ลดความอ้วน หลักการลดน้ำหนัก คือ ต้องลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย

ลดความอ้วน หลักการลดน้ำหนัก คือ ต้องลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ… อย่าหยุดกินอาหาร แต่ต้องเลือกกินสารอาหารที่ให้พลังงานซึ่งมีอยู่ ๓ กลุ่มเท่านั้นคือ ไขมัน แป้ง และโปรตีน ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน ถ้าหยุดกินอาหารจะทำให้ ร่างกายเสียทั้งโปรตีน (กล้ามเนื้อ) ไขมัน และแป้ง แป้งมีอยู่ในปริมาณจำกัดคือ อยู่ในรูปแบบของไกลโคเจน ที่ตับ ๑๐๐ กรัม ที่กล้ามเนื้ออีก ๔๐๐ กรัม หรือรวมแล้วเป็นพลังงานเพียง ๒,๐๐๐ กิโล-แคลอรี (๕๐๐ กรัม x ๔) ร่างกายมีไขมันเป็นพลังงานถึงแสนกิโลแคลอรี

วิธีการลดน้ำหนักจึงต้องเลือกกินอาหาร เน้นหนัก ไปทางพืช ผัก ถั่ว เห็ด เต้าหู้ ปลา พยายามหลีกเลี่ยงมันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง ของทอด น้ำหวาน ของหวาน กะทิ น้ำตาล เพราะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานมาก แม้แต่ข้าวหรือขนมปัง ถ้ากินมากเกินไป เมื่อถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน

วิธีการกินอาหารจึงต้องค่อยๆ กิน ดื่มน้ำมากๆ ก่อนหรือระหว่างกินอาหาร เริ่มต้นด้วยการกินซุปผัก ๑-๒ จาน เคี้ยวช้าๆ พูดคุยบ้าง หลังจากนั้นกินสลัดผักมากๆ อย่าใช้น้ำสลัดที่หวาน กินผักหลายๆ ชนิด เช่น ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ หัวหอม เพราะพืช ผัก เป็นแหล่งอาหารที่ดี มีไขมันประเภทดีและมีพลังงานน้อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

หลังจากนั้นจึงกิน (ถ้ายังไม่อิ่ม) ปลาทะเล (แต่พยายามหลีกเลี่ยงไข่ปลา) พยายามกินปลาที่ต้ม นึ่ง ลวก แทนที่จะทอด ถ้าเบื่อปลา จะเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์อื่นก็ต้องเลือกไก่ที่เอาหนังออก (หนังมีไขมันมาก)ลดความอ้วน

คนที่ชอบกินข้าวก็อาจกินข้าวได้บ้าง (๑ จาน) กับปลาหรือไก่ ควรค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ กิน กินไปพูดคุยไป ดื่ม น้ำไป ที่แนะนำให้ทำเช่นนี้เพราะร่างกายมนุษย์ก็แปลก กว่าจะรู้ตัวว่าอิ่มจะต้องใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที ด้วยเหตุนี้เองถ้ารีบกินเร็วไป จะกินได้มากภายใน ๒๐ นาที ก่อนที่จะรู้ตัวว่าอิ่ม แต่ถ้าค่อยๆ กินจะพบว่าภายใน ๒๐ นาทีเรายังไม่ค่อยได้กินอะไรมากปรากฏว่าอิ่มแล้ว

หลังอาหารไม่น่าจะกินของหวาน ถ้าจะกินของหวานให้เลือกกินผลไม้ที่ไม่หวานจัด การกินอาหารแต่ละวันจะต้องแบ่งออกเป็น ๓ มื้อ แทนที่จะกินมื้อเดียว จะช่วยทำให้ร่างกายมีน้ำหนักเบากว่า เพราะการกินอาหารแต่ละมื้อร่างกายใช้พลังงานเผาผลาญ ดูดซึมอาหารมาก นั่นคือ มื้อเช้าร้อยละ ๒๕ ของพลังงานทั้งหมดที่จะกินต่อวัน มื้อกลางวันร้อยละ ๕๐ และมื้อเย็นร้อยละ ๒๕ (อย่างน้อย ๓-๔ ชั่วโมงก่อนนอน) และพยายามออกกำลังกายภายใน ๒ ชั่วโมงก่อนอาหารมื้อเย็น

การคุมอาหารอย่างเดียวพบว่าลดน้ำหนักได้ยาก แต่ถ้าออกกำลังกายด้วยจะสามารถช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังช่วยทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเก่าด้วย ฉะนั้นควรคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ถ้าออกกำลังกายโดยไม่คุมอาหาร ออกกำลังกาย เท่าไหร่ก็จะไม่สามารถลดน้ำหนักได้ เพราะขนมปัง ๑ แผ่น หรือไข่ไก่ ๑ ฟอง จะให้พลังงาน ๑๐๐ กิโลแคลอรี ซึ่งถ้าร่างกายจะเผาผลาญ ๑๐๐ กิโลแคลอรี เราจะต้องเดินหรือวิ่ง ๑ ไมล์!

ฉะนั้น ถ้ากินเต็มที่อาจจะต้องวิ่งถึง ๒๐ ไมล์ เพื่อที่จะเผาผลาญพลังงานที่กินหรือดื่มเข้าไปจากการกินอาหารเพียงมื้อเดียว! พยายามลดน้ำหนักตัวเพียงครึ่งถึง ๑ กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และชั่งน้ำหนักทุกวันในเวลาเดียวกัน เช่น ชั่งช่วงเช้าหลังเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะดูว่าน้ำหนักไม่เพิ่มหรือลดเกินไป

ถึงแม้ฮิปโพเครตีสบิดาของวงการแพทย์ชาวกรีกได้กล่าวไว้หลายพันปีแล้ว แต่ยังเป็นคำกล่าวที่ยังเป็นความจริงอยู่จนถึงทุกวันนี้ และเป็นการแนะนำที่ดีที่สุด ถ้าทุกๆ คนทำตามนี้ได้จะป้องกัน ลดการเกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง ความดันเลือดสูง เบาหวาน มะเร็ง กระดูกพรุน อ้วน และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อาจจะตามมา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าจะกินก็ควรจะกินให้เป็น และถ้าจะเป็นโรคต้องเป็นโรคที่ยังป้องกันไม่ได้

High Protein Diet หรือการกินอาหารแบบโปรตีนสูง กล่าวอย่างง่ายๆ คือ เน้นเลือกกินอาหารประเภทโปรตีนเป็นหลัก คาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็นรองลงมาในส่วนน้อย ซึ่งการกินประเภทนี้จะช่วยทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อนั่นก็คือ โปรตีน เป็นสารอาหารสำคัญต่อการสร้างเซลล์กล้ามเนื้อตัวใหม่หลังจากการออกกำลังกาย เมื่อมีปริมาณกล้ามเนื้อมากก็จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานมากขึ้น พลังงานที่ได้รับเข้าไปก็จะถูกใช้จนหมดไม่เหลือเก็บเอาไว้ ช่วยให้ไขมันที่สะสมถูกนำมาใช้ ผลลัพธ์คือ รูปร่างที่กระชับจากล้ามเนื้อมากขึ้น

หลักการกินวิธีนี้เรียกอีกอย่างในชื่อว่า Low carb หรือการกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ สิ่งที่จะถูกจำกัดให้น้อยลงจะเริ่มตั้งแต่แป้ง ข้าว ขนมปัง น้ำตาลและอาหารคาร์โบไฮเดรตประเภทอื่นๆ การกินในลักษณะนี้มีเหตุผลว่าจะช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณน้อยลง หากน้ำตาลที่รับเข้าไปถูกใช้ไม่หมดก็จะถูกจัดเก็บให้อยู่ในรูปของไขมันส่วนเกิน แต่ถ้าหากลดปริมาณการกินลงก็จะช่วยน้ำตาลไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงเอาไขมันที่เก็บไว้มาใช้เป็นพลังงานทดแทนในยามฉุกเฉิน

การเลือกกินโปรตีนให้พอดีกับร่างกายลดความอ้วน

แม้ว่าจะเป็นอาหารประเภทโปรตีนสูง แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเลือกกินโปรตีนได้แบบไม่อั้น เพราะหากร่างกายได้รับมากเกินไปก็อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะการกินเนื้อสัตว์ในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่องจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งในอนาคตได้ง่ายกว่า

หลักการกินโปรตีนให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ควรเลือกกินโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา ถั่วเหลือง ไข่ขาว นม เต้าหู้ และเนื้อสัตว์อื่นๆ ได้บ้างควบคู่กับการกินผักและผลไม้ที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมในปริมาณน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น โปรตีนที่ได้รับจะเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ กระดูกและเส้นเอ็นต่างๆ ต่อไป

เมื่ออาหารการกินในยุคปัจจุบันอุดมสมบูรณ์ มีสีสันสวยงาม รวมไปถึงรสชาติที่หลากหลายชวนให้ลิ้มลอง แต่อย่างไรก็ตาม “ความอ้วน” เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ที่ไม่มีใครอยากที่จะเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะทำให้บุคลิกภาพดูไม่ดีแล้ว ยังได้โรคบางชนิดที่เป็นอันตราย อาทิเช่น ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินหายใจหรือปอด เป็นต้น

จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่บรรดานักชิมลิ้นทองจะเริ่มกังวลถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมกับสรรหาวิธีการควบคุมน้ำหนัก และรักษาหุ่นเอาไว้ จนหลายคนที่ใจร้อนอยากเห็นผลทันตา ก็เลือกที่จะลดความอ้วนแบบเร่งด่วน ทั้งด้วยวิธีการใช้ยา หรือแม้แต่การทำศัลยกรรม ซึ่งวิธีการเหล่านี้ล้วนมีความเสี่ยง และส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งสิ้น ลดความอ้วน.

ลดต้นขา วิธีลดต้นขา ต้นขาใหญ่ด้วย 5 วิธีง่ายๆ

ลดต้นขา วิธีลดต้นขา ต้นขาใหญ่ด้วย 5 วิธีง่ายๆ แต่ได้ผล ปัจจุบันสาวๆ หันมาใส่ใจเรื่องความสวยความงามกันมากขึ้น เรื่องต้นขาใหญ่ ถือเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจ แน่นอนว่าทุกคนอยากขาสวย ขาเรียวเหมือนสาวเกาหลี แต่ทำไงได้เรามันต้นขาใหญ่โดยกำเนิด แล้วมีวิธีไหมที่สาวต้นขาใหญ่ จะสามารถมีต้นขาเรียวสวยได้ หรืออย่างน้อยลดได้บางก็ยังดี คำตอบคือ มีค่ะและได้ผลด้วย วิธีการลดต้นขามีหลายวิธีทางบล็อกจะทยอยนำมาเสนอครับ วันนี้ทางเรามีแนวทางลดต้นขา ลดต้นขาใหญ่อย่างง่าย 5 วิธี มาฝากกันก่อน ลดต้นขา.

ลดต้นขา
ลดต้นขา 5 วิธีลดต้นขา ง่ายๆ แต่ได้ผลนะลดต้นขา
วิธีที่ 1 : เดินเล่น 20-30 นาทีหลังทานข้าวกลางวัน
วิธีแรกเลยสำหรับสาวออฟฟิตที่ต้องทำงานทั้งวันไม่มีเวลาออกกำลังกายเลย เราอาศัยช่วงพักกลางวันนี้ละ เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วก็หาเวลาเดินเล่นสัก 20-30 นาทีเพื่อที่ต้นขาของเราจะได้มีการขยับบ้าง วิธีการเดินนี้ละเป็นการลดต้นขาได้ดีวิธีหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากขณะที่เราเดินกล้ามเนื้อที่ขาได้มีโอกาสทำงาน ทำให้ต้นขาของเรากระชับขึ้น การเดินเพียงแค่นี้ไม่นานจะสังเกตเห็นได้เลยว่าต้นขาและเรียวขาของเราเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ไม่เชื่อก็ลองทำดูสักหนึ่งถึงสองเดือนดู รับรองเราจะมีเรียวขาต้นขาที่เล็กลงอย่างแน่นอน
วิธีที่ 2 : ทิ้งน้ำหนักตัวไปที่ขาทั้ง 2 ข้างเท่าๆ กัน
วิธีต่อไปเลยเวลาที่เราต้องยืนนานๆ ก็ไม่ควรทิ้งน้ำหนักไปยังขาข้างใดข้างหนึ่ง เนื่องจากจะทำให้น้ำหนักของเราทิ้งไปยังขาข้างใดข้างหนึ่งนั้นเอง ทำให้ขาของเราอาจไม่เท่ากันได้ แต่ถ้าเราต้องยืนใช้เครื่องสำนักงานนานๆ ก็มีวิธีทำให้ขาเราเรียวสวยได้ด้วย นั้นก็คือให้ยืนตรงๆ ไขว่ขาไปข้างหน้าข้างหลังเบาๆ ท่านี้ถ้าใส่กางเกงก็ไม่น่าเครียด แต่ถ้าใส่กระโปร่งควรระวังตัวด้วย
วิธีที่ 3 : นวดบริเวณขา 10-20 นาที ทุกวัน ลดต้นขา
การนวดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดต้นขา ที่ได้ผลเช่นกัน การนวดทำให้ต้นขาเล็กลง โดยการนวดนั้นเราควรนวดบริเวณต้นขาเป็นวงเบาๆ ไปให้ทั่วบริเวณขาของเราเป็นเวลา 10-20 นาที ทุกวัน เพราะการนวดเป็นการสลายเซลลูไลท์ที่สะสมตามร่างกาย เพียงเท่านี้ก็จะสามารถทำให้ต้นขาของเราเล็กลงได้เช่นกัน
วิธีที่ 4 : เน้นการออกกำลังกายที่ได้ออกแรงทุกส่วน
ต่อไปก็เป็นวิธีออกกำลังกายทั่วไป เน้นการออกกำลังกายที่ได้ทุกส่วนอย่างเช่นการเต้นแอโรบิค ซึ่งในปัจจุบันนี้การเต้นด้วยการผสมท่ามวยไทยกำลังได้รับความนิยม เพื่อนคนไหนสนใจท่าเต้นผสมมวยไทยนี้ก็ลองมองหาดู รับลองวิธีนี้ไม่เพียงแต่ได้ต้นขาที่เรียวสวยเท่านั้นแต่ยังได้หุ่นเฟิร์มด้วยอย่างแน่นอน การออกกำลังแบบนี้ถ้าอยากให้ได้ผลดีขึ้นก็ควรรวมตัวกับเพื่อนๆ เพราะจะทำให้คุณมีความสุขจากการได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนของคุณนั้นเอง ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อที่จะออกกำลังกาย
วิธีที่ 5 : ก่อนนอน ยกขาออกกำลังกาย 10-20 ครั้งต่อวัน
ก่อนนอน ก็สามารถลดต้นขาได้ โดยการนอนหงายตัวตรง จากนั้นเราก็ยกขาทั้งสองข้างของขึ้นตั้งฉากกับลำตัว หรือจะนอนตะแคงแล้วยกขาทีละข้าง ยกขึ้นยกลง ประมาณวันละสัก 10-20 ครั้งต่อวัน เท่านี้ขาของเราก็จะกระชับและเล็กลง
แนวทางลดต้นขาข้างบนที่นำเสนอไปนี้เป็นวิธีง่ายๆ สามารถทำได้ทุกทีทุกเวลา แต่ต้องใช้เวลาพอสมควรครับถึงจะเห้นผล ผนวกกับต้องลดสัดส่วนของร่างกายส่วนอื่นร่วมด้วย ฉะนั้นเราต้องหมั่นคอยใส่ใจกับกิจวัตรประจำวันและหมั่นลดต้นขาอยู่อย่างสม่ำเสมอนะค่ะ เชื่อว่าเราสามารถมีต้นขาเรียวงามได้แน่นอน ลดต้นขา.

วิตามินบำรุงผิว สำหรับใครที่ใส่ใจเรื่องการบำรุงผิวพรรณเป็นพิเศษ

วิตามินบำรุงผิว สำหรับใครที่ใส่ใจเรื่องการบำรุงผิวพรรณเป็นพิเศษ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ล้วนช่วยให้คุณมีผิวพรรณที่ดีได้ แต่ในยุคสมัยที่เร่งด่วนแบบนี้ การเลือกสรรอาหารดีๆ หรือพักผ่อนให้เพียงพอ อาจเป็นเรื่องยาก การทาโลชั่นที่ผสมวิตามินบำรุงผิว หรือทานอาหารเสริม สามารถเข้ามามาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้ได้ เพื่อไม่ให้ผิวพรรณของเราแย่ไปกว่าเดิม วิตามินบำรุงผิว.

วิตามินบำรุงผิว

วิตามินบำรุงผิว เรารวม 6 วิตามินที่นิยมใช้ในการบำรุงผิว ทำให้เราผิวสวย ผิวดี ขาวอมชมพูได้ไม่ยาก มีอะไรบ้างนะวิตามินบำรุงผิว

1. วิตามิน C

มีคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดริ้วรอย วิตามินซีในปริมาณมากพอจะกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูสดใสอ่อนเยาว์ และยังช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง โดยการเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้แผลหายเร็ว ลดการอักเสบ นอกจากนี้ ยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ทำให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และรอยสิวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญช่วยปกป้องผิวจากยูวีด้วยค่ะ แต่เนื่องจากเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำได้ ร่างกายจึงไม่สามารถสะสมวิตามินนี้ไว้ได้นาน เราจึงต้องเติมวิตามินซี เข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ

2. วิตามิน E

มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวมากมาย ทั้งเป็นสารบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบของสิว และปกป้องผิวจากรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตอีกด้วย โดยมากวิตามิน E จะถูกใช้ในการป้องกันและรักษาผิวพรรณ เพราะช่วยลดอัตราการทำลายผิวจากแสงแดดที่ทำให้เกิดรอยแดง ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง ช่วยชะลอการเหี่ยวย่น ลดริ้วรอย และสมานรอยแตกลายบนผิว

3. วิตามินบีรวม

เป็นกลุ่มวิตามิน ประกอบได้ด้วย วิตามิน B1 B2 ไนอะซีน แพนโทธีนิกแอซิด B6 B12 โฟลิกแอซิด ไอโอซิทอล และโคลีน วิตามินบีรวม ช่วยบำรุงผิวให้สดชื่น สดใส เปล่งปลั่ง แต่ต้องระวังอย่าทานก่อนนอนนะคะ เพราะวิตามินบีรวมจะทำให้เราตื่นตัว จนคุณอาจกลายเป็นนกฮูกทั้งคืนได้
4. L – Glutathioneวิตามินบำรุงผิว

แอล – กลูต้าไธโอน เป็นสารต้านอนูมูลอิสระที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และขับสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งทำให้ผิวใสขึ้น ทั้งนี้ กลูต้าไธโอนมีผลข้างเคียงทำให้เม็ดสีผิวเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว ทำให้คนนิยมนำมาทำให้ผิวขาว แต่เพราะเกิดจากผลข้างเคียงของยา จึงไม่ผ่านการรับรองข้อบ่งใช้สำหรับทำให้ผิวขาว กลูต้าไธโอนมีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซ้อมมือ สตรอเบอร์รี่ องุ่น อะโวคาโด หน่อไม้ฝรั่ง เนื้อปลา และเนื้อแดง อย่างเนื้อหมูและเนื้อวัว

5. Co – enzyme Q10

โคเอ็นไซม์ คิวเท็น มีบทบาทในการบำรุงผิวพรรณในเรื่องของการชะลอการแก่ก่อนวัย ป้องกันริ้วรอย และช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ที่สำคัญโคเอ็นไซม์ คิวเท็น ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน จึงลดความเสื่อมของเซลล์ และกำจัดของเสียออกจากเซลล์ ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นด้วย

6. Zinc หรือ สังกะสี

สังกะสีช่วยรักษาบาดแผลในร่างกาย ควบคุมฮอร์โมน และควบคุมอาการผิดปกติของผิว จึงทำให้การเกิดสิวลดลง จึงนิยมนำมาเพิ่มในอาหารเสริมเพื่อบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส วิตามินบำรุงผิว.

ขาลาย รอยแผลเป็นที่เป็นรอยดำที่ขานั้นตามธรรมชาติแล้วจะจางลงเรื่อยๆ

ขาลาย รอยแผลเป็นที่เป็นรอยดำที่ขานั้นตามธรรมชาติแล้วจะจางลงเรื่อยๆ แต่ใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ระยะเวลาในแต่ละคนไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับรอยแผลด้วยว่าดำมากหรือน้อย, อายุ ถ้าเป็นในผู้ใหญ่รอยดำก็จะจางช้ากว่าในเด็ก เพราะฉะนั้นการป้องกันก่อนที่จะเกิดรอยดำจะดีที่สุด โดยถ้าเป็นจากถูกยุงกัดหรือแมลงกัดก็ใช้ยาทาป้องกัน เมื่อถูกกัดเป็นตุ่มคันให้รีบทายาแก้คันบริเวณจุดนั้น ขาลาย.

ขาลาย

ขาลาย ส่วนการรักษา แนะนำว่าควรใช้ยาทาลดรอยดำ, ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์บริเวณรอยดำ และพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด, ไม่เกาหรือแกะซ้ำ ซึ่งจะทำให้รอยดำยิ่งดำขึ้นค่ะ และมีเลเซอร์ที่ใช้รักษารอยดำได้ จะได้ผลดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สีผิว ถ้าสีผิวคล้ำมักจะได้ผลไม่ดีเท่าคนผิวขาว หลังจากทำเลเซอร์แล้วถ้ายังไม่จางลง จะทำซ้ำอีกครั้งในช่วง 1-2 เดือน ลองปรึกษาคุณหมอดูนะคะขาลาย

วีธีรักษารอยดำที่ขาลาย
2.1 การทายา กลุ่มยาลดรอยดำ (Bleaching) หรือกรดผลไม้ ( AHA )
2.2 การทำ (AHA Treatment) เพื่อลดรอยดำ
2.3 ทำ LASER / IPL เพื่อลดรอยดำขาลาย

อัตราค่าบริการขึ้นอยู่กับเทคนิควิธีการรักษาที่ใช้ค่ะ หากยิงเลเซอร์ / IPL ขึ้นอยู่กับปริมาณของรอยดำที่เป็นและจำนวน shot ที่ยิงค่ะ ลองปรึกษาคุณหมอก่อนตัดสินใจรักษาได้และสอบถามเพิ่มเติมจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำคลินิกได้เลยค่ะ

ส่วนรอยแผลเป็นที่เป็นรอยดำรอยแดงจากสิว นั้น ตามธรรมชาติแล้วจะจางลงเรื่อยๆ แต่ใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ระยะเวลาในแต่ละคนไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับรอยแผลด้วยว่าดำมากหรือน้อย, อายุ ถ้าเป็นในผู้ใหญ่รอยดำก็จะจางช้ากว่าในเด็ก เพราะฉะนั้นการป้องกันก่อนที่จะเกิดรอยดำจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ ขาลาย.

แขนลาย วิธีรักษาแขนลายหรือจุดด่างดำด้วยสมุนไพรธรรมชาติ

แขนลาย วิธีรักษาแขนลายหรือจุดด่างดำด้วยสมุนไพรธรรมชาติ สำหรับสาวๆ หรือ หนุ่มๆ ที่แขนลายโดยโดนยุงกัดหรือเนื่องมาจากแมลงและสัตว์กัดต่อยให้เป็นจุดด่างดำ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นแผลหรือจุดด่างดำที่เกิดขึ้นบนแถวบริเวณขาของเราก็สามารถรักษาได้ ด้วยวิธีทางธรรมชาติได้ อาจจะใช้เวลาในการรักษานานหน่อย แต่ก็สาวๆ หนุ่มๆ หลายคนที่ไม่ยอมทนปล่อยเฉยให้ขาของตัวเองลายหรือเป็นจุดด่างดำอย่างแน่นอน แขนลาย.

แขนลาย

แขนลาย แต่วันนี้เรามีวิธีรักษาขาลายด้วยเคล็ดลับแต่ไม่ลับแต่จะรักษากันด้วยวิธี ธรรมชาติและไม่ต้องไปเสียเงินเป็นจำนวนมากแถมยังไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อ ครีมราคาแพงๆ อีกด้วย เพียงแต่เพื่อนๆ ทำตามวิธีได้บอกไว้ตามข้างล่างนี้ สิ่งที่ควรเตรียมเพื่อ วิธีรักษาขาลาย หรือ จุดด่างดำ1.น้ำมะนาว2.ดินสอพองแขนลาย
ถ้า เพื่อนๆ เตรียม 2 สิ่งนี้มาพร้อมแล้วให้เพื่อนๆ นำเอาน้ำมะนาวมาผสมกับดินสอพองแล้วนำมาคนให้เข้ากัน แล้วจึงนำมาทาตรงบริเวณขาที่เป็นจุดด่างดำ พยายามทาทุกคืนก่อนนอนไม่นานจุดด่างดำก็จะค่อยๆ จางหายไปเอง เห็นไหมล๊ วิธีนี้ง่ายมากเลยใช่ไหม แต่อาการแขนลายมักขึ้นเกิดได้ง่าย แต่ใช้วิธีรักษาคล่องข้างนานหน่อย อย่าใจร้อนมาก เพราะเราต้องใช้เวลาในการรักษาสักหน่อย เดี๋ยวทำไปรีบๆ ก็จะดีขึ้นเอง หลายๆคนมีปัญหาขาลาย เพราะยุงกัดตั้งแต่เด็กๆ พอเกาแล้วก็เป็นแผล พอแผลหายแล้วก็กลายเป็นจุดด่างดำขึ้นเต็มแขนลาย ทำให้แขนลาย ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่ได้ ใส่กระโปรงสั้นก็ไม่มั่นใจ และไม่น่ามองเอาเสียเลย ความจริงขาลายสามารถจางหายไปได้เอง เมื่อเวลาผ่านไป เพียงแต่มันใช้เวลานานมากถึงมากที่สุด ซึ่งระหว่างนั้น แขนลาย เป็นจุด ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่รบกวนจิตใจสาวๆ เพราะจะเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวก็ลำบาก ใส่กางเกงหรือกระโปรงสั้นก็ไม่ได้ ขาดความมั่นใจ ฯลฯ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับแก้ปัญหาขาลาย ทำให้ขาของสาวๆ กลับมาสวยเรียบเนียนเหมือนเดิม มาฝากกันค่ะ เริ่มจากสูตรยอดฮิต เป็นที่แพร่หลาย เรียกกันว่าเป็นสูตรธรรมชาติ และประหยัดที่สุด นั่นก็คือ สูตร ดินสอพอง+น้ำมะนาว นั่นเองสูตรนี้ ก็แค่นำน้ำมะนาวมาบีบใส่ดินสอพอง แล้วคนให้เข้ากัน (ในกรณีที่ใช้น้ำมะนาวล้วนๆแล้วแสบขา ก็สามารถเจือจางด้วยการผสมน้ำเปล่าเพิ่มได้เช่นกันค่ะ) จากนั้นก็นำไปพอกหรือแต้มตรงจุดด่างดำบนขาของเรา แล้วปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน ทำบ่อยๆเท่าที่เห็นสมควร (บางสูตรว่าให้ทำทุกวัน บางสูตรก็ว่าทำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็มี) แล้วจุดด่างดำบนขาของเราก็จะค่อยๆจางลงค่ะ แขนลาย.

วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน

วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ  นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน ทั้งสิวเสี้ยน สิวผด สิวอักเสบ สิวหัวช้าง มี ทั้งสิวเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ ที่มักขึ้นมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะบริเวณของ ใบหน้า แล้วก็ลามมาคอ และหลัง จนอาจทำให้เกิดแผลเป็น แผลอักเสบได้ แต่ต่อไปนี้ คุณไม่ต้อง กังวลใจกับปัญหาเหล่านี้อีกแล้ว เพราะเรามีวิธีรักษาสิว และวิธีป้องกันการเกิดสิวมาฝากค่ะ เป็นมีวิธีดูแล รักษาผิวพรรณ วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ ทั้งก่อนและหลังเป็นสิวมาแนะนำกันค่ะ วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ.

วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ

วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ วิธีรักษาสิว

สาเหตุการเกิดสิว

การเกิดสิวมีหลายสาเหตุนะคะ อายุ วัย ความไม่สมดุลของฮอร์โมน อาหารที่รับประทานอาจมีไขมันหรือน้ำตาลมากเกินไป ระบบขับถ่ายไม่ปกติ อดนอน กระเพาะและลำไส้ทำงานไม่ปกติ ผู้หญิงบางรายเกิดจากการใช้เครื่องสำอางไม่ถูกต้อง ล้างไม่สะอาด

วิธีป้องกันขจัดสิว

ล้างหน้าให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยสบู่อ่อนๆ อย่างน้อย 3 ครั้ง / วัน
รูขุมขนกว้างควรหลีกเลี่ยงการใช้แป้งรองพื้นปิดรูขุมขน เพราะจะอุดตันมาก
ไม่รับประทานของที่มีไขมัน ของหวานมาก เช่น ช็อกโกแลต ถั่วต่างๆ
ผู้ที่ท้องผูกให้รับประทานผัก, ผลไม้, วิตามิน, เกลือแร่ และดื่มน้ำมากๆ
เล่นกีฬาและพักผ่อนให้เพียงพอ
ปัจจัยเสริมที่ควรแก้ไขคือ หญิงที่มีรอบเดือนไม่ปกติ เพราะส่วนใหญ่เลือดและน้ำเหลืองจะไม่ดีไปด้วย
การรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

เมื่อป้องกันแล้วยังเอาไม่อยู่ เป็นสิวขึ้นมาจนได้… ขอแนะน่าวิธีธรรมชาติบำบัด เพราะประหยัด ง่าย ปลอดภัย โดยการใช้สมุนไพร (ไพล, ขมิ้น, ทานาคาฯ) ขัดเบาๆ อย่าง น้อย 1 ครั้ง/อาทิตย์
สิวเสี้ยนและรูขุมขนกว้าง ทำแบบง่ายๆ ประหยัด ให้ใช้ไข่ขาวทาบางๆ แล้วใช้กระดาษไข (สำหรับม้วนผมตามร้านเสริมสวยทั่วไปก็ได้) ปิดทับบริเวณที่ต้องการ ปล่อยให้แห้งแล้วดึงย้อนเส้นขนขึ้นนะคะ (ทำได้บ่อยๆ)
หลังจากนั้นพอกหน้าเพื่อกระชับรูขุมขน และเพื่อดูดสิ่งสกปรกที่ยังตกค้างอยู่ออกให้หมด 2 ครั้งต่ออาทิตย์ ด้วยสาหร่าย, ว่านนางคำ ฯลฯ
สิวอักเสบ สิวหัวหนอง ห้ามขัด ให้เพิ่มน้ำมะนาวเล็กน้อยเวลาพอก (แต้มหัวสิว)
วิธีการรักษาสิวแบบเร่งด่วน

แต่เมื่อมีความจำเป็นที่คุณต้องการกำจัดสิวให้หายไปในเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวได้อย่างรวดเร็ว

ยาสีฟันวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ

” วิธีการรักษาสิว “ ด้วยยาสีฟัน คือ ยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน (triclosan) มีคุณสมบัติ เป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอน และเช็ดให้แห้ง จากนั้น ใช้ยาสีฟันสีขาวแต้มที่สิว ทิ้งไว้ 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด

และที่สำคัญตัวยาสีฟันควรใช้แบบครีม ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้

แพ็คน้ำแข็ง

โดยนำก้อนน้ำแข็ง ไปห่อในผ้าขนหนูนุ่ม แล้วนำไปวาง บนสิวของคุณ มันจะช่วยลด การอักเสบบวม และอาการคันได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยง การใช้น้ำแข็ง ในบริเวณอื่นๆของใบหน้า ที่ไม่ได้เป็นสิว เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง

น้ำมะนาว

ใช้น้ำมะนาว แต้มที่สิวก่อนเข้านอน ในน้ำมะนาวประกอบด้วย วิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มันมีประสิทธิภาพ ช่วยในการทำให้สิวของคุณแห้ง

นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายด้วย นะค่ะ

เบรคกิ้งโซดา

เบรคกิ้งโซดา ก็คือ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง ที่จะช่วยควบคุมระดับ pH ของผิว คุณสามารถใช้ผงฟู เพื่อผลัดผิวหน้าของคุณ โดยการนำผงฟูผสมกับน้ำ จากนั้นนำไปแต้มสิว บริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น

และตรวจสอบ ให้แน่ใจว่า คุณไม่ได้ทิ้งไว้นานเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณมีผิวที่บอบบาง แล้วนั้นผงฟูซึ่งมีคุณสมบัติ ช่วยลดการอักเสบ และยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วย

วิธีรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติใช้อบเชยผสมน้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง เป็นยาประจำบ้านที่ดี ในการรักษาสิว มันช่วยให้ผิวของคุณ สามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ น้ำผึ้งยังมีสารอาหาร ที่จำเป็นและช่วย ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุ ของสิว โดยเรานำน้ำผึ้ง แต้มที่สิวที่มีการติดเชื้อ และทิ้งไว้ 10 นาที

แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรืออีกวิธีคือ นำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากกลัวเปื้อนที่นอน สามารถใช้ผ้าบางๆรองไว้บนหมอน

มากส์หน้าด้วยไข่ขาว
เป็น วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ ที่เห็นผลดีมาก เริ่มจากการล้างหน้า และเช็ดหน้าของคุณให้สะอาด จากนั้นตอกไข่ และแยกไข่แดงออก เพื่อแยกเอาเฉพาะไข่ขาว จากนั้นทาไข่ขาวบาง ๆ บนใบหน้าที่สะอาด และปล่อยให้แห้งประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณจะเห็นถึงความแตกต่างว่า ผิวของคุณกระชับขึ้น

เคล็ดลับอื่น ๆ เกี่ยวกับ “วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ” ที่คุณไม่ควรมองข้าม

1. หยุดเอามือสัมผัสหน้า

หรือเท้าคางเวลาคิด เพราะมือของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้สิวเห่อได้

2. สวมเสื้อผ้าที่สะอาด

ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน สิ่งเหล่านี้หากไม่ทำความสะอาดก็จะหมักหมม เป็นสาเหตุแห่งเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรืย จึงอาจทำให้เกิดสิวได้วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ

3. ล้างหน้าให้สะอาด ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง

ด้วยสบู่อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู จำไว้ว่า ไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้ ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื่น โดยไม่ได้ช่วยป้องกันสิวแต่อย่างใด

4. ออกกำลังกาย และกินอาหาร

เพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกาย จะช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดี มีออกซิเจน ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้เต็มที่ และจะช่วยให้คุณ มีผิวที่สวยงามขึ้นด้วย ควรให้เวลาที่เพียงพอ สำหรับการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์

5. กินเพื่อสุขภาพวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ

การดูแลรักษาสุขภาพ จะช่วยให้คุณ มีผิวที่สวยงามขี้น ควรรับประทานผัก และผลไม้ จำพวกถั่ว และเมล็ดธัญพืช ในอาหารประจำวันของคุณ เพราะประกอบไปด้วย แร่ธาตุและวิตามินมากมาย ที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ของคุณให้สวยเปล่งปลั่ง

6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เพราะขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหนัง จะฟื้นฟูสภาพตัวเอง ที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง หน้าตาจะสดใสขึ้นอย่างแน่นอน

7. จัดการกับความเครียด

สาเหตุของการเป็นสิว ที่พบบ่อยคือ ความเครียด ดังนั้นควรหาวิธีผ่อนคลาย เพราะจะช่วยให้ การไหลเวียนของเลือด และน้ำเหลือง รวมทั้งการทำงาน ของเม็ดเลือดขาว ในร่างกายดีขึ้น

8. ทำดีท็อกซ์

การเป็นสิว ย่อมแสดงว่า ร่างกายในช่วงนั้น มีท็อกซิน หรือพิษสะสมในร่างกาย การทำดีท็อกซ์ จะช่วยขจัดสารพิษ ในร่างกายได้

9. ปรึกษาแพทย์

ในบางกรณี การเกิดสิวอาจจะรุนแรง หากใช้วิธีรักษาสิวด้วยตนเอง แล้วพบว่า อาการไม่ดีขึ้น หรือเป็นมากขึ้น ทางออกที่ดีที่สุด คือไปพบแพทย์ทันที การรักษาอื่น ๆ อาจมีความจำเป็น เพื่อรักษาสิวบนใบหน้าของคุณ

เห็นไหมล่ะค่ะว่า วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติและป้องกันการเกิดสิว ไม่ได้ยุ่งยากเลย เป็นเพียงการสร้างสุขลักษณะนิสัยที่ดีเบื้องต้นในการดูแลตัวเองในชีวิตประจำ วันแบบง่ายๆ เท่านั้นเอง ที่เราสามารถทำได้ทันที และเมื่อเราทำตามคำแนะนำนี้ อย่างต่อเนื่อง นอกจากจะทำให้ใบหน้า และผิวพรรณสวยเนียน ดูดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ร่างกายของเรา แข็งแรงขึ้นอีกด้วย ที่เป็นการดูแลตนเอง และแก้ปัญหาสิว ที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ.

กระชับรูขุมขน เป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทยที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ

กระชับรูขุมขน เป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทยที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ จมูก และหน้าผาก ทำให้เกิดความมันที่บริเวณทีโซน สร้างความยากให้กับการแต่งหน้าสวยๆ เสียเหลือเกิน อีกทั้งยังเกิดการอุดตันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวอีกด้วย กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน

1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน
แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป กางล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า
โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะกระชับรูขุมขน

3.เบคกิ้งโซดา
เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้กระชับรูขุมขน

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต
โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปไบโอติก ซึ่งมีคุณสมับติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้ว กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย

ลดหน้าท้อง ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย เหมาะสำหรับสาวขี้เกียจมาฝากกันไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงคิวสาวที่อยากมีหุ่นฟิตเฟิร์มแต่ขี้เกียจออกกำลังกายกันบ้างล่ะค่ะ เพราะเชื่อว่าแม้จะอยากหุ่นดีขนาดไหน แต่ถ้าพูดถึงการออกกำลังกายแล้ว คำว่าขี้เกียจก็มักจะผุดขึ้นมาขัดขวางการฟิตหุ่นสวยของสาวๆ อยู่เรื่อย และเพื่อไม่ให้คำว่าขี้เกียจมาทำลายความฝันที่จะมีหน้าท้องแบนๆ ซิกแพคสวยๆ ของสาวๆ เราเลยไม่พลาดจะนำท่าพิลาทีสลดหน้าท้อง ที่ทำได้ง่ายๆ แถมใช้เวลาแค่ 2 นาทีมาฝาก ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง สำหรับสาวๆ บางคนที่กล้ามเนื้อตึง เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายสักเท่าไหร่ ท่าออกกำลังกายบางท่านี้ สาวๆ อาจจะทำได้ไม่คล่องมากค่ะ แต่รับรองว่า ถ้าสาวๆ ทำทุกวันและฝึกฝนบ่อยๆ นอกจากจะได้หน้าท้องที่สวยเป๊ะ หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นแล้ว อาการปวดเนื้อปวดตัวทั้งหลายจากการนั่งทำงานนานๆ ก็จะหายไป เพราะได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อนั่นเองค่า

หน้าท้องแบนราบใน 2 นาที! ด้วย 5 ท่าลดพุงย้อย เหนื่อยน้อย แต่หุ่นเป๊ะมาก!

ท่าที่ 1 Single-Leg Stretchลดหน้าท้อง

– นอนหงาย กอดเข่าทั้งสองข้างแนบอก ยกศีรษะลอยขึ้นจากพื้น

– ยืดขาทั้งสองข้างออกไปให้เหยียดตรง โดยให้ขาทั้งสองข้างลอยขึ้น ไม่แตะพื้น

– จากนั้นสลับงอขาขึ้นลง โดยเริ่มจากงอเข่าซ้ายเข้าหาตัว มือขวาจับเข่าซ้ายไว้ ส่วนมือซ้ายจับไว้บริเวณน่องซ้ายเช่นกัน แล้วจึงสลับเป็นขาขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง โดยพยายามเหยียดขาให้ตรงอยู่ตลอดเวลา

ท่าที่ 2 Crisscrossลดหน้าท้อง

– เริ่มด้วยท่านอนหงาย เข่าทั้งสองข้างยกขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้นจากพื้น มือทั้งสองข้างจับด้านหลังศีรษะไว้

– เกร็งหน้าท้อง เหยียดขาทั้งสองข้างออกไป จากนั้นงอเข่าซ้ายทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ขวาไปทางซ้าย

– สลับขา งอเข่าขวาทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ซ้ายไปทางขวา นับเป็น 1 ครั้งลดหน้าท้อง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 3 Double-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก

– เกร็งหน้าท้อง ยกลำตัวด้านบนขึ้น และใช้มือทั้งสองข้างจับบริเวณหน้าแข้งหรือเข่าไว้

– หายใจเข้า จากนั้นค่อยๆ เหยียดขาออกไป ทำมุม 45 องศา พร้อมๆ กับยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ให้อยู่ระดับเดียวกับหู

– หายใจออก และวาดแขนทั้งสองข้างลง พร้อมกับงอเข่าทั้งสองข้างแนบอก นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 Double Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้น มือทั้งสองข้างวางไว้ด้านหลังศีรษะ

– เกร็งหน้าท้อง ยกขาทั้งสองขึ้นด้านบนเหยียดตรง ทำมุม 90 องศา

– ค่อยๆ ปล่อยขาทั้งสองข้างลง ให้ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว โดยที่ขาทั้งสองข้างยังคงเหยียดตรง

– ยกขากลับขึ้นเหยียดตรงช้าๆ กลับสู่ท่าเดิม นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 5 Single Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย ขาทั้งสองข้างเหยียดตรง ยกลอยจากพื้นเล็กน้อย พร้อมกับยกหลังด้านบนและศีรษะขึ้นจากพื้น

– ยกขาขวาขึ้นด้านบน โดยใช้มือทั้งสองข้างจับขาบริเวณข้อพับไว้ จากนั้นดันขาเข้าหาตัวให้มากที่สุดเท่สาที่จะทำได้

– สลับขา ปล่อยขาขวาลงเหยียดตรง พร้อมกับยกขาซ้ายขึ้นด้านบน มือทั้งสองข้างจับขาซ้ายไว้ นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ สำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหาสิวอักเสบ

สิวอักเสบ สำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหาสิวอักเสบ บวม แดง หรือกลัดหนอง ลองใช้วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณที่จะนำมาเสนอในวันนี้ดูนะคะ ด้วยคุณสมบัติของปูนแดงที่มีฤทธิ์ช่วยในการดูดซับสิวให้แห้ง และขมิ้นชันที่มีคุณสมบัติในการช่วยต้านทานเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบของสิว สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ อีกทั้งยังผสมน้ำมะนาวที่มีวิตามินซีสูง และช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนของผิว และลดการอักเสบได้ สามคุณค่าของสมุนไพรจะช่วยให้สิวบนใบหน้ายุบตัวลงได้อย่างรวดเร็วและไม่เป็นอันตรายจากสารเคมีด้วยค่ะ มาลองทำดูกัน

วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณ

วิธีการรักษาสิวอักเสบด้วยปูนแดงและขมิ้นชันนั้น มีวิธีการที่ไม่ยุ่งยากดังต่อไปนี้คือ เตรียมปูนแดง (แบบสำหรับกินกับหมาก) ประมาณครึ่งช้อนชา ผสมกับผงขมิ้นชัน 1 ช้อนชา หยดน้ำมะนาวลงไปอีกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ซับให้แห้งแล้วนำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาแต้มลงบนหัวสิวที่กำลังอักเสบ หรือกำลังจะอักเสบแล้วทิ้งไว้ให้เนื้อครีมแห้งซึมลงไปสู่ผิว หากรู้สึกแสบยิบ ๆ ให้ล้างออกได้ แต่หากไม่แสบผิวจะทิ้งไว้จนแห้งเลยก็ได้ สูตรนี้สามารถนำมาแต้มสิวได้ทุกวันทั้งเช้าและก่อนนอนจนกว่าจะหาย

วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณนี้ จะช่วยให้สิวยุบตัวเร็วขึ้น พร้อมทั้งทำให้ผิวบริเวณที่เป็นสิวนั้นขาวสว่าง ไม่ทิ้งรอยด่างดำไว้กวนใจหลังจากสิวหายอีกด้วย ทั้งยังช่วยป้องกันผิวบริเวณรอบ ๆ สิวไม่ให้เกิดการอักเสบลุกลาม เพราะส่วนผสมมีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วยค่ะ สิวอักเสบ.

วิตามินซี ประโยชน์ของ “วิตามินซี” ต่อร่างกาย

วิตามินซี ประโยชน์ของ “วิตามินซี” ต่อร่างกาย ร่างกายของเรานั้น ไม่สามารถสร้าง “วิตามินซี” (Ascobic Acid) ขึ้นได้ด้วยตัวเอง และวิตามินซีก็ยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เราจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากการรับประทาน ซึ่งวิตามินซีจะมีหน้าที่หลักในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดจากกระบวนการในร่างกาย หรือจากมลภาวะ สิ่งแวดล้อมก็ตาม จะทำให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายเสื่อมสภาพ หรืออาเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่ผิดปกติได้ วิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี จะทำหน้าเป็นตัวช่วยในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื้อที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ และเส้นเลือดให้แข็งแรง เส้นเลือดไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดี นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงทำให้ผิวขาวใสขึ้น และยังช่วยลดการเกิดริ้วรอย รอยด่างดำ ลดรอยสิว อื่น ๆ เป็นต้นได้เป็นอย่างดีวิตามินซี

ประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อร่างกาย

วิตามินซีช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น และช่วยป้องกันการติดเชื้อจากบาดแผล
วิตามินซีจะช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากผักที่เรารับประทานเข้าไป ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
วิตามินซีจะช่วยให้ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง และทำให้ผิวหนังแข็งแรง
วิตามินซีจะช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทำให้เหงือกและฟันแข็งแรง
บทบาทของวิตามินซีในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื้อที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ และเส้นเลือดให้แข็งแรง เส้นเลือดไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดี นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงทำให้ผิวขาวใสขึ้น และยังช่วยลดการเกิดริ้วรอย รอยด่างดำ ลดรอยสิว อื่น ๆ เป็นต้นได้เป็นอย่างดี วิตามินซี.