ครีมรักษาสิว วิธีรักษาสิวอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนด้วยตนเอง

ครีมรักษาสิว วิธีรักษาสิวอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนด้วยตนเอง  สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่นด้วยแล้ว สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทั้งสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวหัวช้าง หรือสิวเรื้อรังที่อาจขยายลุกลามกลายเป็นรอยแผลหรือหลุมสิวได้หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษา อย่างไรก็ตาม อย่าได้กังวลใจไป เพราะมีหลายวิธีดีๆ และสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองเพื่อกำจัดสิว ครีมรักษาสิว.

ครีมรักษาสิว

ครีมรักษาสิว วิธีการกำจัดสิวแบบเร่งด่วน
แต่เมื่อมีความจำเป็นที่คุณต้องการกำจัดสิวให้หายไปในเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวได้อย่างรวดเร็ว

1 ครีมแต้มสิวครีมรักษาสิว
หากท่านเป็นสิวอักเสบ สิวบวมแดง สิวหัวหนอง ต้องใช้ตัวช่วยนี้เลย “ครีมแต้มสิว” ซึ่งมีตัวยาช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่หัวสิว ทำให้สิวแห้งและยุบเร็ว โดยครีมแต้มสิวที่มีหลายยี่ห้อให้เลือกด้วยกัน แถมราคาไม่แพง เช่น ครีม TOMEI, ครีม Smooth E Acne Hydro Gel, Clindalin Gel, ครีมภูมิพฤกษา 15, Benzac ac, ผงวิเศษ เป็นต้น
ดูบทความ แนะนำ 9 ครีมแต้มสิวให้สิวยุบชั่วข้ามคืน
และดูวิธีรักษาสิวอักเสบ Step by step อย่างได้ผลในบทความ การรักษาสิวอักเสบ

2 ยาสีฟัน
ในตัวยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน (triclosan) มีคุณสมบัติเป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอนและเช็ดให้แห้ง(เบาๆ) ใช้ยาสีฟันแต้มที่สิว หลังจากนั้น 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด
ข้อแนะนำคือ ใช้เป็นแบบครีมตัวยาสีฟัน ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้

3 น้ำมะนาว ครีมรักษาสิว
ใช้น้ำมะนาวแต้มที่สิวก่อนเข้านอน ในน้ำมะนาวประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มันมีประสิทธิภาพช่วยในการทำให้สิวของคุณแห้ง นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายด้วยนะค่ะ

4 เบรคกิ้งโซดา
เบรคกิ้งโซดา ก็คือ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง ที่จะช่วยควบคุมระดับ pH ของผิว คุณสามารถใช้ผงฟูเพื่อผลัดผิวหน้าของคุณ โดยการนำผงฟูผสมกับน้ำ จากนั้นนำไปแต้มสิวบริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทิ้งไว้นานเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีผิวที่บอบบาง โดยผงฟูมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วยนะค่ะ

5 ใช้อบเชยผสมน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเป็นยาประจำบ้านที่ดีในการรักษาสิว มันช่วยให้ผิวของคุณสามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ น้ำผึ้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นและช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเรานำน้ำผึ้งแต้มที่สิวที่มีการติดเชื้อและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรืออีกวิธีคือ นำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากกลัวเปื้อนที่นอนสามารถใช้ผ้าบางรองไว้บนหมอน

6 มากส์หน้าด้วยไข่ขาว
ล้างหน้าและเช็ดหน้าของคุณให้สะอาด จากนั้นตอกไข่และแยกไข่แดงออก เพื่อแยกเอาเฉพาะไข่ขาว จากนั้นทาไข่ขาวบาง ๆ บนใบหน้าที่สะอาดและปล่อยให้แห้งประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณจะเห็นถึงความแตกต่างว่า ผิวของคุณกระชับขึ้น ครีมรักษาสิว.

ลดความอ้วนผู้ชาย วิธีลดพุงง่าย ๆ ที่คุณผู้ชายทำได้ด้วยตัวเอง

ลดความอ้วนผู้ชาย วิธีลดพุงง่าย ๆ ที่คุณผู้ชายทำได้ด้วยตัวเอง กับเทคนิคดี ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนพุงให้เป็นกล้ามเนื้อสุดเฟิร์ม หนุ่ม ๆ สมัยนี้นิยมหันมาออกกำลังกายหวังลดไขมันส่วนเกินเพื่อรูปร่างที่ดีกันมากขึ้น โดยเฉพาะไขมันหน้าท้องที่ค่อนข้างกำจัดได้ยาก ซึ่งลำพังการออกกำลังอย่างเดียวยังไม่พอ แต่ยังต้องควบคุมอาหาร เลือกทานแต่ของที่มีประโยชน์ด้วย กล้ามเนื้อหน้าท้องถึงจะสวยและแข็งแรง วันนี้เราเลยสรรหาวิธีลดพุงมาฝากกันด้วยครับ ลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

ลดความอ้วนผู้ชาย

– เพิ่มความเข้มข้นให้การฝึกคาร์ดิโอ

แม้จะออกกำลังทุกวัน แต่หากคุณแค่ทำ ๆ ไปอย่างนั้นให้ครบชั่วโมงแบบไม่ตั้งใจ เชื่อเถอะว่ายังไงผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็ไม่เป็นอย่างที่ต้องการ ลองเพิ่มความเข้มข้นให้กับการออกกำลังด้วยการคาร์ดิโอให้หนักขึ้นสิ เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ามันเป็นวิธีออกกำลังที่เผาผลาญไขมันได้ดีเอามาก ๆ เนื่องจากร่างกายจะรีดเอาไขมันส่วนเกินออกไปแทบทุกส่วน นั้นรวมถึงพุงด้วย โดยแต่ละวันก็สลับกันออกกำลังด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน เป็นต้น

– แขม่วหน้าท้องเป็นระยะ ๆ

นี่เป็นเคล็ดลับการลดหน้าท้องที่หนุ่ม ๆ หลายคนอาจมองข้าม ทั้งที่การแขม่วท้องนั้นช่วยให้หน้าท้องหายไปได้จริง ง่าย ๆ เลยให้คุณแขม่วพุงค้างไว้ครั้ง 10-15 วินาที ทำอย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง แล้วคุณจะทึ่งกับผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งวิธีนี้มันเจ๋งตรงที่จะทำที่ไหนเมื่อไรก็ได้ แม้กระทั่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

ดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 10-12 แก้วต่อวัน

– ดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 10-12 แก้วต่อวันลดความอ้วนผู้ชาย

เราอาจเคยได้ยินบ่อย ๆ ว่าอย่างน้อยให้ดื่มน้ำเปล่าวันละ 8 แก้วต่อวัน แต่หากดื่มได้มากกว่านั้นอีกนิด ร่างกายของคุณจะขับของเสียในร่างกายออกไปทางปัสสาวะได้มาก และยังช่วยลดอาการท้องอืดได้อีกต่างหาก ฟังดูอาจเป็นอะไรที่ทำได้ยากสักหน่อยโดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยดื่มน้ำ แต่หากพยายามฝึกให้เป็นนิสัยได้ รับรองว่าคุณจะมีหน้าท้องที่สวยได้

– ลดน้ำตาล ห่างไกลความหวานบ้างก็ได้

ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าบรรดาอาหารจานโปรด ขนมหวานที่แสนน่ากินต่าง ๆ หรือเครื่องดื่มบางชนิดนั้นมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เรียกได้ว่าหากนำมาเปรียบเทียบเป็นช้อนชาคุณต้องตกใจในปริมาณของมันมากชัวร์ ๆ

– แพลงกิ้งช่วยได้เยอะนะลดความอ้วนผู้ชาย

สำหรับคนที่เบื่อกับการซิทอัพลดพุงทุกวัน ลองสลับมาทำท่าแพลงกิ้งดูบ้างสิ รับประกันว่าผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้คุณร้องว้าววววว เลยทีเดียว ที่สำคัญยังเป็นวิธีบริหารหน้าท้องที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์แพง ๆ เลยด้วยซ้ำ แค่เสื่อออกกำลังหรือหาผ้ามาปูก็พอ ทั้งนี้ แนะนำให้ทำทั้งแพลงกิ้งแบบที่นอนคว่ำหน้าธรรมดา และแพลงกิ้งด้านข้างสลับไปกันนะ

– เน้นออกกำลังบริหารหน้าท้องให้มากขึ้น

ในเมื่อไม่อยากมีพุง คำตอบที่ชัดเจนที่สุดก็คือเน้นออกกำลังท่าที่ช่วยลดหน้าท้องให้มาก ๆ นอกเหนือจากซิทอัพและแพลงกิ้งแล้ว ท่า Leg Raises, Crunch และ V-sit ก็ช่วยให้กล้ามท้องของคุณแข็งแรงและสวยได้รูปได้เช่นกัน ขอเพียงฝึกบริหารอย่างต่อเนื่องและมีวินัยในการกิน

ห้ามกินมื้อดึก

– ห้ามกินมื้อดึกเด็ดขาด

รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าแอบลุกมาเปิดตู้เย็นหาของกินในยามค่ำคืนจะได้อะไรกลับมาเป็นของแถม นอกเหนือจากความอิ่มอร่อย ทั้งน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น รอบเอวเป็นชั้น ๆ กับหน้าท้องที่ไขมันล้นทะลัก เป็นไง…ไม่คุ้มเลยใช่ไหมครับ ทางที่ดีให้รีบนอนให้เร็วขึ้น จะได้ไม่รู้สึกหิวหรืออยาก แต่ถ้าหิวจนทนไม่ได้นอนไม่หลับเลยละก็ ให้หาผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยหรือโยเกิร์ตไขมันต่ำมาทานรองท้องไปแทน ลดความอ้วนผู้ชาย.

กระ ฝ้า กระ (Freckle) คือ รอยด่างดำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า

กระ ฝ้า กระ (Freckle) คือ รอยด่างดำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลและมีขนาดเล็ก ส่วนมากมักจะขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ และแขน สามารถเห็นได้ชัดเจนในกลุ่มคนผิวขาว พบได้ตั้งแต่วัยเด็ก และสามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสีคล้ำขึ้นเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าพัฒนาความรุนแรงไปตามวันกันเลยทีเดียว กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า วิธีรักษากระ
หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะเกิดกระได้ง่าย คุณต้องเริ่มจากการป้องกันและตัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดดที่สามารถช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB และมีค่า SPF30 PA+++ ขึ้นไป (ถ้าจะเป็นต้องตากแดดเกือบทั้งวัน ก็ควรทาครีมแดดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าครีมกันแดดยังมีปริมาณเพียงพอต่อการป้องกันแสงแดด) รวมไปถึงยาคุมกำเนิดที่เราทานเข้าไปก็มีผลต่อการเกิดกระและฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณต้องการคุมกำเนิดก็อาจจะหันมาเลือกใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะพลาสเตอร์แทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมอีกทีกระ ฝ้า
เลือกใช้ครีมบำรุง นอกจากการป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิน อย่างครีมพวกไวท์เทนนิ่ง หรือครีมลดกระยี่ห้อต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดกระใหม่ ๆ และไม่ทำให้กระที่มีอยู่เดิมมีขนาดใหญ่ขึ้นได้
ลดกระด้วย AHA (กรดผลไม้) เพื่อผลัดเซลล์ผิว AHA สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้ และนอกจากจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปแล้ว เม็ดสีเมลานินก็จะถูกกำจัดออกไปด้วยเช่นกัน วิธีนี้แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลช้า แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและทำให้รอยกระของคุณจางลงได้จริง ส่วนกรดวิตามินเอก็สามารถช่วยเร่งการขจัดเซลล์หนังกำพร้ามีผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกจำกัดออกไปได้เร็วขึ้นเช่นกันกระ ฝ้า
รักษาด้วยไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ตัวยาชนิดนี้สามารถให้ผลดีและทำให้กระของคุณจางลงได้เร็วมาก เพราะมันสามารถเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้นั่นเอง แต่มันก็มีผลข้างเคียงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่เห็นได้ชัดคือ มันอาจทำให้กระและฝ้าคล้ำลงเมื่อเจอแสงแดดหากคุณไม่ได้ป้องกัน ที่สำคัญสารชนิดนี้อาจเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างเนื้อเยื่อให้อ่อนแอลง จนเสี่ยงต่อการเป็นโรคผิวหนังที่ร้ายแรงกว่า “กระ” ที่เป็นอยู่ รวมไปถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ทางทาง อย. สั่งห้ามไม่ให้ครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนวางขายได้ทั่วไป แต่แพทย์เท่านั้นที่สามารถจ่ายครีมที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนนได้ โดยสามารถนำสารชนิดนี้มาผสมในครีมได้ไม่เกิน 2% เห็นไหมละว่ามันต้องใช้อย่างระมัดระวังจริง ๆ
เมโสรักษากระ (Mesotherapy) หลักการคือการใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ เพื่อเป็นการกระจายตัวยาที่ใช้รักษากระลงสู่ชั้นเซลล์ที่มีปัญหา โดยจะฉีดลึกลงไปประมาณ 1-2 ม.ม. ระยะห่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร เฉพาะบริเวณที่มีปัญหากระและฝ้า และจะต้องทำการฉีดซ้ำทุก ๆ 1-2 อาทิตย์ ราคาทำต่อคอร์สก็ประมาณ 1 หมื่นบาทครับ (วิธีนี้ถ้าจะหวังผลการรักษาให้เป็นที่พอใจคงยากครับ ผมคิดว่าอย่างมากก็แค่ช่วยทำให้กระจางลงเท่านั้นครับ)
เลเซอร์รักษากระ การรักษาแบบนี้จะเป็นการยิงคลื่นแสงลงไปถึงชั้นผิวด้านใน เพื่อให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเอง พร้อมกับผลัดเซลล์เซลล์ผิวได้ไวยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็สัมพันธ์กับเงินที่จ่าย เพราะเครื่องเลเซอร์นั้นมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อ คุณภาพและราคาก็แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น Q Switched Nd YAG, Carbon dioxide laser, Medlite C6, Spectra VRM, MDL, DFML Laser, SPM, Helios, DHL แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ก่อนที่คุณจะเอาหน้าไปฝากหมอทำเลเซอร์ คุณต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าเราได้เอาหน้าไปฝากไว้กับผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ เพราะกระมีหลายชนิดหลายประเภท การรักษาด้วยเครื่องมือแต่ละชนิดอาจให้ผลไม่เหมือนกัน (ภาพ : pantip.com by PORRER)
เลเซอร์กระ
รักษาด้วยเครื่อง IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเครื่องที่ให้กำเนิดพลังงานแสงไปยังบริเวณผิวหนังที่รอยกระ ผิวหนังในส่วนที่มีเม็ดสีเมลานินปริมาณมากกว่าจะดูดซับพลังงานแสงแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ส่งผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกทำลายและลดจำนวนลง มีผลทำให้กระดูจางลง (แต่ไม่หาย) หากทำตั้งแต่ 2-3 ครั้งขึ้นไป แต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำการรักษาโดยผู้ที่ขาดความรู้และความชำนาญ กระ ฝ้า.

สิวอุดตัน วันนี้เราจะมาบอกวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติมากัน

สิวอุดตัน วันนี้เราจะมาบอกวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติมากัน นั่นก็คือ วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยสับปะรด สาวๆ หลายคนคงจะสงสัยว่าผลไม้ชนิดนี้ มันสามารถนำมาใช้ในการรักษาสิวอักเสบได้อย่างไร ก็เนื่องจากสับปะรดมีเอนไซม์ papain ที่ช่วยย่อยเซลล์ที่ตายแล้วของชั้นผิวหนังให้หลุดออกมา ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น และที่เป็นจุดสำคัญอีกอย่างก็คือ สับปะรดมีเอนไซม์ Bromelain ที่ช่วยลดการอักเสบของแผลที่ผิวหนังได้อย่างดีเลยล่ะ สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน สูตรสับปะรดรักษาสิวฝ้าสิวอุดตัน

นำสับปะรดมาล้างแล้วหั่นสับปะรดเป็นชิ้นๆ ให้ได้ 1 จานรองถ้วยกาแฟ ใช้ส้อมยีๆ หรือปั่นให้เนื้อสับปะรดเละๆ จนละเอียด หลังจากนั้นล้างหน้า เช็ดหน้าพอหมาดๆ แล้วทาสับปะรดให้ทั่วผิวหน้าเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ใช้ปลายนิ้วนวดๆ คลึงๆ ไปด้วย หรือแต้มเฉพาะบริเวณสิวอักเสบ พอกทิ้งไว้ 10 นาที แล้วทิ้งไว้ 20-30 นาที จะเกิดอาการคันยิบๆเพราะสับปะรดกำลังกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกบนใบหน้าของเรา จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้สูตรนี้ได้ทุก 3-4 วัน ถ้าต้องการขจัดกระหรือฝ้าบนใบหน้า สูตรนี้ช่วยให้หน้าหายมันเยิ้ม สับปะรดจะช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างขึ้น ขาวขึ้น กระจะจางลง แต่ถ้าผิวหน้าค่อนข้างแห้งก็ควรใช้สูตรนี้แค่สัปดาห์ละครั้ง

สูตรพอกหน้ารักษาสิวอักเสบ

นำสับปะรดมาปลอกเปลือกและหั่นออกเป็นชิ้นๆไม่ต้องใหญ่มาก แล้วใส่ในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ เทน้ำผึ้งใส่ลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยสัก 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นให้บดส่วนผสมทั้งหมดที่อยู่ในภาชนะให้เข้ากันจนละเอียดพอประมาณ จากนั้นให้นำเอาทั้งน้ำทั้งเนื้อไปพอกที่ผิวหน้า หรือแต้มเฉพาะบริเวณสิวอักเสบก็ได้ แล้วทิ้งไว้ 20-30 นาที หากใครที่มีปัญหาเรื่องสิวอักเสบ ลองนำสูตรนี้ไปใช้ดูอาจจะช่วยได้มากเลยทีเดียว

สูตรพอกหน้าลดปัญหาสิวอุดตัน

นำสับปะรด 1/4 ลูก มาปั่นผสมเข้ากับแตงกวา 1 ลูก และวุ้นว่านหางจระเข้ ผสมเข้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาพอกที่ใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้ามัน จะช่วยลดความมันบนใบหน้า กำจัดสิ่งอุดตัน และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวเนียนขึ้นด้วย

บนใบหน้าของเรามักจะมีสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ ในทุกวันการใช้ชีวิตของเราจะต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศที่เป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ ดังนั้นสับปะรดจึงเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่หาได้ง่าย และที่สำคัญในสับปะรดสามารถกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกบนใบหน้าของเราให้หลุดออกมา ทำให้สิวอักเสบที่กำลังกวนใจคุณอยู่นั้นจะเริ่มยุบและจางหายไปในที่สุด สิวอุดตัน.

ลดความอ้วน 1 เดือน วันนี้ขอแนะนำสูตรหรือโปรแกรมลดน้ำหนัก

ลดความอ้วน 1 เดือน วันนี้ขอแนะนำสูตรหรือโปรแกรมลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ด้วยตัวเอง มีทั้งหมด 6 สูตรด้วยกัน เลือกนำสูตรลดน้ำหนักนี้ไปใช้ได้เลย ลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 1 เดือน
ลดความอ้วน 1 เดือน โดยทุกสูตรลดความอ้วนด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายนี้สามารถลดน้ำหนัก ลดหุ่น ลดพุง ได้จริง เห็นผลตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึงหนึ่งเดือน เลือกทำตามสูตรใดก็ได้ ที่สำคัญคือความมุ่งมั่นและอดทนของตัวเราเอง ความสม่ำเสมอในการควบคุมอาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เรามาดูแต่ละสูตรกันดีกว่า
สูตรลดน้ำหนัก 6 สูตร

สูตรที่ 1 ลด 7-8 กิโลกรัมใน 2 สัปดาห์

1. มื้อเช้า กินไข่ต้ม 1 ฟอง กินได้ทั้งไข่แดงและไข่ขาว หรือทานโยเกิร์ต 1 ถ้วย แทน
2. มื้อกลางวัน กินสลัดผัก 1 จาน ถ้าไม่ชอบสลัดให้ทานส้มตำ 1 จาน (ไม่หวาน) แทน
3. มื้อเย็น กินแอปเปิ้ล 1 ผล หรือแฮมนึ่ง 1-2 แผ่น แทนได้
4. งดอาหารหลัง 6 โมงเย็น ถ้าหิวให้ดื่มน้ำมากๆ แทน
5. เต้นแอโรบิก 60 นาที อย่างน้อย 4 ครั้งต่อสัปดาห์

สูตรที่ 2 ลด 3-5 กิโลกรัมใน 2 สัปดาห์ลดความอ้วน 1 เดือน

1. กินอาหารวันละ 700-800 แคลอรี่
2. กินสลัดผัก หรือผลไม้ 2 ผลหรือกินไข่ต้ม 1 ฟองเป็นมื้อเย็น
3. งดอาหารหลัง1 ทุ่ม ถ้าหิว ให้กินผลไม้ 1 ผลหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
4. ว่ายน้ำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์
5. เต้นแอโรบิก 40-60 นาทีทุกวันลดความอ้วน 1 เดือน

สูตรที่ 3 ลดน้ำหนัก 5-7 กิโลกรัม ได้ผลใน 3 สัปดาห์

1. มื้อเช้ากินโยเกิร์ต 1 ถ้วย (โยเกิร์ตจะช่วยเรื่องการขับถ่าย ให้พลังงานน้อย และดีต่อสุขภาพ)
2. มื้อกลางวันกินก๋วยเตี๋ยวน้ำ 1 ชามเท่านั้น
3. มื้อเย็นกินผักจิ้มน้ำพริก ทานข้าวนิดหน่อย งดข้าวได้ยิ่งดี ถ้าหิวหลังจาก 1 ทุ่มให้กินผลไม้ได้ 1 ผล (แต่ไม่ใช่กินทุเรียน มะม่วง หรือผลไม้ที่หวานมาก) ควรเป็นแอบเปิ้ลหรือส้ม
4. เปิดเพลง เต้นรำในจังหวะเร็วๆ 60 นาที วันเว้นวัน หรือวิ่งจ็อกกิ้ง 45 นาทีแทน
5. ว่ายน้ำ 60 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์

สูตรที่ 4 ลด 3-5 กิโลกรัมใน 4 สัปดาห์

1. กินอาหารไม่เกินวันละ 1000 แคลอรี่ ตัวอย่างปริมาณแคลอรี่ในอาหารเช่น
นมไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 240-250 แคลอรี
โยเกิร์ตไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 125 แคลอรี
โยเกิร์ต 1 ถ้วย ให้พลังงาน 140-150 แคลอรี
เนย 50 กรัม ให้พลังงาน 300 แคลอรี
ไข่ต้ม 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 แคลอรี
ไข่เจียว 2 ฟอง ให้พลังงาน 90-100 แคลอรี
2. งดของทอดๆ ที่ใช้น้ำมันปริมาณมากๆ
3. ของหวานกินได้สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น
4. ว่ายน้ำ 1 ชั่วโมงเต็ม สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
5. เต้นแอโรบิก 40-60 นาที วันเว้นวัน

สูตรที่ 5 ลด 6-8 กิโลกรัมใน 1 เดือน

1. กินไข่ต้ม 1 ฟองหรือน้ำเต้าหู้ 1 ถ้วยเป็นมื้อเช้าเท่านั้น
2. มื้อกลางวันกินอาหารได้ 1 จาน แต่มื้อเย้นกินแค่แอปเปิ้ลเขียว 1 ผลหรือสลัดผัก 1 จานเล็กๆ เท่านั้น
3. งดอาหารหลัง 1 ทุ่มตรง ถ้าหิวให้กินโยเกิร์ต 1 ถ้วย
4. กระโดดเชือก 60 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์
5. เต้นแอโรบิก 60 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์

สูตรที่ 6 ลด 9-10 กิโลกรัมใน 1 เดือน

1. กินผักผลไม้หรืออาหารนึ่งๆ ต้มๆ เป็นมื้อเช้าและมื้อเย็น
2. กินก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม หรือส้มตำเป็นอาหารกลางวัน
3. งดอาหารหลัง 1 ทุ่ม ถ้าหิวให้กินส้มได้ 1 ผล
4. เต้นรำด้วยเพลงเร็วๆ 60 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์
5. ตีแบตมินตัน 60 นาที หรือวิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ลดความอ้วน 1 เดือน.

วิธีกินวิตามินซี ผลวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี ผลวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวิตามินซี นักวิทยาศาสตร์ทำการค้นคว้าและพบว่า วิตามินซีช่วยป้องกันไม่ให้คอลลาเจนที่มีความอ่อนแอ และไวต่อความเสียหาย อีกทั้งยังช่วยตรวจสอบโครงสร้างของคอลลาเจนในผิวให้มีสสุขภาพที่ดีอยู่ตลอดเวลา วิตามินซี กินตอนไหน ก็ตาม จะยังสามรารถช่วยในการรักษาบาดแผล การศึกษาพบว่า เมื่อให้ผู้ป่วยที่บาดเจ็บการการเผาไหม้ทานวิตามินซี ในปริมาณที่สูง จะสามารถช่วยซึมผ่านเส้นเลือดฝอยนำเลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงในบริเวณที่ถูกเผาไหม้ และยังช่วยขับของเสียจากผิวบริเวณนั้นออกมาอีกด้วย วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี ในการศึกษาว่า วิธีกินวิตามินซี ที่ดีที่สุดนั้นพบว่า ควรทำการทานวิตามินซีปริมาณ 2000 มิลลิกรัม พบว่า วิตามินซี กินตอนไหน ก็ได้ในหนึ่งวันจะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการถูกแดดเผามากขึ้นถึง 20 % และในระยะเวลา 8 วัน หลังการทานวิตามินซี โอกาสการเกิดผิวอักเสย และเสียหายจากการถูกแดดเผาจะลดน้อยลงวิธีกินวิตามินซี
วิธีการทารประทานวิตามินอย่างถูกต้อง เพื่อการบำรุงผิวพรรณอย่างเหมาะสม คุณควรมีวิธีกินวิตามินซี โดยการทานอาหาร หรือการทานวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมอย่างเหมาะสมวิธีกินวิตามินซี

 

ถ้าหากเป็นในวิยผู้ใหญ่ โดยพื้นฐานพวกเขาจะต้องการวิตามินซีอยู่ที่ประมาณ 40 มิลลิกรัม ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่อยู่เป็นประจำ ร่างกายจะมีความต้องการวิตามินซีมากขึ้น เนื่องจากการสูบบุหรี่จะบั่นทอนวิตามินในเนื้อเยื่อของร่างกาย และในระบบไหลเวียนโลหิต ในส่วนของความงามแล้ว ควรทำการวิตามินซีจำนวนมากกว่า 1000 มิลลิกรัม ขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ในการบำรุงผิวพรรณ ทั้งภายใน และภายนอกได้อย่างทั่วถึงนั่นเอง ส่วนเวลาในการทานนั้นจะทำตอนไหนก็ได้ ขอเพียงแค่ทานเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกวันก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่า เคล็ดลับวิธีกินวิตามินซีนั้น ก็ไม่ยาก เพียงแค่รับประทานวิตมินซีในปริมาณที่เหมาะสม เป็นประจำทุกวันเท่านั้นเองวิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วันนี้เราจะมาพูดถึงการเพิ่มความขาวด้วยวิธีดังกล่าว

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วันนี้เราจะมาพูดถึงการเพิ่มความขาวด้วยวิธีดังกล่าว และไขข้อข้องใจว่าการรับประทานวิตามินบำรุงผิว กระจ่างใส ซึ่งเป็นอีกวิธีที่นิยมกันมากนั้นได้ผลจริงหรือไม่ จะช่วยให้คุณขาวอย่างเป็นธรรมชาติจากข้างในได้อย่างไร และมีวิตามินอะไรบ้างที่จะช่วยให้ผิวสวยแป๊ะ ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินบํารุงผิว กระจ่างใสวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
1.วิตามินซี (Vitamin C) ตัวแรกเป็นวิตามินที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงผิง กระจ่างใส เพราะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่น มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น จึงทำให้ผิวเต่งตึง แถมยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เพราะวิตามินซีช่วยให้ผิวมีกระบวนการซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้ดี โดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ ช่วยทำให้จุดดำจุดแดง หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหายได้เร็ว ใบหน้าที่หมองคล้ำ จึงกลับมาสดใสมากขึ้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
2.วิตามินรวม จะประกอบด้วยวิตามินตั้งแต่เอถึงซี (A-Z) เลยทีเดียว ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ทำงานหนักมากจนไม่ค่อยมีเวลารับประทานอาหาร โดยเฉพาะให้ได้ครบทั้ง 5 หมู่ หรือไม่ค่อยได้รับประทานผักผลไม้สดๆ การรับประทาน วิตามินรวมเสริม ก็จัดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวม และช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้น
3.น้ำมันปลา (Fish oil) ช่วยต่อต้านการอักเสบในร่างกาย เล่ากันไว้ว่า การแก่นั้นเกิดจากการอักเสบระดับเซลล์ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้น การรับประทานน้ำมันปลา ซึ่งมาการ อีพีเอ (EPA) และดีเอชเอ (DHA) สูง จะช่วยลดการอักเสบและอีกทั้งชะลอความชราได้ ทำให้สุขภาพผิวดี ขาวขึ้นได้อย่างใจหมาย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย เช่น ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด เป็นต้น
4.แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารในกลุ่มแซนโทรฟิลล์ / ตระกูลแคโรทีนอยด์ (Xanthophyll group / Carotenoid family) พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เป็นสารสีแดงที่พบในปลาแซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ เปลือกกุ้งปู และ Microalgae Haematococcus Pluvialis ร่างกายไม่สามารถสร้างสารชนิดนี้ขึ้นเองได้ เราจะได้รับสารชนิดนี้จากอาหารที่รับประทานเข้าไป ในปริมาณที่น้อยมาก เช่น ปลาแซลมอน 200 กรัม จะมีแอสตาแซนธิน เพียง 1 มิลลิกรัม อย่างไรก็ดี แอสตาแซนธินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงเหมาะสมในการใช้บำรุงผิว กระจ่างใสเป็นอย่างยิ่ง
5.โคเอนไซม์คิวเทน ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายแขนง มีส่วนช่วยในการชะลอริ้วรอยบนใยหน้าได้ด้วย โดยเฉพาะโคเอนไซม์คิวเท็น ซึ่งเป็นโคแฟกเตอร์ที่ช่วยทำให้ผิวไม่ถูกอนุมูลอิสระจากแสงยูวีทำร้าย และเบต้าแคโรทีน ซึ่งเปรียบเสมือนสารกันแดดจากภายใน ทั้งนี้ ควรเลือกรับประทานคิวเท็นในตอนเช้าหลังมื้ออาหาร วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ความอ้วนหรือน้ำหนักเกินเป็นภาวะที่ไม่พึงปรารถนา

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ความอ้วนหรือน้ำหนักเกินเป็นภาวะที่ไม่พึงปรารถนา ของบุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ เพราะภาพพจน์ที่ปรากฏออกมานั้นนอกจากจะสร้างความอึดอัด อุ้ยอ้าย เทอะทะไม่คล่องตัวแล้ว ยังทำให้อวัยวะภายในร่างกายต้องทำงานหนัก เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน แรงดันเลือดสูง เส้นเลือดขอด ไขมันอุดตันหลอดเลือด ส่วนภาพพจน์ในสายตาผู้อื่นจะสะท้อนให้เห็นว่า บุคคลนั้นขาดความเอาใจใส่ดูแลสุขภาพและบุคลิกภาพ ขาดความมั่นใจ จึงไม่สามารถควบคุมน้ำหนักและทรวดทรงให้น่าดูได้ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก คนอ้วนเกือบจะเรียกได้ว่าทุกคนถ้าถามว่าอยากลดความอ้วนหรือไม่ มักจะตอบได้ทันทีว่าต้องการลด และหลายคนก็ได้พยายามลดน้ำหนักมาแล้ว แต่ลดได้ชั่วระยะหนึ่ง พอเผลอตามใจปากขาดการควบคุมอารมณ์ก็มักจะเรียกน้ำหนักกลับคืนมาในเวลาไม่นานนัก คนอ้วนจึงพยายามแสวงหาวิธีลดน้ำหนักด้วยวิธีการต่างต่าง นานา

การลดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องไม่ยาก ท่านสามารถลดน้ำหนักภายในเวลา 1-3 เดือนอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะควบคุมน้ำหนักให้พอเหมาะตลอดไป หรือที่เรียกว่าเป็นการลดน้ำหนักอย่างถาวรตลอดชีวิต คำตอบก็ไม่ยากเช่นกัน แต่จุดที่ยากที่สุดคือ เวลาปฏิบัติจะทำได้หรือไม่ จะทำได้จริง ทำต่อเนื่อง ทำจนเป็นนิสัย ทำอย่างมีเหตุผล และทำอย่างมีหลักการได้อย่างไร

หลักในการลดความอ้วนนั้นก็มีอยู่ง่าย ๆ ดังนี้

1. การลดน้ำหนักควรใช้วิธีควบคุมน้ำหนักอย่างมีเหตุผล รู้จักวิเคราะห์ วินิจฉัย ประเมินสาเหตุและผลลัพธ์ เข้าใจว่าความอ้วนเกิดขึ้นได้อย่างไร จะควบคุมด้วยวิธีไหน และจะเลือกวิธีใดที่เหมาะกับตัวเอง

2. ในการลดน้ำหนักควรเข้าใจว่าเรื่องของน้ำหนักเป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน การลดจึงควรใช้รูปแบบผสมผสานตั้งแต่การควบคุมทางโภชนาการ การออกกำลังกาย การสร้างกำลังใจ และการระบายความเครียดที่ถูกต้องออกกำลังกายลดน้ำหนัก

3. การลดควรตั้งเป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลดในอัตราสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือเดือนละสองกิโลกรัม การลดแบบค่อย ๆ ทำไปนี้จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวตามไป ไม่ทุรนทุรายจนหมดความอดทนจนต้องหวนกลับไปอ้วนอีก

4. ถ้าไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยตนเอง หรือลองมาหลายวิธีแล้วไม่ได้ผลดี ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะวิธีลดน้ำหนักอย่างถาวรนั้นคือ การเปลี่ยนรูปแบบของวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวันด้วยการกินที่พอเหมาะ การออกกำลังกายอย่างเพียงพอ และความตั้งใจกำลังใจที่กลายเป็นวินัยควบคุมตนเองจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

5. การบันทึกแสดงสัดส่วนของร่างกายเป็นระยะ เช่น บันทึกน้ำหนัก ส่วนรอบของอก-เอว ตะโพก ไว้เป็นรายเดือนหรือทุกสามเดือน ถ้าสามารถแสดงเป็นกราฟหรือถ่ายภาพเปรียบเทียบไว้ ก็จะช่วยให้ท่านมองเห็นผลสำเร็จหรือล้มเหลวของการควบคุมน้ำหนัก

6. การดูแลสุขภาพและสุขภาพจิตขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลดน้ำหนัก เพราะร่างกายและจิตใจสัมพันธ์กัน ถ้าสุขภาพโดยทั่วไปของท่านสุขกายสบายใจจะช่วยให้ภาวะการควบคุมน้ำหนักเป็นไปด้วยดี อารมณ์มั่นคง การควบคุมวินัยของตนเองจะทำได้ดีกว่าในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอหรืออารมณ์หงุดหงิด

คนอ้วนจะออกกำลังกายอย่างไร

ในส่วนของการออกกำลังกายนั้นจะช่วยให้การควบคุมน้ำหนักได้ผลเร็วขึ้น ถ้าใช้ควบคู่กับการจำกัดอาหาร แต่ถ้าใช้วิธีออกกำลังกายอย่างเดียวจะต้องฝึกอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างหนัก (ประมาณร้อยละ 70 ของความสามารถในการฝึกของท่าน) หรือที่เรียกว่าวิธีการออกกำลังกายอย่างแอโรบิค (ฝึกนานอย่างน้อย 30-45 นาทีติดต่อกัน หัวใจเต้นประมาณ 120-130 ครั้งต่อนาที) ซึ่งต้องทำเป็นประจำทุกวัน, วันเว้นวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ทำให้บางคนหมดความอดทนที่จะออกกำลังกาย หรือมีข้อแก้ตัวนานาประการ เช่น ไม่มีเวลา, ไม่มีสถานที่, ไม่มีอุปกรณ์ เป็นต้น

หลักการออกกำลังกายของคนอ้วนมีดังนี้

1. ถ้าใช้วิธีออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้ผลจะต้องฝึกให้ใช้พลังงานวันละ 500 แคลอรี่ (เช่น วิ่งเหยาะติดต่อกัน 30-45 นาที , เต้นแอโรบิคแดนซ์ 45 นาที, เล่นฟุตบอล 60 นาที, ว่ายน้ำ 30 นาที) จะสามารถลดน้ำหนักได้สัปดาห์ละประมาณ ครึ่งกิโลกรัม

2. ถ้าใช้วิธีออกกำลังกายควบคู่กับการจำกัดอาหารควรฝึกออกกำลังกายที่ใช้พลังงานวันละ 250 แคลอรี่ (วิ่งเหยาะประมาณ 15 นาที , แอโรบิคแดนซ์ 25-30 นาที, ว่ายน้ำ 12-15 นาที, เดินเร็ว 45 นาที) และตัดพลังงานออกจากอาหารวันละ 250 แคลอรี่

3. การออกกำลังกายควรใช้กล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ ได้แก่ บริเวณลำตัว, แขน, ขา และหลัง

4. การออกกำลังกายที่จะเผาผลาญไขมันได้แท้จริงต้องออกกำลังกายเป็นเวลา 2 ชั่วโมงขึ้นไป เช่น วิ่งมาราธอน ดังนั้นการออกกำลังกายใด ๆ ที่อ้างว่าละลายไขมันจึงเป็นไปไม่ได้ เพราะไขมันจะถูกเผาผลาญต้องเป็นไปตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีภายในร่างกาย การใช้เครื่องปั่นตะโพก,สายรัดหน้าท้อง, แผ่นยางร้อนวางไว้ที่หน้าท้อง การบริหารกายเฉพาะส่วน เช่น ลุก-นั่ง (ซิต-อัพ) จึงไม่มีผลในการเผาผลาญไขมัน ซึ่งถ้าจะใช้วิธีการออกกำลังกายในลักษณะนี้คนอ้วนทั่วไปจะทำไม่ได้ เนื่องจากต้องใช้ความพยายามสูง และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอันเป็นผลมาจากความไม่เคยชินกับสภาพการฝึกหนักเช่นนี้

5. ควรปรับวิถีชีวิตให้เป็นคนคล่องแคล่วว่องไว เดินแทนการใช้รถยนต์หรือลิฟต์ โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารควรได้เดินยืดเส้นยืดสายเพื่อช่วยสร้างนิสัยให้เป็นคนคล่องตัว, กระฉับกระเฉง

6. การออกกำลังสำหรับคนอ้วนต้องระวังการกระแทกหรือการกระโดด ซึ่งจะทำให้ข้อเข่าอักเสบเพราะทานแรงกดของน้ำหนักตัวที่กดลงมาตรงข้อเข่าไม่ได้ กระโดดเชือกจึงไม่เหมาะสำหรับคนอ้วน

7. การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับคนอ้วนที่เริ่มต้นออกกำลังกายหรือจะใช้ตลอดไปก็คือ การเดินทุกวัน วันละ 30 นาทีติดต่อกัน เดินในลักษณะเดินเร็ว แกว่งแขนให้สลับกับเท้าที่ก้าวเดิน สาวเท้ายาว เหวี่ยงแขนสูง จะเดินช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้ ถ้าเป็นเวลาเดียวกันทุกวันจะสร้างนิสัยความเคยชินให้กับร่างกายได้ดีกว่าการเดินตามสะดวกใจ และควรบรรจุการเดินเร็ววันละ 30 นาที ให้เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของชีวิต ฝึกให้ได้ทุกวันจนทำเป็นอัตโนมัติ โดยอาจเปิดเพลงประกอบ ฟังวิทยุชนิดที่เสียบหูฟังได้ (ซาวน์อเบาด์) เดินในสวนสาธารณะ เดินชายทะเล หรือเดินในบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้เดินอย่างสุขใจออกกำลังกายลดน้ำหนัก

8. ถ้าเป็นการเล่นกีฬาควรอบอุ่นร่างกายก่อนเล่น 5 นาที ฝึก 20-25 นาที และผ่อนคลายอีก 5 นาที เช่นว่ายน้ำ แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส เทนนิส สค็อช ฝึกให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง การเล่นกอล์ฟสัปดาห์ละ 1 ครั้งไม่ได้ผลดีต่อการลดน้ำหนัก เพราะขาดความต่อเนื่องในเรื่องความสม่ำเสมอของเวลา

9. การเลือกกิจกรรมการออกกำลังกายถ้าเลือกได้หลากหลายวิธี วิธีที่ง่าย วิธีที่สะดวก ทำแล้วใจสบาย ฝึกแล้วได้ผลดีมีความก้าวหน้า ทำตามความถนัดและความสนใจจะเกิดแรงจูงใจให้ฝึกด้วยความสนุกสนานพึงพอใจและทำให้ฝึกได้ต่อเนื่อง ไม่เลิกหรือถอนตัวกลางคันเพราะเซ็งหรือเบื่อหน่ายไปเสียก่อน

10. สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนอ้วนก่อนเข้าโปรแกรมออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ควรพบแพทย์ตรวจสุขภาพเพื่อทราบข้อจำกัดของตัวเอง จะได้ป้องกันและฝึกด้วยความปลอดภัย ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว ประโยชน์จากวิตามินซีนั้นมีมากมายสารพัด

วิตามินผิวขาว ประโยชน์จากวิตามินซีนั้นมีมากมายสารพัด ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน ทั้งยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ วิตามินซียังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีก วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว
1.แก้โรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้นร้อยละ 21 ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้
2.เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี มันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นที่มาของโรคหัวใจนั่นเองวิตามินผิวขาว
3.ป้องกันและต่อสู้กับมะเร็ง มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยววิตามินซีกับการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง แต่เนื่องจากวิตามินเป็นสารต่ออนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้วิตามินผิวขาว
4.ป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลตที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก ทั้งยังมีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี มีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึงร้อยละ 77
5.บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส โดยธรรมชาติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส ที่สำคัญคือมีการศึกษาค้นคว้าพบว่า วิตามินซีช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น
6.ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดยวิตามินซีจะเข้าไปช่วยในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น
7.ช่วยเรื่องความจำ โดยวิตามินซีจะช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10 วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังเป็นปัญหาน่ากวนใจ

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังเป็นปัญหาน่ากวนใจ ที่ไม่มีใครอยากเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง แต่เชื่อหรือไม่ว่าร้อยละ 90 ของผู้หญิงมีปัญหานี้ ทำให้เสียความมั่นใจและต้องหาทางปกปิด มาทำความรู้จักกับสาเหตุ วิธีป้องกัน และวิธีรักษารอยแตกลายกันดีกว่า รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ความจริงเรื่องรอยแตกลาย

รอยแตกลายเกิดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อที่ยืดขยายจนแตก (ลองนึกภาพหนังยางที่ถูกดึงจนแตกดู) โดยในระยะแรกรอยแตกจะเป็นสีชมพูหรือม่วง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีเงิน และมีรอยขรุขระลึก ซึ่งรักษาได้ยาก โดยลักษณะรอยแตกขึ้นอยู่กับสีผิวและสภาพผิวว่าได้รับผลกระทบจากรอยแตกมากแค่ไหน

ส่วนใหญ่รอยแตกลายจะเกิดขึ้นหลังจากน้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว จึงพบได้เสมอในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต และมีระดับฮอร์โมนสเตียรอยด์เพิ่มขึ้นจนทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นชัด นอกจากนี้ถ้าแม่มีรอยแตก ลูกสาวก็อาจจะมีรอยแตกลายได้ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ชายนั้น การยกน้ำหนัก กรรมพันธุ์ และความอ้วน เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยแตกลายได้

หลีกเลี่ยงรอยแตกลาย

จริงๆ แล้วรอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง การกำจัดรอยแตกลายให้หายไปเลยจึงทำได้ยาก การป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

– การดื่มน้ำเยอะๆ ถือเป็นหนึ่งในการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
– กินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินเค อี ซี สังกะสี และซิลิกาเพื่อให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนัง
– ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน
– หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
– ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บนผิวที่เสี่ยงต่อการแตกลาย การทำให้ผิวชุ่มน้ำจะทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มากขึ้น
– ขัดผิวด้วยสบู่หรือสครับ โดยขัดเบาๆ เพื่อช่วยกระบวนการยืดหยุ่นและหดตัวของผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้เกลือขัดตัวเพราะจะทำให้ผิวแห้งและทำให้ปัญหาแย่ลง รอยแตกลาย.