วิธีกินวิตามินซี ประโยชน์ของวิตามินซี โรคหวัดกับวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี ประโยชน์ของวิตามินซี โรคหวัดกับวิตามินซี โรคหวัด เป็นโรคที่รักษาหายยากโรคหนึ่งและโรคหวัดมักเป็นต้นเหตุที่จะนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น ปอดบวม และไม่มีวิธีใด ๆ ที่จะป้องกันมิให้เกิดโรคหวัด สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคหวัด เกิดขากเชื้อไวรัส แต่เชื้อไวรัสนั้นมีมากมายหลายพันธุ์ เพราะฉะนั้นวัคซีนที่ได้จัดเตรียมขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัส 2 – 3 ชนิด จึงไม่สามารถจะใช้ป้องกันโรคหวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัสทุกชนิดได้ “ยาบรรเทาอาการหวัด” ที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดยาปัจจุบันก็เป็นเพียงยาลดใข้หรือแก้ปวด ซึ่งเกิดจากโรคหวัดไม่ใช่ยาที่ออกฤทธิ์รักษาโรคหวัดโดยตรง วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไรนั้นยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ แต่ก็มีจุดสำคัญ ๆ พอที่จะนำมาสรุปได้ดังนี้

1. วิตามินซี ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคหวัด เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ฤทธิ์ของเชื้อไวรัสเหล่านั้นอ่อนแอลง

2. วิตามินซี มีส่วนสัมพันธ์กับการสังเคราะห์โปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย คือ คอลลาเจน ( ลักษณะคล้ายวัสดุซีเมนต์ ) ซึ่งมีปริมาณประมาณ 30 % ของปริมาณของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายหน้าที่ของคอลลาเจน คือ สารคล้ายกาวที่ยึดเซลล์ไว้ด้วยกัน วิตามินซี นอกจากออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสแล้ว ยังออกฤทธิ์บางส่วนในการเสริมความแข็งแรงโดยสารซีเมนต์นั้นต่อระบบชีวภาพของร่างกายด้วย ด้วยเหตุนี้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ จะถูกปิดกั้น และลดโอกาสการบุกทะลวงของเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ได้ ด้วยผลดังกล่าวเมื่อเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่ระบบชีวภาพจึงถูกควบคุมให้อยู่กับที่โดยเฉพาะไม่เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสได้แผลงฤทธิ์ต่อไปได้ ส่วนทางด้านตัวผู้ป่าวยจะเกิดอาการหวัดเพียงเล็กน้อยหรือไม่เกิดอาการขึ้นเลย ถึงแม้อาการบางอย่างจะปรากฏขึ้นก็เกิดขึ้นอย่างเบาบางและปราบสิ้นไปซึ่งระยะเวลาอันสั้น ถ้าเชื้อไวรัสหวัดสามารถบุกทะลวงเข้าสู่ร่างกายได้ มันจะทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือไข้ ท้องเสีย และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อต่าง ๆ วิตามินซี ก็จะช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายไปให้กลับดีดังเดิม ( ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสหวัด ) ได้ในระยะฟักพื้นวิธีกินวิตามินซี

3. การบริโภควิตามินซี ในขนาดสูง ๆ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งแก่กลไกป้องกันทางชีววิทยา สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญในการป้องการโรคสำหรับร่างกาย ถ้าหากเราสมมุตว่าเชื้อโรคเป็นเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเป็นข้าศึกศัตรู อำนาจป้องกันร่วมกันเพื่อต่อสู้ข้าศึกศัตรูก็คือ กลไกป้องกันทางชีววิทยานั่นเอง และพลังอำนาจในการป้องกันนี้เพิ่มสูงขึ้นได้ ก็โดยการบริโภควิตามินซี เพราะฉะนั้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้บริโภควิตามินซี ในประมาณมาก ๆ กลไกในการป้องกันโรคจะเพิ่มมากขึ้้นวิธีกินวิตามินซี

วิตามินซี ยังช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันทางชีววิทยาและกระตุ้นการผลิตแอนตี้บอดี้ ( ภูมิคุ้มกันโรค ) ด้วย ซึ่งได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในสัตว์พบว่าวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคอย่างแน่นอน

4. วิตามินซี ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตสารอินเตอร์เฟอรอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของเซลล์ต่อเชื้อไวรัสมากขึ้น อินเตอร์เฟอรอนในปัจจุบันเป็นสารสำคัญยิ่งทางด้านการแพทย์ปัจจุบัน เพราะจะออกฤทธิ์โดยตรงต้านโรคมะเร็งและโรคไวรัสตับอักเสบ การผลิตอินเตอร์เฟอรอนนั้น จะเพิ่มประมาณขึ้นโดยฤทธิ์ของวิตามินซี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในการยอมรับที่ว่าวิตามินซี สามารถป้องกันโรคมะเร็งและโรคที่รักษาหายยากได้

อินเตอร์เฟอรอน หรือ “ปัจจัยในการกดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส” สารนี้จะออกฤทธิ์ทำลายโรคติดเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้สารนี้ยังป้องกันการแพร่พันธุ์ ของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและริคเกตเซียอีกด้วย กลไกของสารนี้ในการทำลายเชื้อไวรัสไม่ได้กระทำโดยตรงต่อเชื้อไวรัสแต่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่ถูกรุกรานด้วยเชื้อไวรัส โดยจะหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส

วิถีทางที่ดีที่สุดในการบำบัดโรคหวัด
1. บริโภควิตามินซี อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรคหวัด
2. พยายามบริโภควิตามินซี ในประมาณมาก ๆ เมื่อเริ่มมีอาการโรคหวัด
3. เริ่มบริโภควิตามินซี มาก ๆ ภายหลังที่เกิดอาการไข้หวัดอย่างชัดเจนแล้วขนาดบริโภคของวิตามินซี เพื่อป้องกันโรคหวัด วิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ผิวขาว ประโยชน์ที่มากกว่าผิวขาวใส

วิตามินซี ผิวขาว ประโยชน์ที่มากกว่าผิวขาวใส ประโยชน์จากวิตามินซีนั้นมีมากมายสารพัด ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน ทั้งยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ วิตามินซียังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีก วิตามินซี ผิวขาว.

วิตามินซี ผิวขาว

วิตามินซี ผิวขาว
1.แก้โรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้นร้อยละ 21 ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้วิตามินซี ผิวขาว
2.เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี มันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นที่มาของโรคหัวใจนั่นเองวิตามินซี ผิวขาว
3.ป้องกันและต่อสู้กับมะเร็ง มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยววิตามินซีกับการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง แต่เนื่องจากวิตามินเป็นสารต่ออนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้
4.ป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลตที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก ทั้งยังมีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี มีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึงร้อยละ 77
5.บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส โดยธรรมชาติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส ที่สำคัญคือมีการศึกษาค้นคว้าพบว่า วิตามินซีช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น
6.ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดยวิตามินซีจะเข้าไปช่วยในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น
7.ช่วยเรื่องความจำ โดยวิตามินซีจะช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10 วิตามินซี ผิวขาว.

หลุมสิว วิธีรักษาหลุมสิวให้หายเองธรรมชาติหรือเลเซอร์ดีกว่าหลุมสิว

หลุมสิว วิธีรักษาหลุมสิวให้หายเองธรรมชาติหรือเลเซอร์ดีกว่าหลุมสิว เป็นการอักเสบของสิวอย่างรุนแรงถึงชั้นหนังแท้ มักมีหนองร่วมด้วย จึงทำให้คอลลาเจนถูกทำลาย และมักมีแผลเป็นหลังสิวหายจึงเกิดแผลเป็นใต้หนังผิว หรือ เรียกว่า พังผืด ที่ดึงรั้งผิวหนังจนทำให้เป็นหลุม หลุมสิว.

หลุมสิว

หลุมสิว โดยทั่วไปแล้ว หลุมสิว ที่เกิดจากการอักเสบของชั้นผิวบริเวณนั้น เมื่อสิวหายแล้ว จึงเกิดการยุบตัวลงไปจนเป็นหลุมสิว

ที่มักจะเกิดหลุมและทิ้งร่องรอยไว้ คือ สิวอักเสบ เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบางทีก็อาจจะมาจากพฤติกรรมการบีบ เค้น แคะของเราด้วยในส่วนหนึ่ง

การรักษาหลุมสิว และกระตุ้นหลุมสิว

ถ้าพูดถึง การรักษาหลุมสิว ในปัจจุบันมันก็มีหลายๆ วิธีอย่างที่เรารู้ๆ กัน ตั้งแต่ การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีธรรมชาติต่างๆ

หรือ การแต้มกรด, การกรอผิวให้บางขึ้น, การใช้เข็มแทงลงไป เพื่อเซาะพังผืดออก ทำให้รอยหลุมสิวลึกดีดตัวขึ้นมา

วิธีการนี้ เหมาะสำหรับ คนที่มีรอยหลุมสิวน้อย, การรักษาหลุมสิวโดยใช้เลเซอร์ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง,

การฉีด Stem Cell เพื่อช่วยเติมร่องลึกของริ้วรอย และรอยหลุมสิวให้ผิวเต็ม

วีธีดังกล่าว เป็นการซ่อมแซมผิวที่อ่อนแอสึกหรอ ให้แข็งแรงกลับมามีผิวใหม่ ที่อ่อนเยาว์อย่างเป็น ธรรมชาติ เป็นต้น

การรักษาหลุมสิว

ทางรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุด คือ การรักษาแบบทำควบคู่กันไป ทั้งการกินยา ทายา และเข้ารับการรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ ไม่พยายามบีบ เค้น แคะ สิวที่กำลังอักเสบอยู่

หากเป็นไปได้ ควรใช้ยาหรือไปพบคุณหมอเพื่อปรึกษา และทำการรักษาตามขั้นตอน ทำความสะอาดผิวหน้าทุกครั้ง ก่อนนอน

หากเป็นสิวบ่อย ๆ ควรทายาฆ่าเชื้อสิวทิ้งไว้ก่อนล้างหน้า 10 นาที แล้วจึงล้างออกเพื่อลดการเกิดสิว ดื่มน้ำและรับประทานอาหาร ที่บำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ

ยังไงก็ตามสาวๆ หนุ่มๆ ไม่ควรเครียด หรือกังวลกับ หลุมสิว และร่องรอยแผลเป็น มากจนเกินไป ค่อยๆ รักษาและหมั่นดูแลผิวหน้าบริเวณที่มีปัญหาไป

ตามระยะเวลาที่คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญได้กำหนดไว้ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว หลุมสิว.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยในการฟื้นฟู

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยในการฟื้นฟู ปรับสภาพผิวจากการเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวที่หมองคล้ำแลดูกระจ่างใสขึ้น วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี และถ้าร่างกายขาดวิตามินซี ก็จะมีเลือดออกตามไรฟัน และผิวหนังจะมีอาการฟกช้ำดำเขียวง่าย ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายอ่อนแอ ทำให้ติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียได้ง่าย อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้าง เวลาที่เราเป็นหวัด จะบอกให้เราทานวิตามินซีเม็ด ก็ด้วยสาเหตุที่ร่างกายขาดวิตามินซีค่ะ และจะทำให้แผลหายช้า เส้นเลือดในร่างกายไม่แข็งแรง

วิตามินซีให้คุณมีผิวขาวสวยได้ดังใจ ร่างกายของมนุษย์นั้น ไม่สามารถสร้าง “วิตามินซี” (Ascobic Acid) ขึ้นได้ด้วยตัวเอง และวิตามินซีก็ยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เราจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากการรับประทาน ซึ่งวิตามินซีวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี (Ascobic Acid) เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวขาวผุดผ่องกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ ซึ่งวิตามินซีมีอยู่ในผักผลไม้หลากหลายชนิด และเป็นวิตามินซีที่ละลายน้ำได้ และนอกจากผิวพรรณแล้ว วิตามินซียังช่วยป้องกันโรคหวัด ภูมิแพ้ ป้องกันการติดเชื้อจากบาดแผล และช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ยังสามารถป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง ลดอาการฟกช้ำดำเขียว และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

วิตามินซีจากผักผลไม้สดจะช่วยให้ผิวขาว มีความชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ผิวจะเรียบเนียน และเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น ชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่นในผิวก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ หากรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีอย่างสม่ำเสมอ ยังสามารถช่วยลดอาการผิวไหม้แดดได้ดีอีกด้วย

ตลาดสดทั่วไปก็เป็นอาหารผิวขาวที่เราสามารถหาซื้อได้ง่าย อย่างไรก็ดี ควรทานควบคู่กับการใช้ครีมผิวขาว ครีมหน้าขาว ครีมทาผิวขาว และเครื่องสำอางบำรุงผิวที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100% แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นแล้วค่ะวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
ดังนั้น การรับประทาน “ผักผลไม้” โดยเฉพาะผลไม้ที่มีสีสดใสหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปอย่างสม่ำเสมอ และทานอาหารให้ครบ ๕ หมู่ ควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน เพราะอาหารมันจะทำให้เกิดสิวได้ พร้อมกับดื่มน้ำอย่างน้ำ ๘-๑๐ แก้วต่อวัน และออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย จึงจะทำให้คุณสาว ๆ ได้ผิวขาวถาวรที่สวยแล้ว ยังมาพร้อมกับสุขภาพผิว สุขภาพร่างกายที่ดีด้วย ทั้งนี้ นอกจากการรับประทานผักผลไม้สดแล้ว ยังสามารถนำมามาส์คหน้า ขัดผิว และนำมาสครับผิวได้เป็นอย่างดีเช่นกันค่ะ และคุณสาว ๆ หนุ่ม ๆ ก็สามารถทำได้บ่อยครั้ง ที่สำคัญไม่ควรขัด หรือทำความรุนแรงกับผิวนะค่ะ เพียงแค่สาว ๆ ดูแลตัวเองและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ เท่านี้ก็มีผิวขาวถาวรที่เปล่งปลั่งได้แล้วค่ะ โดยที่คุณสาว ๆ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาหารเสริมผิวขาวกันเลยนะค่ะวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ซึ่งการออกกำลังกายที่ดีนั้นต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละบุคคลด้วย โดยที่สามารถแบ่งประเภทของการออกกำลังกายได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก
1. แอนาแอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน เป็นการระเบิดพลังงานในเวลาสั้นๆ เช่น การเล่นเวทหรือ ยกน้ำหนัก กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้จะเป็นมัดกล้ามเนื้อขาว ซึ่งจะระเบิดพลังงานสูงสุดในระยะเวลาสั้นๆ พลังงานที่เผาผลาญไม่ใช่ไขมัน แต่จะเป็นพลังงานสะสมที่ร่างกายเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อและตับ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ซึ่งในระยะยาวกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้นจากการออกกำลังกายแบบ (Weight Training) จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แม้ขณะนั่งอยู่เฉยๆหรือนอนหลับออกกำลังกายลดน้ำหนัก
2. แอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญไขมันไปใช้เป็นพลังงาน เป็นการออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป มีความต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้ คือมัดกล้ามเนื้อแดง ซึ่งจะเน้นความทนทาน
ดังนั้นถ้าบุคคลนั้นๆจะต้องการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนและไขมัน จะต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค โดยที่สามารถเลือกชนิดกีฬาหรือการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วย โดยเน้นการออกกำลังกายที่มีความต่อเนื่องกันอย่างน้อย 30 นาที และออกกำลังกายอย่างน้อย 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ครับ  ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว สำหรับใครที่ใส่ใจเรื่องการบำรุงผิวพรรณเป็นพิเศษ

วิตามินผิวขาว สำหรับใครที่ใส่ใจเรื่องการบำรุงผิวพรรณเป็นพิเศษ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ล้วนช่วยให้คุณมีผิวพรรณที่ดีได้ แต่ในยุคสมัยที่เร่งด่วนแบบนี้ การเลือกสรรอาหารดีๆ หรือพักผ่อนให้เพียงพอ อาจเป็นเรื่องยาก การทาโลชั่นที่ผสมวิตามินบำรุงผิว หรือทานอาหารเสริม สามารถเข้ามามาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้ได้ เพื่อไม่ให้ผิวพรรณของเราแย่ไปกว่าเดิม เรารวม 6 วิตามินที่นิยมใช้ในการบำรุงผิว ทำให้เราผิวสวย ผิวดี ขาวอมชมพูได้ไม่ยาก มีอะไรบ้างนะ วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว

1. วิตามิน C

มีคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดริ้วรอย วิตามินซีในปริมาณมากพอจะกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูสดใสอ่อนเยาว์ และยังช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง โดยการเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้แผลหายเร็ว ลดการอักเสบ นอกจากนี้ ยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ทำให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และรอยสิวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญช่วยปกป้องผิวจากยูวีด้วยค่ะ แต่เนื่องจากเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำได้ ร่างกายจึงไม่สามารถสะสมวิตามินนี้ไว้ได้นาน เราจึงต้องเติมวิตามินซี เข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ

2. วิตามิน E

มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวมากมาย ทั้งเป็นสารบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบของสิว และปกป้องผิวจากรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตอีกด้วย โดยมากวิตามิน E จะถูกใช้ในการป้องกันและรักษาผิวพรรณ เพราะช่วยลดอัตราการทำลายผิวจากแสงแดดที่ทำให้เกิดรอยแดง ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง ช่วยชะลอการเหี่ยวย่น ลดริ้วรอย และสมานรอยแตกลายบนผิว

3. วิตามินบีรวมวิตามินผิวขาว

เป็นกลุ่มวิตามิน ประกอบได้ด้วย วิตามิน B1 B2 ไนอะซีน แพนโทธีนิกแอซิด B6 B12 โฟลิกแอซิด ไอโอซิทอล และโคลีน วิตามินบีรวม ช่วยบำรุงผิวให้สดชื่น สดใส เปล่งปลั่ง แต่ต้องระวังอย่าทานก่อนนอนนะคะ เพราะวิตามินบีรวมจะทำให้เราตื่นตัว จนคุณอาจกลายเป็นนกฮูกทั้งคืนได้วิตามินผิวขาว
4. L – Glutathione

แอล – กลูต้าไธโอน เป็นสารต้านอนูมูลอิสระที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และขับสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งทำให้ผิวใสขึ้น ทั้งนี้ กลูต้าไธโอนมีผลข้างเคียงทำให้เม็ดสีผิวเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว ทำให้คนนิยมนำมาทำให้ผิวขาว แต่เพราะเกิดจากผลข้างเคียงของยา จึงไม่ผ่านการรับรองข้อบ่งใช้สำหรับทำให้ผิวขาว กลูต้าไธโอนมีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซ้อมมือ สตรอเบอร์รี่ องุ่น อะโวคาโด หน่อไม้ฝรั่ง เนื้อปลา และเนื้อแดง อย่างเนื้อหมูและเนื้อวัว

5. Co – enzyme Q10

โคเอ็นไซม์ คิวเท็น มีบทบาทในการบำรุงผิวพรรณในเรื่องของการชะลอการแก่ก่อนวัย ป้องกันริ้วรอย และช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ที่สำคัญโคเอ็นไซม์ คิวเท็น ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน จึงลดความเสื่อมของเซลล์ และกำจัดของเสียออกจากเซลล์ ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นด้วย

6. Zinc หรือ สังกะสี

สังกะสีช่วยรักษาบาดแผลในร่างกาย ควบคุมฮอร์โมน และควบคุมอาการผิดปกติของผิว จึงทำให้การเกิดสิวลดลง จึงนิยมนำมาเพิ่มในอาหารเสริมเพื่อบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย บอกลารอยแตกลายวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ

รอยแตกลาย บอกลารอยแตกลายวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ กับผิวแตกลายคือการป้องกัน เพราะถ้าผิวแตกลายแล้วจะรักษาให้หายได้ยาก แต่ทุกวันนี้ก็มีครีมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแก้ไขรอยแตกลายให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาด ลองมาดูกันดีกว่าว่าอะไรได้ผล หรือไม่ได้ผลเพราะอะไร รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย

– กรดไกลโคลิก เป็นที่รู้จักว่ามีคุณสมบัติคืนความอ่อนเยาว์ รอยแตกลาย สามารถช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้ แต่อาจทำให้ผิวหนังลอกได้ เนื่องจากกรดไกลโคลิกเผยผิวที่สุขภาพดีกว่าโดยการลอกผิวหนังชั้นบนสุดออก
– วิตามินซี ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน (ที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง) และทำงานร่วมกับกรดไกรโคลิกได้ดี รอยแตกลาย
– เปปไทด์ ยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ช่วยฟื้นฟูผิวได้จริง
– เรตินอยด์ อยู่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์วิตามินเอ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ในขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้
– กรดไกลโคลิกและเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพรักษารอยแตกลายได้ดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกัน เพราะจะเพิ่มความยืดหยุ่นของรอยแตกลายได้
– น้ำมันวีทเจิร์ม อุดมไปด้วยวิตามินอี มีการศึกษาพบว่าน้ำมันวีทเจิร์มทำให้รอยแตกลายดีขึ้นได้ถ้าใช้ตอนเริ่มเป็น รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน สำหรับวิธีกระชับรูขุมขนกว้างบนใบหน้าง่ายๆนั้น

กระชับรูขุมขน สำหรับวิธีกระชับรูขุมขนกว้างบนใบหน้าง่ายๆนั้น สาวๆสามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างด้วยสูตรกระชับรูขุมขนจากวิธีธรรมชาติดังต่อ ไปนี้ค่ะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน
1. มะเขือเทศ หากพอกหน้าด้วยมะเขือเทศปั่นวันละ 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน สมานผิวหน้าให้เต่งตึง รักษาสิว และช่วยกระชับรูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัดอีกด้วยค่ะ

2. ประคบน้ำแข็ง เพียงแค่นำเอาก้อนน้ำแข็งสะอาดมาประคบบนใบหน้า หรือถ้าเย็นมากจนทนไม่ไหวก็ให้ใช้ผ้าบางๆ ห่อน้ำแข็งเอาไว้ ก่อนจะนำมาถูก็ได้ จากนั้นถูวนเบาๆและเน้นบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง ทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 15-30 วินาที ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

3. มะนาว เพียงแค่นำน้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับดินสอพองหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ช่วยลดปัญหารูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัด นอกจากนี้แล้วมะนาวยังช่วยให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อมๆกับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ช่วยให้รอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลงอีกด้วยค่ะกระชับรูขุมขน

4. น้ำผึ้ง อีกหนึ่งตัวช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยกระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลงอีกด้วย เพียงแค่นำน้ำผึ้งไปผสมกับโยเกิร์ต แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15 นาที หรือนำมานวดแบบเพียวๆก็ได้เช่นกันค่ะกระชับรูขุมขน

5. ใบบัวบก อีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยกระชับรูขุมขนที่ได้ผลดีไม่น้อยไปกว่าวิธีอื่นๆ เนื่องจากใบบัวบกมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายนั่นเอง สำหรับวิธีใช้ใบบัวบกลดรูขุมขนนั้น เพียงแค่นำใบบัวบกเอามาปั่นผสมกับน้ำเย็น แล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 -30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้รูขุมขนก็จะค่อยๆเล็กลงๆจนหายไปในที่สุดค่ะ

6. น้ำตาลทราย อีกหนึ่งตัวช่วยลดและกระชับรูขุมขนที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแค่นำเอาน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก แล้วนำไปทาบนใบหน้าแล้วก็ขัดเบาๆ โดยค่อยๆหมุนนิ้วเป็นแนววงกลม เน้นส่วนที่มีรูขุมขนกว้างและผิวมัน จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำที่เย็นจัด น้ำผึ้งนั้นมีสรรพคุณในการช่วยลดความมันบนใบหน้าและทำให้รูขุมขนเล็กลง

7. แตงกวา สูตรนี้อาจทำให้หลายๆคนประทับใจไม่น้อย เพียงแค่นำแตงกวามา 1 ลูก ฝานและบดขยี้จนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นให้นำมาผสมกับมะนาวสัก 2-3 หยด แล้วนำมามาร์คบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แตงกวานั้นมีสารทำให้เย็นจึงสามารถช่วยในการลดรูขุมขนกว้างให้กระชับได้ และมะนาวช่วยลดจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอบนใบหน้าได้อีกด้วย  กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ ต่างก็ให้ความสนใจ

ลดหน้าท้อง ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ ต่างก็ให้ความสนใจ กับอวัยวะส่วน หน้าท้อง กันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเราๆ นี่ล่ะค่ะ เพราะการมี หน้าท้องแบนราบ ที่สวย จะทำให้เราใส่เสื้อผ้าสวย และที่สำคัญยังเลือกหาช้อปเสื้อผ้ามาใส่ได้ง่ายด้วย ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง บริหารหน้าท้อง

1. ท่าบริหารหน้าท้องส่วนกลางลดหน้าท้อง

* นอนหงาย ตั้งเข่าขึ้น แล้วพับเข่ามาตั้งฉากสองมือ แตะใบหู หายใจเข้า

* หายใจออก แล้วยกไหล่ขึ้นให้พ้นพื้น เกร็งค้างไว้ให้นาน ที่สุด ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง

2. ท่าบริหารหน้าท้องส่วนบน

* นอนหงาย ตั้งเข่าขึ้นเล็กน้อย สองมือแตะใบหู หายใจเข้า

* หายใจออก ค่อยๆ ยกหัวไหล่ให้ลอยขึ้น แล้วเกร็งค้างไว้ให้นานที่สุด

* เมื่อวางลงแล้วหายใจลึกๆ ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง

บริหารหน้าท้อง

3. ท่ากรรเชียงลดหน้าท้อง

* นอนหงาย พับขาซ้ายขึ้นงอตั้งฉาก เหยียดแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ มือขวาแตะเข่าซ้าย หายใจเข้า

* หายใจออก ยกศีรษะขึ้น แล้วแตะสลับ ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ตามความพอใจ

กระชับหน้าท้อง

4. ท่าบริหาร หน้าท้องส่วนล่าง

* นอนหงาย หายใจเข้า

* หายใจออก ยกขาทั้งสองข้างขึ้นตั้งฉาก เหยียดตรง หายใจเข้าลึก แล้วหายใจออก ค่อยๆ เอนขาทั้งสองข้างลงช้าๆ พร้อมกับเกร็งหน้าท้องไว้ เอนขาลงมาเกือบถึงพื้นและเบรกไว้ ทำซ้ำจนทำไม่ไหว ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ สำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหาสิวอักเสบ

สิวอักเสบ สำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหาสิวอักเสบ บวม แดง หรือกลัดหนอง ลองใช้วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณที่จะนำมาเสนอในวันนี้ดูนะคะ ด้วยคุณสมบัติของปูนแดงที่มีฤทธิ์ช่วยในการดูดซับสิวให้แห้ง และขมิ้นชันที่มีคุณสมบัติในการช่วยต้านทานเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบของสิว สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ อีกทั้งยังผสมน้ำมะนาวที่มีวิตามินซีสูง และช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนของผิว และลดการอักเสบได้ สามคุณค่าของสมุนไพรจะช่วยให้สิวบนใบหน้ายุบตัวลงได้อย่างรวดเร็วและไม่เป็นอันตรายจากสารเคมีด้วยค่ะ มาลองทำดูกัน

วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณ

วิธีการรักษาสิวอักเสบด้วยปูนแดงและขมิ้นชันนั้น มีวิธีการที่ไม่ยุ่งยากดังต่อไปนี้คือ เตรียมปูนแดง (แบบสำหรับกินกับหมาก) ประมาณครึ่งช้อนชา ผสมกับผงขมิ้นชัน 1 ช้อนชา หยดน้ำมะนาวลงไปอีกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ซับให้แห้งแล้วนำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาแต้มลงบนหัวสิวที่กำลังอักเสบ หรือกำลังจะอักเสบแล้วทิ้งไว้ให้เนื้อครีมแห้งซึมลงไปสู่ผิว หากรู้สึกแสบยิบ ๆ ให้ล้างออกได้ แต่หากไม่แสบผิวจะทิ้งไว้จนแห้งเลยก็ได้ สูตรนี้สามารถนำมาแต้มสิวได้ทุกวันทั้งเช้าและก่อนนอนจนกว่าจะหาย

วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณนี้ จะช่วยให้สิวยุบตัวเร็วขึ้น พร้อมทั้งทำให้ผิวบริเวณที่เป็นสิวนั้นขาวสว่าง ไม่ทิ้งรอยด่างดำไว้กวนใจหลังจากสิวหายอีกด้วย ทั้งยังช่วยป้องกันผิวบริเวณรอบ ๆ สิวไม่ให้เกิดการอักเสบลุกลาม เพราะส่วนผสมมีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วยค่ะสิวอักเสบ.