ครีมรักษาสิว วิธีการกำจัดสิวแบบเร่งด่วน

ครีมรักษาสิว วิธีการกำจัดสิวแบบเร่งด่วน แต่เมื่อมีความจำเป็นที่คุณต้องการกำจัดสิวให้หายไปในเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวได้อย่างรวดเร็ว ครีมรักษาสิว.

ครีมรักษาสิว

ครีมรักษาสิว

1 ครีมแต้มสิว
หากท่านเป็นสิวอักเสบ สิวบวมแดง สิวหัวหนอง ต้องใช้ตัวช่วยนี้เลย “ครีมแต้มสิว” ซึ่งมีตัวยาช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่หัวสิว ทำให้สิวแห้งและยุบเร็ว โดยครีมแต้มสิวที่มีหลายยี่ห้อให้เลือกด้วยกัน แถมราคาไม่แพง เช่น ครีม TOMEI, ครีม Smooth E Acne Hydro Gel, Clindalin Gel, ครีมภูมิพฤกษา 15, Benzac ac, ผงวิเศษ เป็นต้น
ดูบทความ แนะนำ 9 ครีมแต้มสิวให้สิวยุบชั่วข้ามคืนครีมรักษาสิว
และดูวิธีรักษาสิวอักเสบ Step by step อย่างได้ผลในบทความ การรักษาสิวอักเสบ

2 ยาสีฟัน
ในตัวยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน (triclosan) มีคุณสมบัติเป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอนและเช็ดให้แห้ง(เบาๆ) ใช้ยาสีฟันแต้มที่สิว หลังจากนั้น 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด
ข้อแนะนำคือ ใช้เป็นแบบครีมตัวยาสีฟัน ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้

3 น้ำมะนาว ครีมรักษาสิว
ใช้น้ำมะนาวแต้มที่สิวก่อนเข้านอน ในน้ำมะนาวประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มันมีประสิทธิภาพช่วยในการทำให้สิวของคุณแห้ง นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายด้วยนะค่ะ

4 เบรคกิ้งโซดา
เบรคกิ้งโซดา ก็คือ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง ที่จะช่วยควบคุมระดับ pH ของผิว คุณสามารถใช้ผงฟูเพื่อผลัดผิวหน้าของคุณ โดยการนำผงฟูผสมกับน้ำ จากนั้นนำไปแต้มสิวบริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทิ้งไว้นานเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีผิวที่บอบบาง โดยผงฟูมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วยนะค่ะ

5 ใช้อบเชยผสมน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเป็นยาประจำบ้านที่ดีในการรักษาสิว มันช่วยให้ผิวของคุณสามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ น้ำผึ้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นและช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเรานำน้ำผึ้งแต้มที่สิวที่มีการติดเชื้อและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรืออีกวิธีคือ นำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากกลัวเปื้อนที่นอนสามารถใช้ผ้าบางรองไว้บนหมอน  ครีมรักษาสิว.

ลดความอ้วนผู้ชาย เคล็ดลับการลดพุงสาเหตุของพุงป่อง

ลดความอ้วนผู้ชาย เคล็ดลับการลดพุงสาเหตุของพุงป่อง ไม่ใช่จากการรับประทานเพียงอย่างเดียว และคนพุงป่องก็ไม่ได้แปลว่าอ้วนด้วย แต่อาจเป็นเพียงอาการบวมน้ำเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีดังกล่าวต่อไปนี้อาจช่วยท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย ลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

ลดความอ้วนผู้ชาย กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับผู้ที่สนใจทั่ว ๆ ไป

10 เคล็ดลับ การลดพุงของท่านชาย

1. ร่างกายไม่สามารถเลือกกำจัดเฉพาะไขมันที่พอกอยู่ที่พุงได้ คุณต้องกระตุ้นการเผาผลาญไขมันทั้งตัว ทำได้ง่าย ๆ โดยเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน เช่น เดินขึ้นลงบันไดแทนขึ้นลิฟต์ หรือจอดรถไกลๆ แล้วเดินเร็ว ๆ เพื่อให้ทันเข้าประชุม หรือซื้อน้ำดื่มขวดใหญ่สัก 2 ขวดหิ้วไว้ให้แขนทั้งสองข้างก่อน เริ่มเดินช็อปปิ้งกับหวานใจ และหากเธอทำงานอยู่ใกล้ ๆ ลองงดการโทรศัพท์ แล้วใช้วิธีเดินไปหาแทน จะได้เผาผลาญไขมันที่สะสมให้เป็นเพลิงรักของคุณเสีย
2. งานวิจัยยืนยันมาว่า ไขมันจะสลายตัวได้ง่ายหากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เย็น ดังนั้นช่วงลดหน้าท้อง อาจต้องงดอบซาวนา หรือสตรีมสักเดือน หันมาอาบน้ำเย็นหลังการออกกำลังกาย แถมยังได้ช่วยชาติประหยัดพลังงาน อีกต่างหาก
3. เหล้าและเครื่องดื่มบำรุงกำลัง มีผลทำให้พุงคุณป่องออกมาได้ เพราะฉะนั้นลงมือจัดการเกี่ยวกับตัวปัญหาตั้งแต่วันนี้กันเลยลดความอ้วนผู้ชาย
4. เข้านอนเร็ว ดับไฟ งดดูทีวีก่อนนอน ฝึกทำสมาธิเพื่อการหลับสมบูรณ์ที่สุด เพื่อโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในช่วงหลับ เป็นกุญแจสำคัญที่เร่งการเผาผลาญไขมันได้อย่างราบคาบ
5. ทานมื้อเย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะมีผลต่อการหลั่งโกรทฮอร์โมน เพราะฉะนั้น วางแผนกินมื้อเย็นให้เร็วขึ้น งดปาร์ตี้และบุฟเฟต์รอบดึก เผลอ ๆ สิ้นเดือนอาจเหลือค่าขนมมาซื้อกางเกงตัวใหม่ ต้อนรับเอวที่กระชับของคุณได้
6. ควบคุมการทำงานในช่องปากของคุณในแต่ละมื้อ การรับประทานอาหารช้า ๆ จะช่วยควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ และควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายครบถ้วนทุกมื้อถ้าเป็นไปได้ลดความอ้วนผู้ชาย
7. อย่ามัวแต่บริหารหน้าท้องอย่างเดียว คุณต้องกระตุ้นการเผาผลาญไขมันทั้งตัวด้วย การเน้นกล้ามเนื้อท้องอาจทำให้หน้าท้องคุณกลายเป็นซิกแพ็ก แต่ถ้าไขมันไม่หายไปซิกแพ็กก็อาจเหลือแค่แพ็กเดียว ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การเล่นกล้ามเนื้อต้นขา และสะโพกเป็นการกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุด
8. ไม่ต้องถึงกับฟิตหน้าท้องทุกวันหรอก ลองจัดโปรแกรมฟิตกล้ามเนื้อหน้าท้อง 2-3 เซ็ต ไว้สักสองวันต่อสัปดาห์ สลับกับการเล่นส่วนอื่น ๆ ด้วยการเล่นที่เหมาะสมอาจทำให้กล้ามเนื้อมีเวลาฟอร์มตัวได้ดีกว่า และทำให้กล้ามท้องเกิดได้เร็วกว่าด้วย
9. จุดอ่อนที่ทำให้พุงเกิดอยู่เสมอ คือ คุณมีท่ายืนหลังค่อม ทำให้พุงดูเป็นกองไขมันน่าเกลียดน่ากลัว แม้จะไม่อ้วนก็ตามที การยืนหลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง จะกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้องให้ตึงตัวตลอดเวลา ฝึกยืน เดิน และออกกำลังกายในท่าตรงหลังเสมอ จะทำให้คุณสมาร์ตทั้งตัวครับ ไม่ใช่แค่พุง
10. ท่าบริหารหน้าท้องที่นิยมกันมากที่สุด คือ ท่านอนยกขาหนีบ เท้าลอย ยกศีรษะ เรียกว่า Abs Crunch with Leg Lift ถ้าให้ทันสมัยและเวิร์กยิ่งขึ้น ก้ต้องทำบนลูกบอลออกกำลังกาย ลดความอ้วนผู้ชาย.

สิวอุดตัน หลายคนสงสัยว่าเจ้าสิวอุดตันนั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

สิวอุดตัน หลายคนสงสัยว่าเจ้าสิวอุดตันนั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เป็นเพราะเราสกปรกเกินไปอย่างนั้นหรือ จริง ๆ แล้วเจ้าสิวอุดตันนั้นมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันทำการสร้างน้ำมันมากเกินไปนั่นเอง โดยสิ่งที่ควบคุมการผลิตน้ำมันบนใบหน้าก็คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) เมื่อเจ้าต่อมนี้ผลิตน้ำมันออกมาเยอะจนเหลือใช้แล้วตกค้างอยู่ในรูขุมขน มันก็จะไปรวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เหตุนี้เองจึงทำให้น้ำมันนั้นข้นหนืดจนระบายออกไปไม่ได้ แต่ส่วนที่ระบายออกมาได้เราก็จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าหน้าจะมันแผลบหรือเยิ้มไปด้วยน้ำมัน แล้วเวลาที่หน้ามันมาก ๆ จึงทำให้บางคนหันมาใช้กระดาษซับมัน ซับหน้าทั้งวัน เพราะคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่จะช่วยกำจัดความมันออกไปได้ แต่รู้มั้ยว่าการทำแบบนี้จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ถ้าเลี่ยงได้ก็ขอให้เลี่ยงเถอะ สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน นับว่าเป็นสิวที่สร้างความกวนใจต่อผู้ที่ต้องเผชิญอยู่ไม่น้อย เพราะสิวอุดตันคือสิวที่พบได้มากที่สุด ซึ่งมันจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเราและสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของใบหน้า เพราะมันทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ขรุขระเป็นตุ่มเป็นเนิน แม้ว่าสิวชนิดนี้จะดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่สร้างความเจ็บปวด แต่มันก็ดื้อด้านพอสมควร ไม่มีทางหายไปได้เอง พูดง่าย ๆ ว่าถ้าไม่รีบกำจัดออกมันก็จะยิ่งอัดแน่นในรูขุมขุมขนและอาจลุกลามจนเกินเยียวยา จนเข้าขั้นเป็นสิวโคม่าเลยทีเดียวสิวอุดตัน

พึงระลึกไว้เถอะว่า ถ้าสิวอุดตันฝังอยู่บนหน้าเรานานแค่ไหน ยามที่เราเอามันออกมามันจะทิ้งหลุมลึกไว้ (ลึกตามระยะเวลาที่มันสิงสถิตอยู่บนใบหน้าของเรา) แถมรูขุมขนก็ใหญ่ขึ้นตามขนาดของเม็ดสิวอักด้วย เรียกได้ว่า เจ้าสิวอุดตันนี่แหละที่เป็นตัวการสำคัญทำให้ผิวหน้าที่เคยเรียบเนียนของเราต้องกลายเป็นหลุมเป็นบ่อแบบพระจันทร์

ชนิดของสิวอุดตัน
สิวอุดตินชนิดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) โดยธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จะเริ่มมีการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่าแอนโดรเจน ต่อมไขมันจะเริ่มตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ ทำให้มีการหลั่งไขมันมากขึ้น นอกจากนี้แอนโดรเจนยังไปกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขนได้ด้วย จนทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า “ไมโครโคมีโดน” ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวทั้งหลาย ซึ่งไมโครโคมีโดนนี้อาจจะหายไปได้เองหรือพัฒนาต่อไปกลายเป็นสิวลักษณะอื่น ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมบางอย่าง เช่น หากมีการสะสมของไขมันและเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่ถ้ามีแบคทีเรีย P.acne ก็จะกลายเป็นสิวอักเสบสิวอุดตัน
สิวอุดตันหัวเปิด (Open comedone) ชนิดนี้จะมีหัวสีดำ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สิวหัวดำ” (Black head) สิวแบบนี้เราสามารถบีบหรือกดมันออกได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดการอักเสบจนกลายเป็นสิวอักเสบได้ โดยสิวหัวดำจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร หากสังเกตดี ๆ จะมีจุดดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งจุดเหล่านี้เป็นกลุ่มเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ไขมัน และเชื้อ P.acne ที่อุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน
สิวหัวดำ
สิวอุดตันหัวปิด (Closed comedone) ชนิดนี้จะมีลักษณะเป็น “สิวหัวขาว” (White head) สิวประเภทนี้จะไม่มีหัวให้เรากดออก แล้วถ้าเรายิ่งไปกดไปบีบไขมันที่ไม่มีทางออกจะทะลักกลับไปในผิว ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้ โดยจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร มีสีเดียวกับผิวหนังปกติ สิวชนิดนี้จะเกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน แต่ท่อเปิดจะเล็กมากจนมองไม่เห็น และสิวหัวปิดขนาดใหญ่อาจอยู่ได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และประมาณ 75% ของสิวชนิดนี้จะกลายไปเป็นสิวอักเสบสิวอุดตัน.

หน้าท้องลาย คุณแม่จะมีปัญหาต่างๆเข้ามากวนใจหลายเรื่อง

หน้าท้องลาย คุณแม่จะมีปัญหาต่างๆเข้ามากวนใจหลายเรื่อง เช่น เรื่องการเลี้ยงลูก เรื่องน้ำหนักตัว เรื่องไขมันส่วนเกิน และเรื่องปัญหาหน้าท้องต่างๆ ปกติแล้วคุณแม่จะมีปัญหาเรื่องหน้าท้องโดยหลักๆ ด้วยกันอยู่ 3 เรื่องคือ ท้องลาย ท้องหนา ท้องย้อยหย่อนยาน ซึ่งเรามีวิธีดูแลรักษาหน้าท้องของคุณแม่มาแนะนำดังนี้ค่ะ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย 3 วิธีแก้ปัญหาท้องลาย หนา ย้อย ของคุณแม่

1.ปัญหาท้องลายหน้าท้องลาย

ปกติแล้วคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทุกคนจะมีอาการท้องลายเนื่องจากผิวหนังหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น บางคนก็มีมาก บางคนก็แค่จางๆ สีของลายก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสีผิวของคุณแม่ ช่วงที่ท้องจะลายมากที่สุดคือตั้งแต่ 28-32 สัปดาห์เพราะเป็นช่วงที่ท้องขยายตัวอย่างรวดเร็วดังนั้นในช่วงนี้ควรดูแลหน้าท้องให้ดีที่สุดเช่น อย่าให้หน้าท้องขยายเร็วเกินไปโดยการกินอาหารที่มีประโยชน์จริงๆเท่านั้น ทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว เพื่อที่ผิวจะได้ไม่แห้งและแตกลายมากเกินไป ถ้าต้องการทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นสามารถทาได้แต่ไม่ควรทาแป้งทับเพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้ง การทาครีมเพื่อให้ความชุ่มชื่นต่อผิวสามารถช่วยลดอาการท้องลายได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ค่ะ

2.ปัญหาท้องหนา

เกิดจากการสะสมไขมันจากการกินมากเกินไปตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนมากจะรู้ว่าตัวเองหน้าท้องหนาก็ตอนหลังคลอดนั่นแหละค่ะ ตอนนี้เราก็ได้รู้กันแล้วว่าปัญหาหน้าท้องหนาเกิดตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น แป้งหรือไขมันที่ไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง ถ้ากินโปรตีนมากก็จะไปลงลูก แต่ถ้ากินแป้งมากเกินไปลงพุงแม่แน่นอนค่ะ

3.ปัญหาท้องย้อย หย่อนยานหน้าท้องลาย

ปัญหานี้มักเกิดกับคุณแม่หลังคลอด โดยเฉพาะคุณแม่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนท้องจะยืดออกไปทั้งข้างหน้าและด้านข้างเมื่อคลอดลูกแล้ว เนื้อและไขมันบริเวณที่เคยยืดออกก็จะหย่อนคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งปัญหานี้จะหนักมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด ดังนั้นในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอดคุณแม่ควรรีบลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุดเพราะในช่วง 3 เดือนนี้น้ำหนักของคุณแม่จะลดเร็วที่สุด และทางที่ดีคุณแม่ควรให้ลูกดูดนมบ่อยๆเพราะไขมันส่วนกินที่อยู่ตรงหน้าท้องหรือหน้าขาคุณแม่จะถูกส่งไปช่วยผลิตน้ำนมแม่ ซึ่งเป็นการเผาผลาญไขมันที่ดีมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด และควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสร้างน้ำนมแม่เท่านั้น ลดอาหารที่เป็นไขมันและแป้งให้มากที่สุด การใช้ผ้าพยุงหน้าท้องก็ช่วยเรื่องท้องย้อยได้ดี หรือ ควรซิทอัพทุกวัน วันละ 30 นาที เป็นอย่างน้อยในช่วงที่ร่างกายกลับมาแข็งแรงปกติแล้วค่ะ หน้าท้องลาย.

วิตามินบำรุงผิว วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว

วิตามินบำรุงผิว วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว ร่างกายของคุณได้รับเพียงร้อยละหนึ่งของอาหารที่คุณทานเข้าไป ไม่ว่าจะมากน้อยเท่าใดก็ตาม ดังนั้นการทานวิตามินบำรุงผิวเสริม เพื่อถมช่องว่างความต้องการวิตามินในร่างกายให้เต็มนั้น จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างมีความสำคัญมากเลยทีเดียว วิตามินบำรุงผิว.

วิตามินบำรุงผิว

วิตามินบำรุงผิว
1.Retinoids หรือกรดวิตามินเอ เป็นวิตามินบำรุงผิวสำหรับต่อต้านริ้วรอย ที่ได้รับการค้นคว้าวิจัย และพิสูจน์แล้วกว่า 700 ชิ้น ว่าสามารถช่วยลดริ้วรอย จุดด่างดำให้จางหายไป พร้อมกับช่วยลดความหยาบกร้านของผิวให้ผิวกลับมาราบลื่นมากขึ้นหากมีการใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
การใช้งาน Retinoids เป็นสิ่งที่ค่อนข้างมีข้อจำกัด โดยแนะนำให้ใช้ในช่วงเวลากลางคืน ที่ปลอดแสงแดด อย่างน้อย 2-3 ครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผิวของวิตามินบำรุงผิวชนิดนี้ สามารถทำงานให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็วได้ภายใน 4-8 สัปดาห์ สำหรับปริมาณที่ใช้ในการบำรุงผิวหน้าของคุณอย่างเหมาะสม เพียงปริมาณเท่าเม็ดทั่ว กรดวิตามินเอก็มากเพียงพอแล้วที่จะช่วยครอบคลุมบำรุงใบหน้าโดยรวมของคุณ
2.วิตามินบี 3 เป็นวิตามินบำรุงผิวที่ได้รับพิสูจน์แล้วว่า สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และลดรอยแดงบนผิวให้น้อยลง โดยการปกป้องผิวชั้นนอกเอาไว้ ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้วิตามินบี 3 ยังช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิลยังเซลล์ผิวจุดต่างๆ ที่ทำให้เกิดรอยด่างดำขึ้นบนผิวอีกด้วย วิตามินบี 3 จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีผิวแห้ง และต้องการได้รับวิตามินบำรุงผิวอย่างเหมาะสมวิตามินบำรุงผิว
3.วิตามินซี ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีอย่างน้อย 5% มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยบำรุงผิวพรรณ จากการศึกษาวิจัยทั่วโลก ทำให้เราพบว่า อนุมูลอิสระเป็นสิ่งสำคัญที่ก่อให้เกิดริ้วรอยขึ้นบนผิว ในขณะที่วิตามินซีนั้น สามารถช่วยทำให้ผิวมีความเรียบเนียน เต่งตึง และลดเลือนจุดสีน้ำตาลบนผิวให้น้อยลง นอกจากนี้ในการศึกษาผู้หญิง ที่ผิวได้รับการทำลายจากแสงแดด ด้วยครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซีเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าผิวมีการเปลี่ยนสี มีความสมบูรร์มากขึ้น ดังนั้นการใช้ครีมบำนรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี ทาก่อนครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทึกครั้ง ผิวของคุณก็จะได้รับการปกป้องดูแลได้ดีมากยิ่งขึ้น
4.วิตามินอี เป็นวิตามินบำรุงผิว ที่ช่วยลดความแห้งกร้าน และส่งเสริมการปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวี เพียงส่วนผสมของวิตามินอี อย่างน้อยที่สุด 1% ภายในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว วิตามินอีก็จะสามารถช่วยปราบความแห้งกร้าน ด้วยการทำให้ผิวคงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ นอกจากนี้วิตามินอี ยังช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของอนุมูลอิสระ จนกระทั่งได้รับฉายา “ซุปเปอร์สตาร์” ในการปกป้องดูแลผิวเลยทีเดียว สำหรับการใช้วิตามินอีในการบำรุงผิวพรรณที่เหมาะสมที่สุดนั้น ควรใช้ก่อนและหลังการสัมผัสกับแสงแดดอย่างรุนแรง
การเข้าใจคุณสมบัตที่แตกต่างกันของวิตามินบำรุงผิวแต่ละชนิด พร้อมกับวิธีการใช้ที่ถูกต้องเหมาะสม ล้วนแล้วแต่ทำให้คุณสามารถดึงเอาประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของวิตามินออกมาใช้ได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการช่วยบำรุงผิวพรรณของคุณให้ขาวเนียน สดใส อย่างยาวนานเลยทีเดียว วิตามินบำรุงผิว.

ขาลาย บอกลาปัญหาขาลาย 3 สูตรสครับง่ายๆ

ขาลาย บอกลาปัญหาขาลาย 3 สูตรสครับง่ายๆ ที่ช่วยให้ขาเนียนด้วยเหตุนี้เอง เราจึงนำ 3 สูตรสครับขา แก้ปัญหารอยด่างดำและอาการขาลายมาฝากกันค่ะ สาวๆ คนไหนที่กำลังกลุ้มใจว่าทำอย่างไรขาจึงจะสวยซักที ลองเอา 4 สูตรสครับนี้ไปทำตามกันดูค่ะ ขาลาย.

ขาลาย

ขาลาย
1. สครับขาด้วยดินสอพองขาลาย
ผสมดินสอพองกับน้ำมะนาว คนผสมให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมข้น จากนั้นนำมาพอกขาหรือแต้มลงบนจุดด่างดำ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำวันเว้นวันจะช่วยลดรอยต่างๆ ที่ขาได้ค่ะ
2. สครับขาด้วยมะขามเปียกผสมขมิ้นขาลาย
นำน้ำมะขามเปียกผสมกับขมิ้นผง จากนั้นนำใยบวบที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วชุบน้ำมะขามเปียก ค่อยๆ ขัดวนลงบนผิวหนังที่มีรอยด่างดำหรือจะขัดทั่วทั้งขาก็ได้ จากนั้นจึงค่อยล้างน้ำออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถใช้กับบริเวณหัวเข่า ตาตุ่มหรือบริเวณที่มีผิวหนังด้านได้เช่นกันค่ะ
3. สครับขาด้วยมะกรูด
นำมะกรูดมาผ่าครึ่ง จากนั้นนำไปขัดวนเบาๆ ให้ทั่วทั้งขาโดยเฉพาะบริเวณที่มีจุดด่างดำ จากนั้นล้างออกให้สะอาด ควรทำเป็นประจำวันเว้นวันหรืออาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง รอยด่างดำจะลดลงไปอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ขาลาย.

แขนลาย ปัญหาแขนลายเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ

แขนลาย ปัญหาแขนลายเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นจากต่อมน้ำเหลืองที่ทำงานไม่เป็นปกติ รอยแผลเป็นจากกิจกรรมต่างๆ อาการภูมิแพ้ ขนคุด สีผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ ไวรัสผิวหนัง การเพิ่มหรือลดน้ำหนักตัวมากจนเกินไป แต่สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดปัญหาแขนลายกับคุณสาวๆ ในบ้านเรามากที่สุด และควรให้ความใส่ใจมากที่สุดนั้นคือ ปัญหาแขนลายจาก “ผิวที่แห้งมาก” เนื่องจากขาดความชุ่มชื้น จนกระทั่งทำให้เกิดริ้วรอยเส้นแตกลายขึ้นบนผิวเป็นจำนวนมาก แขนลาย.

แขนลาย

แขนลาย การป้องกันอาการแขนลายที่เกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น

ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาแขนลายขึ้นแล้ว ในกลุ่มของผู้สูงอายุยังนับว่าเป็นปัญหาที่มีความร้ายแรงมากที่เดียว เพราะผิวที่แห้งมากๆที่ขา บริเวณใต้ศอก และแขนที่ต่ำ จะแห้งหยาบเป็นสะเก็ด ทำให้เคลื่อนไหวค่อนข้างยาก ถ้าหารู้สึกคันและเกา ก็อาจจะทำให้แผลเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ สำหรับวิธีป้องกันปัญหาแขนลายที่เกิดขึ้นจากการผิวขาดความชุ่มชื้น มีดังต่อไปนี้

1.พยายามอย่าออกไปข้างนอกในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รังสีของดวงอาทิตย์แรงมากที่สุด และอย่าหลงกลเมฆที่ครึ้มทั่วท้องฟ้า เพราะรังสีจากดวงอาทิตย์สามารถทะลุผ่านเมฆเหล่านั้นได้แขนลาย

2.เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF จำนวน 15 ขึ้นไป และควรทาทุกครั้งที่คุณสาวๆอยู่ในสระว่ายน้ำ หรือทะเล ซึ่งควรจะสังเกตฉลากข้างขวดด้วยว่าเป็นครีมกันแดดแบบกันน้ำหรือไม่ เพราะถ้าไม่ใช่แล้วล่ะก็ น้ำจากการทำกิจกรรมเหล่านี้จะชะล้างสารปกป้องผิวจากรังสีของดวงอาทิตย์ออกไปจนหมดแขนลาย

3.ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และควรทาก่อนการออกแดดประมาณ 15-30 นาที ซึ่งปริมาณการทาครีมกันแดดจะมาก และบ่อยครั้งขึ้นอยู่กับกิจกรรมของคุณ เช่น การว่ายน้ำ ปริมาณเหงื่อที่ออก การขัดถูผิวของตัวคุณด้วยผ้าขนหนู เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประสิทธิภาพของครีมกันแดดลดน้อยลง
4.สวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยปกป้องแสงแดด หมวกปีกขนาดใหญ่จะช่วยปกป้องลำคอ หู ตา และหัว ในขณะที่แว่นตากันแดด ควรเลือกแบบที่สามารถป้องกันรังสีจากแสงแดดได้ 99-100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ควรสวมใส่เสื้อแบนยาว กางเกง หรือกระโปรงยาวด้วย

5.หลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกหนัง พยายามอย่าใช้ Sunlamps เครื่องหนังหรือเตียงฟอกหนัง ซึ่งสารเคมีในสารฟอกอาจจะส่งผลทำให้แขนลายขึ้น เนื่องจากเป็นสารที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากองค์การอาหารและยา ของประเทศสหรัฐอเมริกา แขนลาย.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธี อาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ ในไทยมีมากหลายยี่ห้อ และที่ได้คุณภาพหรือด้อยคุณภาพก็มีอยู่ แต่ส่วนใหญ่อาจใช้ราคาเป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ แต่จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ราคาเป็นหลัก แต่ราคาก็ยังมีส่วนด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องมีความรู้บ้างในการเลือกสินค้าที่คุณภาพ เพราะเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกกินอาหารเสริมมากกว่า ไม่ใช่ที่ราคา เพื่อเราจะได้เสียงเงินไปโดยได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าพอกับราคา วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี และอีกอย่างคือวิธีกินอาหารเสริมด้วยว่าควรกินตอนไหน ก่อน หรือหลังอาหาร เพราะร่างกายจะเป็นตัวกำหนดในการนำไปใช้ และถ้าหากเราได้กินวิตามินอาหารเสริมถูกต้อง ร่างกายก็สามารถนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเช่นกัน และที่ถูกต้องอีกอย่างคือ การกินให้ตรงเวลาเพื่อจะได้ไม่ลืม เพราะวิตามินเสริมต้องการเวลาในการทำงานของตัววิตามินเอง

วิธีทาน:วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินรวมผสมแร่ธาตุ–ให้ทานพร้อมอาหารและน้ำ เนื่องจากน้ำและอาหารจะแยกวิตามินและแร่ธาตุออกจากกัน

วิตามินซี—เสื่อมสภาพเร็ว ไม่ควรซื้อขนาดใหญ่ให้ซื้อขนาดเล็กพอทานได้ 1 เดือน ทานเวลาไหนก็ได้กับน้ำเปล่า หรือพร้อมอาหาร วิตามินซีชนิดธรรมดาควรแบ่งกินครั้งละ 250-500 mg. (ยกเว้นชนิด Buffered, Time Release,Sustined ไม่ต้องแบ่ง)

วิตามินซี เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่ละลายและดูดซึมได้ง่ายที่สุด จะทานเวลาไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทานตอนท้องว่าง

ประโยชน์

ช่วยให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ แผล หายเร็วขึ้น ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือดขอด
ช่วยแผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้นฃช่วยให้การดูดซึมธาติเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในเด็กอ่อน
ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียดวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

เราสามารถที่จะทานวิตามินซีได้ทุกวัน เพราะวิตามินซีสามารถขับออกจากร่างกายได้ง่าย การรับประทานวิตามินซีทำให้ผิวดีขึ้นด้วย ในวิตามินซีนอกจากจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยในเรื่องชะลอความแก่ ป้องกันการเป็นมะเร็ง ภูมิแพ้ การเป็นหวัดแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย และไม่ตกค้างในร่างกายเพราะวิตามิน ซี ส่วนเกินจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะในที่สุด

ปริมาณวิตามิน ซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน ร่างกายคนเราควรจะได้รับวิตามิน ซี ในแต่ละวันแตกต่างกันตามวิถีชีวิตและความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายของแต่ละคน เพราะร่างกายคนเราสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ทีละน้อยๆเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกายไป ถ้าร่างกายปกติ ควรได้รับวิตามินซีที่รางกายต้องการขั้นต่ำต่อวัน คือ 60 มิลลกิรัม ถ้าร่างกายมีอาการของหวัด เป็นโรคภมูิแพ้ หรือร่างกายอ่อนแอ ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม ถ้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ หรือมีความเครียดสูง ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิธีกินวิตามินซี การกินวิตามินซี ผลไม้ที่มีวิตามินซีก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าวิตามิน

วิธีกินวิตามินซี การกินวิตามินซี ผลไม้ที่มีวิตามินซีก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าวิตามิน คืออะไร วิตามิน เป็นสารอาหารซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายในการที่จะทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติและเกิดความสมดุลย์ของร่างกาย บทบาทของวิตามินนั้นเปรียบได้กับสารหล่อลื่นในเครื่องจักรกลตามตรรกวิทยา เครื่องจักรกลจะทำงานได้ดีหรือพลังงานที่ทำให้เครื่องจักรเดินได้ต้องอาศัยสารเหล่านี้เป็นสำคัญ ถ้าหากสารหล่อลื่นแห้งหรือขาดหายไปเครื่องจักรกลจะเดินติดขัดหยุดทำงานและเสียหายได้ วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี ในร่างกายมนุษย์นอกจากอาหารหลัก 3 หมู่ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรท และไขมันซึ่งเทียบได้กับโครงสร้าง และพลังงานของเครื่องจักรกล ส่วนวิตามินชนิดต่าง ๆ และแร่ธาตุ เช่น ฟอสฟอรัส แคลเซี่ยม โปแตสเซี่ยม เหล็ก และแมกนีเซี่ยมนั้นเปรียบได้กับสารหล่อลื่น เมื่อเรารวมวิตามินและเกลือแร่เข้าไปในอาหารหลัก 3 หมู่ ก็จะกลายเป็นอาหารหลัก 5 หมู่

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราขาดวิตามินวิธีกินวิตามินซี

วิตามินทั้งหมดกว่า 20 ชนิด เริ่มตั้งแต่วิตามิน เอ จนถึงอันล่าสุด วิตามิน ยู ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต ถ้าหากร่างกายขาดวิตามินอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเกิดอาการโรคขาดวิตามินชนิดนั้นปรากฏให้เห็นได้

ชนิดของวิตามินและอาการขาดวิตามินวิธีกินวิตามินซี
ตัวอย่างชนิดของวิตามินและอาการขาดวิตามินได้แสดงให้เห็นดังข้างล่างนี้ รวมทั้งตัวอย่างชนิดของอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินชนิดนั้นอย่างอุดมสมบูรณ์
วิตามิน เอ 12 – ตาบอดกลางคืน ( น้ำมันตับ, ไข่แดง, เนย, ฟักทอง, มะเขือเทศ )
วิตามิน บี 1 – โรคเหน็บชา ( รำข้าว, ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, น้ำนม )
วิตามิน บี 2 – โรคปากนกกระจอก, เด็กเจริญเติบโตช้า ( น้ำนม, ไข่แดง, ตับ, ผักโขม )
วิตามินดี – โรคกระดูกอ่อน ( น้ำมันตับ, ไข่แดง, น้ำนม เนย, เห็ดหอม )
วิตามิน บี 6 – โรคผิวหนังอักเสบ, ประสาทอักเสบทั่ว ๆ ไป ( รำข้าว, ยีสต์, มันฝรั่ง, ถั่ว, ตับ )
วิตามิน บี 12 – โรคโลหิตจางเพอร์นีเซียส ( ตับ, น้ำนม, ไข่ )
วิตามินซี – โรคลักกะปิดลักกะเปิด ( เลือดออกตามไรฟัน ) ( มะนาว, ส้ม ผักใบเขียว ) วิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง นอกจากความงาม? จากการศึกษาพบว่าวิตามินซี ช่วยอะไรต่อร่างกายได้อย่างมากมาย นอกเหนือจากเพียงเรื่องของความงาม ซึ่งวิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้างนั้น หลักๆมีดังต่อไปนี้ วิตามินซี ผิวขาว.

วิตามินซี ผิวขาว

วิตามินซี ผิวขาว

1.ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต และการพัฒนาการของร่างกายให้เป็นปกติวิตามินซี ผิวขาว

2.ช่วยทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีมากยิ่งขึ้น

3.ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิววิตามินซี ผิวขาว

4.ช่วยในการรักษาบาดแผลให้หายอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

5.ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้วิตามินซีเป็น วิตามินบำรุงผิว ที่มีประสิทธิภาพ

6.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด

7.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

8.ช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้น

9.ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดฝอย

10.ช่วยลดความเมื่อยล้าน อ่อนเพลีย หรือสถาวะร่างกายอ่อนแรงให้น้อยลง วิตามินซี ผิวขาว.