกด้วย แต่ทั้งนั้นก็ควรทีจะเรียนรู้วิธีการวิ่งอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างดีที่สุด การวิ่งเพื่อลดน้ำหนักจัดเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัด จึงเป็นวิธีที่หลายคนค่อนข้างนิยมกัน เพียงแต่สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากหรือคนที่แทบไม่ได้ออกกำลังเลยการวิ่งอาจจะค่อนข้างมีปัญหาเพราะร่างกายไม่เคยชินทำให้วิ่งได้ไม่นานนักนอกจากนั้น การวิ่งที่ไม่ถูกหลักอย่างการฝืนวิ่งเยอะๆ เพื่อหวังลดน้ำหนักให้ได้เร็วๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บและปัญหาสุขภาพอย่างอื่นตามมาได้ด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่น้ำหนักเกินมากๆ จะไม่สามารถวิ่งได้ เพราะจริงๆ แล้ว การวิ่งออกกำลังเป็นวิธีลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูงมากเพียงแต่ต้องวิ่งให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง สำหรับคนที่ค่อนข้างเจ้าเนื้อ การวิ่งที่ถูกวิธีคือ ให้เริ่มจากเดินก่อน จนร่างกายเริ่มชิน ออกกำลังกายลดน้ำหนักจากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนมาเป็น ค่อยๆวิ่งเหยาะ ไปเรื่อยๆ ถ้าเหนื่อยมากให้หยุดพัก อย่าฝืนถ้าไม่ไหวเพราะอาจเกิดการบาดเจ็บได้ การวิ่งที่ถูกต้องนั้นจะต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายช่วยในการส่งตัว อย่าให้เพียงแค่ขาหรือเท้าเท่านั้น จะต้องพยายามไม่ลงน้ำหนักทั้งหมดไปที่เท้ามากเกินไปขณะวิ่ง และถ้าเป็นการเริ่มต้นวิ่งจะต้องไม่หักโหม ไม่วิ่งอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจะทำให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อทำให้เกิดอาการปวดได้ ควรเริ่มต้นวิ่งเบาๆก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มเวลาให้นานขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ให้เริ่มด้วยการวิ่ง 3-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 25-30 นาที ในสัปดาห์ถัดมาก็ค่อยแทรกการวิ่งเข้าไป 30-45 วินาที ในการเดินออกกำลังแต่ละครั้ง ใช้การเดินสลับวิ่ง และค่อยๆ เพิ่มเวลาในการวิ่งขึ้นมาในแต่ละครั้งโดยที่คุมเวลาไม่ให้เราเองต้องเหนื่อยหอบทำอย่างนี้ไปสัก 4-5 สัปดาห์ ร่างกายคุณจะแข็งแรงขึ้น และสามารถวิ่งได้ 30 นาทีโดยไม่หอบ หญิงสาวส่วนใหญ่มักจะคิดว่า การวิ่งออกกำลังมากๆ ออกกำลังกายลดน้ำหนักจะทำให้ขาใหญ่ก้นใหญ่น่องโต ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะจริงๆแล้ว เมื่อเริ่มวิ่งไปซักระยะหนึ่ง กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จะแน่นขึ้น กระชับขึ้น อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่ามันแน่น แลเหมือนจะขยายมากขึ้น แต่ความจริงคือ การวิ่งช้าๆ นานประมาณ30-60 นาทีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่แบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ไม่เกิดอาการปวด และไม่เป็นการเร่งสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาทดแทน จึงไม่ทำให้ขาใหญ่อย่างที่กังวล ดังนั้นการวิ่งเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะเป็นการวิ่งอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งครั้งละประมาณ 30-60 นาที ที่ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากปัญหาเรื่องน่องใหญ่ หรือสะโพกใหญ่ จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากแต่สิ่งที่จะได้รับคือ กล้ามเนื้อน่อง และกล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรงสามารถเคลื่อนไหวได้ทนและนานขึ้นออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายแบบง่ายๆแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายแบบง่ายๆแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นอย่างมากทั้งสามารถช่วยป้องกันโรคร้ายอย่างโรคหัวใจ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เพิ่มมากขึ้น การออกกำลังกายที่ให้ผลได้ดีเยี่่ยมแถมประหยัดค่าใช้จ่ายมากๆ นั่นก็คือการ “วิ่ง” การวิ่ งเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบง่ายๆ แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ทั้งสามารถช่วยป้องกันโรคร้ายอย่างโรคหัวใจ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เพิ่มมากขึ้นแล้วยังเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน ทำให้มีรูปร่างที่ดี ทั้งช่วยให้ร่าออกกำลังกายลดน้ำหนักงกายเเข็งเเรง ระบบทางเดินหายใจ ปอดระบบหมนุนเวียนโลหิต สมองปลอดโปร่ง เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้เเข็งเเรง เเละยังถือว่าเป็นกิจกรรมที่สามารถเผาผลาญพลังงานและไขมันได้อย่างมากมายในระยะเวลาอันสั้นอีกด้วย แต่ทั้งนั้นก็ควรทีจะเรียนรู้วิธีการวิ่งอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างดีที่สุด การวิ่งเพื่อลดน้ำหนักจัดเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัด จึงเป็นวิธีที่หลายคนค่อนข้างนิยมกัน เพียงแต่สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากหรือคนที่แทบไม่ได้ออกกำลังเลยการวิ่งอาจจะค่อนข้างมีปัญหาเพราะร่างกายไม่เคยชินทำให้วิ่งได้ไม่นานนักนอกจากนั้น การวิ่งที่ไม่ถูกหลักอย่างการฝืนวิ่งเยอะๆ เพื่อหวังลดน้ำหนักให้ได้เร็วๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บและปัญหาสุขภาพอย่างอื่นตามมาได้ด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่น้ำหนักเกินมากๆ จะไม่สามารถวิ่งได้ เพราะจริงๆ แล้ว การวิ่งออกกำลังเป็นวิธีลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูงมากเพียงแต่ต้องวิ่งให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง สำหรับคนที่ค่อนข้างเจ้าเนื้อ การวิ่งที่ถูกวิธีคือ ให้เริ่มจากเดินก่อน จนร่างกายเริ่มชิน ออกกำลังกายลดน้ำหนักจากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนมาเป็น ค่อยๆวิ่งเหยาะ ไปเรื่อยๆ ถ้าเหนื่อยมากให้หยุดพัก อย่าฝืนถ้าไม่ไหวเพราะอาจเกิดการบาดเจ็บได้ การวิ่งที่ถูกต้องนั้นจะต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายช่วยในการส่งตัว อย่าให้เพียงแค่ขาหรือเท้าเท่านั้น จะต้องพยายามไม่ลงน้ำหนักทั้งหมดไปที่เท้ามากเกินไปขณะวิ่ง และถ้าเป็นการเริ่มต้นวิ่งจะต้องไม่หักโหม ไม่วิ่งอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจะทำให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อทำให้เกิดอาการปวดได้ ควรเริ่มต้นวิ่งเบาๆก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มเวลาให้นานขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ให้เริ่มด้วยการวิ่ง 3-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 25-30 นาที ในสัปดาห์ถัดมาก็ค่อยแทรกการวิ่งเข้าไป 30-45 วินาที ในการเดินออกกำลังแต่ละครั้ง ใช้การเดินสลับวิ่ง และค่อยๆ เพิ่มเวลาในการวิ่งขึ้นมาในแต่ละครั้งโดยที่คุมเวลาไม่ให้เราเองต้องเหนื่อยหอบทำอย่างนี้ไปสัก 4-5 สัปดาห์ ร่างกายคุณจะแข็งแรงขึ้น และสามารถวิ่งได้ 30 นาทีโดยไม่หอบ หญิงสาวส่วนใหญ่มักจะคิดว่า การวิ่งออกกำลังมากๆ ออกกำลังกายลดน้ำหนักจะทำให้ขาใหญ่ก้นใหญ่น่องโต ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะจริงๆแล้ว เมื่อเริ่มวิ่งไปซักระยะหนึ่ง กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จะแน่นขึ้น กระชับขึ้น อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่ามันแน่น แลเหมือนจะขยายมากขึ้น แต่ความจริงคือ การวิ่งช้าๆ นานประมาณ30-60 นาทีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่แบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ไม่เกิดอาการปวด และไม่เป็นการเร่งสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาทดแทน จึงไม่ทำให้ขาใหญ่อย่างที่กังวล ดังนั้นการวิ่งเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะเป็นการวิ่งอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งครั้งละประมาณ 30-60 นาที ที่ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากปัญหาเรื่องน่องใหญ่ หรือสะโพกใหญ่ จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากแต่สิ่งที่จะได้รับคือ กล้ามเนื้อน่อง และกล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรงสามารถเคลื่อนไหวได้ทนและนานขึ้นออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจ เพราะอะไรเหรอค่ะ …? คงเป็นเพราะว่าเดี๋ยวนี้ เทรนด์ของสุขภาพกำลังมาแรง ประกอบกับโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายก็ได้วิวัฒนาการตัวเองแบบก้าวกระโดด ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก จะด้วยเหตุผลเรื่องโรคต่างๆ หรือว่าต้องการมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนก็แล้วแต่ วิธีการรับมือที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน คือ“การออกกำลังกาย” ไม่ว่าจะออกกำลังแบบเพาะกาย

แอโรบิค วิ่ง ตีเทนนิส ว่ายน้ำ ฯลฯ ล้วนส่งผลดีต่อร่างกายทั้งสิ้น

ว่าแต่จะเลือกออกกำลังกายเวลาไหน ถึงจะดีที่สุด “เช้า” หรือ “เย็น”? คงเป็นคำถามที่หลายๆ คนอยากรู้ รวมทั้งตัวดิฉันเองด้วย วันนี้ดิฉันได้อ่านเจอบทความเรื่องนี้มา เลยนำมาเขียนเป็นไดอารี่แบ่งปันกับเพื่อนๆ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

การออกกำลังกายไม่ว่าจะ “เช้า” หรือ “เย็น” ต่างก็ให้ผลดีต่อสุขภาพทั้งสิ้น ใครที่สะดวกช่วงเวลาไหนก็สามารถออกกำลังกายช่วงนั้นได้ สิ่งที่สำคัญมากกว่าการเลือกช่วงเวลาในการออกกำลังกาย คือ ความสม่ำเสมอหรือความถี่ในการออกกำลังกาย อย่างน้อยควรออกกำลังกาย 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ผลการวิจัยล่าสุดของ ดร.เซดริก ไบร์อัน นักสรีรวิทยา (ที่ปรึกษาการออกกำลังกายแห่งสมาคมเพื่อการออกกำลังกายแห่งสหรัฐอเมริกา) อ้างว่า ผลการวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายของกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงที่น้ำหนักเกินค่ามาตรฐาน ในช่วงอายุ50-75 ปี ที่เข้ารับการทดลองโดยควบคุมให้ออกกำลังกายช่วงเช้าโดยเฉลี่ย 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ พบว่า การนอนหลับของกลุ่มตัวอย่างเป็นไปได้ดีขึ้นและจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ทำให้ผู้หญิงกลุ่มนี้สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่า 13 กิโลกรัม ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก สาวๆ ที่ต้องการลดความอ้วนหรือกระชับสัดส่วน

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก สาวๆ ที่ต้องการลดความอ้วนหรือกระชับสัดส่วน การออกกำลังกายที่ถูกต้อง และการควบคุมอาหาร คือทางออกที่ดีและปลอดภัยที่สุด แต่หลายๆ คนก็ยังไม่ทราบว่า เราควรจะออกกำลังกายตอนไหนดี ออกกำลังกายตอนที่เราว่าง ตอนเย็นหลังเลิกงาน ก่อนอาบน้ำ หรือว่าก่อนนอนตอนกลางคืนดี สิ่งหนึ่งที่คุณสาวๆ หลายคนต้องเจอก็คือ มักจะตั้งเป้าไว้ว่าจะออกกำลังตอนนั้นตอนนี้ แล้วก็ไม่ได้ออกซักที วันนี้เราจะมาแนะนำทางออกให้ค่ะ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายที่ได้ผลดีสำหรับการลดน้ำหนัก และกระชับสัดส่วนคือ หลังคุณตื่นนอนตอนเช้าค่ะ!!! เพราะอะไรมาดูกัน

1. การออกกำลังกายตอนเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญของเราทำงานได้ดีกว่า
เมื่อเราตื่นนอนตอนเช้า ระบบการเผาผลาญของเรายังทำงานได้ช้า เนื่องจากว่าเมื่อเรานอนหลับ ระบบการเผาผลาญจะทำงานช้าลงมากๆ และมันไม่ได้เริ่มต้นทำงานทันทีที่เราตื่น แต่ต้องหลังจากนี้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วทำไมเราไม่กดปุ่มให้ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานตั้งแต่เช้าเลยละ คุณสามารถกระตุ้นให้ระบบการเผาผลาญทำงานหลังจากที่ตื่นได้ด้วยการออกกำลังกายตอนเช้าประมาณ 10 นาที เน้นการเกร็งของกล้ามเนื้อ เมื่อร่างกายมีการใช้พลังงาน มีการเกร็งค้างกล้ามเนื้อ ร่างกายจะกระตุ้นการเผาผลาญให้เริ่มทำงานทันที คุณจะรู้สึกได้ว่า ร่างกายคุณเริ่มอุ่นๆ ขึ้น นั้นก็คือสัญญาณว่าระบบการเผาผลาญของคุณเริ่มทำงานมากขึ้นแล้วค่ะออกกำลังกายลดน้ำหนัก

2. การออกกำลังกายในตอนเช้าหลังตื่นนอน เป็นการเอาชนะข้ออ้างเรื่องเวลา
เมื่อคุณออกกำลังกายในตอนเช้าแล้ว ในระหว่างวันจนถึงเย็น คุณอาจจะต้องทำงานยุ่งจนลืมว่าคุณอยากออกกำลังกาย เมื่อเลิกงานตอนเย็น ก็อาจจะต้องเดินทางไปกับเพื่อนๆ หรือเจ้านายอีก ดังนั้นโอกาสที่คุณจะหวังว่าเย็นนี้จะว่างแล้วไปออกกำลังกายแน่ๆ เป็นไปได้ยากมากค่ะ นอกจากว่าคุณจะว่างจริงๆออกกำลังกายลดน้ำหนัก

3. การออกกำลังกายในตอนเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญทั้งวันดีขึ้น
ระบบเผาผลาญของร่างกายก็คล้ายๆ กับเตาไฟที่เผาไหม้ค่ะ มันต้องมีการอุ่นเครื่องก่อน การที่เราออกกำลังกายตั้งแต่เช้า เราก็เหมือนกดปุ่มให้ร่างกายเริ่มเผาผลาญตั้งแต่เช้า หากคุณลองออกกำลังกายตอนเช้าหลังตื่นนอนติดต่อกันสักระยะ ประมาณ 5-7 วันติดต่อกัน คุณจะสังเกตเห็นว่า หลังจากออกกำลังกายตอนเช้าแล้ว คุณจะสดชื่น และไม่ง่วงนอน เหมือนแต่ก่อน และตลอดวัน คุณจะรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นมากกว่าง่วงนอน (ยกเว้นว่าคุณนอนไม่พอนะค่ะ) และอารมณ์ต่างๆ ก็จะดีขึ้นด้วย

4. การออกกำลังกายในตอนเช้าทำให้คุณไปทำงานทัน!
เพราะว่าคุณควรจะต้องตื่นก่อนปกติประมาณ 10 นาทีเพื่อมาออกกำลังกายในตอนเช้า ดังนั้นคุณจึงตื่นเช้าไปโดยอัตโนมัติ เมื่อออกกำลังกายเสร็จ คุณจะสดชื่น คงจะนอนต่อไม่ไหวอีก (ยกเว้นว่าจะขี้เกียจ) ทำให้คุณมีเวลาทำภาระกิจในตอนเช้า และเดินทางไปทำงานได้ในตอนเช้า

5. การออกกำลังกายในตอนเช้าช่วยลดความเครียดตลอดวันได้
เวลาที่เราออกกำลังกาย ต่อมพิทูอิทารีจะหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำให้คุณรู้สึกดี ยิ่งเรามีสารเอนดอร์ฟินมากในกระแสเลือด เราจะรู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น และหากคุณรู้สึกดีตั้งแต่เช้า ตลอดทั้งวันนั้นโอกาสที่คุณจะสะสมความเครียดก็จะน้อยลงไปมาก คุณจะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น

6. การออกกำลังกายในตอนเช้าทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่า
มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา เมืองบลูมิงตัน ระบุว่า หากเราออกกำลังกายตอนเช้า จะช่วยทำให้ความดันโลหิตลดลง เพราะความดันหัวใจขณะบีบตัว จะปรับลง 8 จุดใน 11 ชั่วโมง หลังจากออกกำลังกายในตอนเช้า และความดันหัวใจขณะคลายตัวจะลดลง 6 จุด นาน 4 ชั่วโมงหลังจากออกกำลังกายตอนเช้า ในขณะที่ถ้าไปออกกำลังกายตอนเย็นจะไม่ได้ผลลัพท์ดังกล่าวเลย นอกจากนั้นยังมีผลการวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์กีฬาแห่งชาติ (American College of Sports Medicine) ในอินเดียนาโพลิส ยืนยันว่า การที่เราออกกำลังกายตอนเช้า จะเป็นการกระตุ้นให้ต่อมต่างๆ ที่สร้างฮอร์โมนในร่างกายทำงานสูงที่สุด ระดับเทสโทสเทอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อก็จะสูงสุดในตอนเช้าเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงเห็นผลลัพท์ได้เร็วกว่า ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ได้ดีที่สุดคำตอบคือการออกกำลังกายแบบแอโรบิค

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ได้ดีที่สุดคำตอบคือการออกกำลังกายแบบแอโรบิค เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ใช้เวลานาน แต่ใช้ความหนักน้อย ที่สำคัญ คือร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น เนื่องจากได้ออกแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจึงมีเวลาจะสลายไขมันมาใช้ได้มากขึ้น ตัวอย่างของการออกกำลังกายแบบแอโรบิคคือ เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยานอยู่กับที่ เต้นแอโรบิค เต้นรำ ฯลฯ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ระยะเวลาการออกกำลังกายเพื่อ ลดน้ำหนัก ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป(ไม่รวมเวลายืดเหยียด และผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนและหลังออกกำลังกายนะคะ) แต่ไม่ควรเกินหนึ่งชั่วโมง เพราะจะทำให้ร่างกายล้าเกินไป ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ ก่อนอาหารเช้า เนื่องจากการอดอาหารตลอดทั้งคืนซึ่งระหว่างนั้นร่างกายคุณเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต(ไกลโคเจน)จนเกือบหมด ดังนั้นร่างกายจึงถูกบังคับให้โจมตีแหล่งไขมันสะสมในระหว่างการออกกำลังกายก่อนอาหารเช้านั่นเอง

สำหรับการออกกำลังกายในตอนเช้านั้นมีข้อควรระวังเพียงอย่างเดียวนั่นคือ ควรจะให้เวลาในการยืดกล้ามเนื้อ อบอุ่นร่างกายให้มากหน่อย เพราะกล้ามเนื้อที่พักมาตลอดคืน ต้องการเวลาปรับตัวเพื่อเข้ารับการใช้งานอย่างค่อยเป็นค่อยไป H&C ฉบับนี้เลือกท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เหมาะสำหรับจะใช้ในยามเช้า เตรียมพร้อมสำหรับการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนทั้งหลาย โดยแต่ละท่าให้หยุดค้างไว้ท่าละ 10 วินาทีค่ะ

สำหรับยืดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ยืนแยกเท้าให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าเสมอกัน งอเข่าเล็กน้อย แขม่วหน้าท้องเข้าไป ยืดแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ แขนขวาไปข้างหลังลำตัว ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำอีกข้างออกกำลังกายลดน้ำหนัก
ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ปลายเท้าหันเข้าข้างใน ย่อตัวไปข้างหน้า ขาขวาเหยียดตรง (รู้สึกตึงที่น่องขาขวา) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยืดขาซ้ายให้ตรง ปลายเท้าชี้ไปด้านหน้า งอเข่าขวาลง (รู้สึกตึงที่ข้อเท้าซ้ายด้านหน้า) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยกปลายเท้าซ้ายขึ้น (รู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อน่องซ้ายด้านหลัง) หยุดค้างไว้ 10 วินาที
ยืนตรงเท้าชิดกัน งอเข่าและย่อตัวลงนั่ง ระวังให้เท้าราบกับพื้นไม่เขย่งขึ้น และทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้า ใช้แขนช่วยพยุงตัวให้สมดุล หยุดค้างท่านี้ 10 วินาที
ยืนแยกเท้าห่างกันให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าเสมอกัน งอเข่าเล็กน้อย วางมือบนต้นขา ก้มตัวลงให้หลังเป็นเส้นตรงเดียวกันจากปลายกระดูกสันหลังมาถึงปลายศีรษะ หยุดค้างไว้ 10 วินาที และเพื่อให้หลังส่วนล่างและต้นขายืดหยุ่นดีขึ้น ตรึงร่างกายส่วนบนให้แข็งไว้ แล้วยกก้นขึ้นลงหนึ่งถึงสองนิ้วเป็นจังหวะ 10 ครั้ง
ผ่อนไหล่และต้นคอนั่ง มือจับที่ต้นขาด้านหลัง ดึงต้นขาเข้าหาอก กดไหล่ลง ยืดขาไปข้างหน้า หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นยืดขาไปข้างหน้า กดคางมาหาอก โค้งหลังเล็กน้อย หยุดค้างไว้ 10 วินาทีออกกำลังกายลดน้ำหนัก
นอนหงาย ยกขาขึ้นให้ฝ่าเท้าหงายขึ้นฟ้า จับต้นขาด้านหลังบริเวณเหนือเข่าเล็กน้อย แล้วดึงเข่าเข้าหาอก หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นใช้เท้าทั้งสองวาดวงกลมในอากาศ ปล่อยให้หลังส่วนล่างได้เคลื่อนไหวเบาๆบนพื้น
นอนหงายขาซ้ายเหยียดตรง พับขาขวามาวางพาดขนเข่าซ้าย วางมือขวาบนเข่าข้างที่งอและออกแรงกดลงพื้น ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันอีกข้าง
นั่งขัดสมาธิ ยืดแขนขวาตรงผ่านหน้าอก ใช้มือซ้ายจับแขนขวาเหนือข้อศอกเล็กน้อย ดึงเบาๆเข้าหาตัว หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นพับแขนขวาให้มือพาดผ่านคอไปด้านหลัง แล้วใช้มือซ้ายดันข้อศอกขวาเข้าหาคอ ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับแขนอีกข้าง
นั่งขัดสมาธิ งอแขนขวายกขึ้นไว้หลังศีรษะให้ฝ่ามือแตะหลัง ใช้มือซ้ายจับข้อศอกและดันไปข้างหลังเบาๆ ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับแขนอีกข้าง ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะควบคุมน้ำหนักให้พอเหมาะ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะควบคุมน้ำหนักให้พอเหมาะตลอดไป หรือที่เรียกว่าเป็นการลดน้ำหนักอย่างถาวรตลอดชีวิต คำตอบก็ไม่ยากเช่นกัน แต่จุดที่ยากที่สุดคือ เวลาปฏิบัติจะทำได้หรือไม่ จะทำได้จริง ทำต่อเนื่อง ทำจนเป็นนิสัย ทำอย่างมีเหตุผล และทำอย่างมีหลักการได้อย่างไร ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก หลักในการลดความอ้วนนั้นก็มีอยู่ง่าย ๆ ดังนี้

1. การลดน้ำหนักควรใช้วิธีควบคุมน้ำหนักอย่างมีเหตุผล รู้จักวิเคราะห์ วินิจฉัย ประเมินสาเหตุและผลลัพธ์ เข้าใจว่าความอ้วนเกิดขึ้นได้อย่างไร จะควบคุมด้วยวิธีไหน และจะเลือกวิธีใดที่เหมาะกับตัวเอง

2. ในการลดน้ำหนักควรเข้าใจว่าเรื่องของน้ำหนักเป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน การลดจึงควรใช้รูปแบบผสมผสานตั้งแต่การควบคุมทางโภชนาการ การออกกำลังกาย การสร้างกำลังใจ และการระบายความเครียดที่ถูกต้องออกกำลังกายลดน้ำหนัก

3. การลดควรตั้งเป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลดในอัตราสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือเดือนละสองกิโลกรัม การลดแบบค่อย ๆ ทำไปนี้จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวตามไป ไม่ทุรนทุรายจนหมดความอดทนจนต้องหวนกลับไปอ้วนอีก

4. ถ้าไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยตนเอง หรือลองมาหลายวิธีแล้วไม่ได้ผลดี ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะวิธีลดน้ำหนักอย่างถาวรนั้นคือ การเปลี่ยนรูปแบบของวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวันด้วยการกินที่พอเหมาะ การออกกำลังกายอย่างเพียงพอ และความตั้งใจกำลังใจที่กลายเป็นวินัยควบคุมตนเองจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาออกกำลังกายลดน้ำหนัก

5. การบันทึกแสดงสัดส่วนของร่างกายเป็นระยะ เช่น บันทึกน้ำหนัก ส่วนรอบของอก-เอว ตะโพก ไว้เป็นรายเดือนหรือทุกสามเดือน ถ้าสามารถแสดงเป็นกราฟหรือถ่ายภาพเปรียบเทียบไว้ ก็จะช่วยให้ท่านมองเห็นผลสำเร็จหรือล้มเหลวของการควบคุมน้ำหนัก

6. การดูแลสุขภาพและสุขภาพจิตขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลดน้ำหนัก เพราะร่างกายและจิตใจสัมพันธ์กัน ถ้าสุขภาพโดยทั่วไปของท่านสุขกายสบายใจจะช่วยให้ภาวะการควบคุมน้ำหนักเป็นไปด้วยดี อารมณ์มั่นคง การควบคุมวินัยของตนเองจะทำได้ดีกว่าในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอหรืออารมณ์หงุดหงิด ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การวิ่งเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบง่ายๆแต่มีประโยชน์

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การวิ่งเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบง่ายๆแต่มีประโยชน์ ต่อร่างกายเป็นอย่างมากทั้งสามารถช่วยป้องกันโรคร้ายอย่างโรคหัวใจ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เพิ่มมากขึ้น การออกกำลังกายที่ให้ผลได้ดีเยี่่ยมแถมประหยัดค่าใช้จ่ายมากๆ นั่นก็คือการ “วิ่ง” การวิ่ งเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบง่ายๆ แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ทั้งสามารถช่วยป้องกันโรคร้ายอย่างโรคหัวใจ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เพิ่มมากขึ้นแล้วยังเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน ทำให้มีรูปร่างที่ดี ทั้งช่วยให้ร่าออกกำลังกายลดน้ำหนักงกายเเข็งเเรง ระบบทางเดินหายใจ ปอดระบบหมนุนเวียนโลหิต สมองปลอดโปร่ง เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้เเข็งเเรง เเละยังถือว่าเป็นกิจกรรมที่สามารถเผาผลาญพลังงานและไขมันได้อย่างมากมายในระยะเวลาอันสั้นอีกด้วย แต่ทั้งนั้นก็ควรทีจะเรียนรู้วิธีการวิ่งอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างดีที่สุด การวิ่งเพื่อลดน้ำหนักจัดเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัด จึงเป็นวิธีที่หลายคนค่อนข้างนิยมกัน เพียงแต่สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากหรือคนที่แทบไม่ได้ออกกำลังเลยการวิ่งอาจจะค่อนข้างมีปัญหาเพราะร่างกายไม่เคยชินทำให้วิ่งได้ไม่นานนักนอกจากนั้น การวิ่งที่ไม่ถูกหลักอย่างการฝืนวิ่งเยอะๆ เพื่อหวังลดน้ำหนักให้ได้เร็วๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บและปัญหาสุขภาพอย่างอื่นตามมาได้ด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่น้ำหนักเกินมากๆ จะไม่สามารถวิ่งได้ เพราะจริงๆ แล้ว การวิ่งออกกำลังเป็นวิธีลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูงมากเพียงแต่ต้องวิ่งให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง สำหรับคนที่ค่อนข้างเจ้าเนื้อ การวิ่งที่ถูกวิธีคือ ให้เริ่มจากเดินก่อน จนร่างกายเริ่มชิน ออกกำลังกายลดน้ำหนักจากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนมาเป็น ค่อยๆวิ่งเหยาะ ไปเรื่อยๆ ถ้าเหนื่อยมากให้หยุดพัก อย่าฝืนถ้าไม่ไหวเพราะอาจเกิดการบาดเจ็บได้ การวิ่งที่ถูกต้องนั้นจะต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายช่วยในการส่งตัว อย่าให้เพียงแค่ขาหรือเท้าเท่านั้น จะต้องพยายามไม่ลงน้ำหนักทั้งหมดไปที่เท้ามากเกินไปขณะวิ่ง และถ้าเป็นการเริ่มต้นวิ่งจะต้องไม่หักโหม ไม่วิ่งอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจะทำให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อทำให้เกิดอาการปวดได้ ควรเริ่มต้นวิ่งเบาๆก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มเวลาให้นานขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ให้เริ่มด้วยการวิ่ง 3-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 25-30 นาที ในสัปดาห์ถัดมาก็ค่อยแทรกการวิ่งเข้าไป 30-45 วินาที ในการเดินออกกำลังแต่ละครั้ง ใช้การเดินสลับวิ่ง และค่อยๆ เพิ่มเวลาในการวิ่งขึ้นมาในแต่ละครั้งโดยที่คุมเวลาไม่ให้เราเองต้องเหนื่อยหอบทำอย่างนี้ไปสัก 4-5 สัปดาห์ ร่างกายคุณจะแข็งแรงขึ้น และสามารถวิ่งได้ 30 นาทีโดยไม่หอบ หญิงสาวส่วนใหญ่มักจะคิดว่า การวิ่งออกกำลังมากๆ ออกกำลังกายลดน้ำหนักจะทำให้ขาใหญ่ก้นใหญ่น่องโต ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะจริงๆแล้ว เมื่อเริ่มวิ่งไปซักระยะหนึ่ง กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จะแน่นขึ้น กระชับขึ้น อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่ามันแน่น แลเหมือนจะขยายมากขึ้น แต่ความจริงคือ การวิ่งช้าๆ นานประมาณ30-60 นาทีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่แบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ไม่เกิดอาการปวด และไม่เป็นการเร่งสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาทดแทน จึงไม่ทำให้ขาใหญ่อย่างที่กังวล ดังนั้นการวิ่งเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะเป็นการวิ่งอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งครั้งละประมาณ 30-60 นาที ที่ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากปัญหาเรื่องน่องใหญ่ หรือสะโพกใหญ่ จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากแต่สิ่งที่จะได้รับคือ กล้ามเนื้อน่อง และกล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรงสามารถเคลื่อนไหวได้ทนและนานขึ้นออกกำลังกายลดน้ำหนัก.