ลดความอ้วนผู้ชาย ปัจจุบันที่ทุกอย่างเร่งรีบสภาพการจราจรติดขัด

ลดความอ้วนผู้ชาย ปัจจุบันที่ทุกอย่างเร่งรีบสภาพการจราจรติดขัด ผู้คนส่วนใหญ่จะหาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกายลดพุง แค่วิธีการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อยังเป็นเรื่องยุ่งยาก เนื่องด้วยฝากท้องไว้กับร้านอาหารข้างทางซะส่วนใหญ่ จึงสามารถสรุปได้ว่า ปัญหาเรื่อง “พุง” เกิดง่ายแต่แก้ยากในภาวะการณ์ปัจจุบัน ลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

ลดความอ้วนผู้ชาย แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออก วันนี้เรามี วิธีการลดพุงผู้ชาย และ วิธีการลดพุงผู้หญิง มาแนะนำ โดยไม่ต้องไปออกกำลังกายหนัก ๆ ไม่ต้องลดอาหาร เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง

1. เปลี่ยนความเชื่อผิด ๆ โดยหลายคนมักบอกว่า “อย่าพยายามเปลี่ยนขนาดของเสื้อผ้า” กล่าวคือ ถ้าอ้วนก็ให้ทนใส่เสื้อผ้าคับ ๆ ต่อไปเพื่อเป็นการเตือนตัวเองว่า “เธออ้วนนะ” ทราบหรือไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหา รวมทั้งไขมันในส่วนที่โดยรัดก็ไม่ได้สลายหายไป แต่เปลี่ยนจุดไปกระจายอยู่ในส่วนต่าง ๆของร่างกายแทน

และความเชื่อที่ผิดอีกอย่างคือ “ถ้าอยากลดพุง ต้องอดอาหาร” โดยร่างกายเราต้องมีสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะอื่นทุก ๆ วัน ดังนั้น การอดอาหารจะส่งผลให้ขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิด มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน รวมทั้ง เมื่อเรากินร่างกายก็เริ่มกักเก็บไขมันเช่นเดิม ก็ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใดลดความอ้วนผู้ชาย

2. ไม่นอนดึกและพักผ่อนให้เพียงพอ กล่าวคือพักผ่อนไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมง และนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ซึ่งการพักผ่อนในช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งจะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้

3. อย่าเครียด เพราะการเครียดจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งไขมันไปสะสมบริเวณหน้าท้อง ดังนั้นถ้าไม่อยากมีพุง อย่าเครียดลดความอ้วนผู้ชาย

4. การออกกำลังกายในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีการขยับร่างกายไปมา เพื่อให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง เช่น

แขม่วนหน้าท้อง เป็นการออกกำลังกายง่ายๆที่สามารถทำได้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องอีกด้วย โดยการหายใจเข้าแล้วแขม่วท้องเอาให้ได้มากที่สุด จากนั้นค่อยๆผ่อนลมหายใจออกจากท้องให้มากที่สุด ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การนั่งยกขา โดยการนั่งหลังตรงพิงกับเกาอี้ ค่อยๆยกขาขึ้นให้ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ประมาณ 2-5 นิ้ว ขณะที่ทำการยกขาให้ใช้แรงจากหน้าท้องส่วนล่าง โดยยกขาค้างเอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วสลับข้าง ให้ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การเดิน ในขณะที่การออกกำลังกายโดยการเดิน หน้าท้องของจะเกร็งโดยอัตโนมัติ ทำให้หน้าท้องกระชับ และยังช่วยลดต้นขาอีกด้วย

5. หากไม่สามารถ วิธีลดพุง ทำตามที่กล่าวมาได้ หรืออยากได้เครื่องมือที่ช่วยในการทุ่นแรงและทุ่นเวลาในการลดน้ำหนักหรือลดพุง ก็ให้มองหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักที่ช่วยเรื่องการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด เพราะเป็นอีกทางเลือกนึงที่ทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดพุงได้อยางรวดเร็ว แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติ เพราะจะปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว ลดความอ้วนผู้ชาย.

สิวอุดตัน เกิดขึ้นมาได้อย่างไรก่อนที่เราจะรู้ว่าสิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

สิวอุดตัน เกิดขึ้นมาได้อย่างไรก่อนที่เราจะรู้ว่าสิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เรามาดูกันก่อนว่ากายวิภาค (anatomy) ของต่อมขนและต่อมไขมันเป็นอย่างไรสิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน

รูขุมขนสิวอุดตัน
การวิภาคของรูขุมขน (ที่มา Wikipedia)
ปกติแล้วบริเวณผิวหนังจะมี ต่อมขน (hair follicle) ซึ่งเป็นแหล่งที่กำเนิดเส้นขน และใกล้ๆกับต่อมขนก็จะมีต่อมไขมัน (sebaceous gland) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตไขมัน (sebum) ออกมาผ่านทางท่อต่อมไขมัน (sebaceous duct) ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรูขุมขน และจะขับออกสู่ผิวหนังภายนอกต่อไปสิวอุดตัน

บริเวณที่มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมากได้แก่ บริเวณใบหน้า หนังศีรษะ ส่วนบนของหน้าอก และแผ่นหลัง ซึ่งเราจะสังเกตว่าสิวมักขึ้นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ และพบว่าต่อมไขมันที่บริเวณข้างต้นจะมีขนาดใหญ่ และสามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย

โดยทั่วไปเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะมีสิวเพิ่มขึ้น ก็เนื่องจากในช่วงวัยรุ่นจะมีการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแสดงออกของเพศชายเพิ่มขึ้น แม้ว่าฮอร์โมนนี้จะเกี่ยวกับเพศชายแต่เพศหญิงก็มีการสร้างฮอร์โมนชนิดนี้เช่นกัน

ฮอร์โมนแอนโดรเจนจะกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตของเซลล์ในท่อต่อมไขมันกลายเป็น ขี้ไคลของรูขุมขน และกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ล้วนก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ทั้งสิ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน

การล้างหน้าหรือสครับ (scrub) ผิวหน้ามากเกินไป จะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิด
ผิวหนังที่อับชื้นจากการใช้เครื่องสำอางประเภทให้ความชุ่มชื้น (moisturizer) หรืออากาศที่ร้อนชื้น
การบีบสิว การล้างหน้าที่รุนแรงเกินไป การใช้สารเคมีเพื่อลอกหน้าที่มีความรุนแรง และการรักษาด้วยเลเซอร์ อาจจะทำให้เกิดการแตกภายในรูขุมขน ซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันได้
เครื่องสำอางบางชนิดอาจอุดตันรูขุมขน รวมถึงผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีความมัน โดยสารบางตัว เช่น ไอโซโพรพิลไมริสเตต (isopropyl myristate) โพรพิลีนไกลคอล (propylene glycol) และสีในเครื่องสำอาง อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันได้ ดังนั้นเราจึงควรเลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน (noncomedogenic) หรืออาจเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (oil free) ก็ได้
เส้นขนหรือผมที่ไม่สามารถเจริญเติบโตพ้นผิวหนัง ก็ทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมถึงเกิดสิวอักเสบได้เช่นเดียวกัน
พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีสิวอุดตันมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
อาหารบางชนิด โดยพบว่าสารฮอร์โมนธรรมชาติที่พบในนมจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนได้ ส่วนอาหารที่มีน้ำตาลสูงก็สัมพันธ์กับการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) และฮอร์โมนแอนโดรเจน
เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ้นมากขึ้น โดยเกิดจากฤทธิ์ของฮอร์โมน 5-เทสโทสเตอโรน (5-testosterone) หรือฮอร์โมนดีเอชที (DHT) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย
มีการลดลงของสารไลโนเลเอท (linoleate) ซึ่งเป็นเกลือของกรดไขมันในซีบัม (sebum) หรือไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน
มีการหลั่งสารก่อการอักเสบจากเซลล์ที่อยู่บริเวณต่อมขน ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
สิวอุดตันอาจจะเกิดจากกรดไขมันอิสระ (free fatty acid) ที่ถูกสร้างมาจากแบคทีเรียบนผิวหน้า สิวอุดตัน.

ลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน

ลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน  วิธีออกกำลังกายเพื่อควบคุมและลดน้ำหนัก การออกกำลังกายนอกจากจะต้องคำนึงถึงรูปแบบโปรแกรมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลแล้ว ควรกำหนดโปรแกรมที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องตลอดไปด้วย เท่าที่พบมาประมาณครึ่งหนึ่งของคนที่บริหารร่างกายเพื่อการลดน้ำหนัก มักจะเลิกออกกำลังกายกลางคันในเวลาสั้นๆ ทำให้การออกกำลังกายไม่ได้ผลอย่างที่ควรเป็น ดังนั้นใครที่กำลังจะเริ่มต้นออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ผมมีวิธีมาแนะนำดังต่อไปนี้ครับ ลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน .

ลดความอ้วน 1 เดือน

ลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน

– ค่อยๆ เริ่มช้าๆ ดูระดับความแข็งแรงและความสามารถของตนเอง อย่าใจร้อนออกกำลังกายหักโหม เพราะอาจได้รับบาดเจ็บและผลที่ได้อาจไม่เป็นไปอย่างที่คิด ทำให้ท้อแท้จนถึงกับเลิกออกกำลังกายไปเลย ถ้าเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมากๆ ควรเริ่มด้วยการออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เป็นต้นลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน

– ตั้งเป้าหมาย เริ่มจากสั้นๆ ก่อนถ้าทำได้แล้วค่อยๆ เพิ่มเป้าหมายให้ยาวขึ้นหรือหนักขึ้น เช่น ตั้งใจว่าจะเดินออกกำลังกายให้ได้ 25 นาทีในช่วงเดือนแรกและลดน้ำหนักให้ได้ 2-4 กิโลกรัม หลังจากนั้นเข้าร่วมออกกำลังกายในคลาส
ปั่นจักรยานให้ครบ 50 นาทีภายในเดือนที่ 3 และลดน้ำหนักลงให้ได้ 6-12 กิโลกรัม

– มีการบันทึกตารางการออกกำลังกาย เพื่อดูผลความก้าวหน้า ให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจ
ในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องต่อไปลดความอ้วน 1 เดือน

– ควรจัดตารางเวลาของการออกกำลังกาย ไว้ในชีวิตประจำวันให้ได้ คุณสามารถเลือกทำกิจกรรม 2 อย่างพร้อมกันในเวลาเดียว เช่น วิ่งบนลู่วิ่งในเวลาที่ต้องดูข่าวทีวี เป็นต้น

– เลือกสถานที่ออกกำลังกายที่สะดวกต่อการเดินทาง

– ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ คือ ควรหากิจกรรมออกกำลังกายที่คุณจะรู้สึกชอบและสนุกไปกับมัน เพื่อที่จะปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องและตลอดไปครับลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน .

วิธีกินวิตามินซี นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ปลอดภัย

วิธีกินวิตามินซี  นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงจากการเกิดโรคภัยต่างๆแล้ว วิตามินซี ยังเป็นหนึ่งใน วิธีผิวใส อย่างง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเมื่อทำการทานวิตามินซีแล้ว จะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดีอย่างรอบด้าน ดังต่อไปนี้ วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี

1.ช่วยในการป้องกัน และบำรุงผิวพรรณให้ขาว สดใส เรียบเนียน ชวนสัมผัสวิธีกินวิตามินซี

2.ช่วยในการต่อต้าน และกำจัดอนุมูลอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากความชราของผิว

3.ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดดวิธีกินวิตามินซี

4.ช่วยกระตุ้นการสร้าง รักษาและปรับสภาพระดับคอลลาเจนที่ผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น ลดรอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาให้น้อยลง

5.ช่วยลดการทำงานของเอนไซต์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ส่งผลให้ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติวิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไร

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไร นั้นยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ แต่ก็มีจุดสำคัญ ๆ พอที่จะนำมาสรุปได้ดังนี้ วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

1. วิตามินซี ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคหวัด เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ฤทธิ์ของเชื้อไวรัสเหล่านั้นอ่อนแอลงวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

2. วิตามินซี มีส่วนสัมพันธ์กับการสังเคราะห์โปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย คือ คอลลาเจน ( ลักษณะคล้ายวัสดุซีเมนต์ ) ซึ่งมีปริมาณประมาณ 30 % ของปริมาณของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายหน้าที่ของคอลลาเจน คือ สารคล้ายกาวที่ยึดเซลล์ไว้ด้วยกัน วิตามินซี นอกจากออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสแล้ว ยังออกฤทธิ์บางส่วนในการเสริมความแข็งแรงโดยสารซีเมนต์นั้นต่อระบบชีวภาพของร่างกายด้วย ด้วยเหตุนี้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ จะถูกปิดกั้น และลดโอกาสการบุกทะลวงของเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ได้ ด้วยผลดังกล่าวเมื่อเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่ระบบชีวภาพจึงถูกควบคุมให้อยู่กับที่โดยเฉพาะไม่เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสได้แผลงฤทธิ์ต่อไปได้ ส่วนทางด้านตัวผู้ป่าวยจะเกิดอาการหวัดเพียงเล็กน้อยหรือไม่เกิดอาการขึ้นเลย ถึงแม้อาการบางอย่างจะปรากฏขึ้นก็เกิดขึ้นอย่างเบาบางและปราบสิ้นไปซึ่งระยะเวลาอันสั้น ถ้าเชื้อไวรัสหวัดสามารถบุกทะลวงเข้าสู่ร่างกายได้ มันจะทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือไข้ ท้องเสีย และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อต่าง ๆ วิตามินซี ก็จะช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายไปให้กลับดีดังเดิม ( ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสหวัด ) ได้ในระยะฟักพื้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

3. การบริโภควิตามินซี ในขนาดสูง ๆ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งแก่กลไกป้องกันทางชีววิทยา สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญในการป้องการโรคสำหรับร่างกาย ถ้าหากเราสมมุตว่าเชื้อโรคเป็นเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเป็นข้าศึกศัตรู อำนาจป้องกันร่วมกันเพื่อต่อสู้ข้าศึกศัตรูก็คือ กลไกป้องกันทางชีววิทยานั่นเอง และพลังอำนาจในการป้องกันนี้เพิ่มสูงขึ้นได้ ก็โดยการบริโภควิตามินซี เพราะฉะนั้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้บริโภควิตามินซี ในประมาณมาก ๆ กลไกในการป้องกันโรคจะเพิ่มมากขึ้้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยังช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันทางชีววิทยาและกระตุ้นการผลิตแอนตี้บอดี้ ( ภูมิคุ้มกันโรค ) ด้วย ซึ่งได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในสัตว์พบว่าวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคอย่างแน่นอน

4. วิตามินซี ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตสารอินเตอร์เฟอรอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของเซลล์ต่อเชื้อไวรัสมากขึ้น อินเตอร์เฟอรอนในปัจจุบันเป็นสารสำคัญยิ่งทางด้านการแพทย์ปัจจุบัน เพราะจะออกฤทธิ์โดยตรงต้านโรคมะเร็งและโรคไวรัสตับอักเสบ การผลิตอินเตอร์เฟอรอนนั้น จะเพิ่มประมาณขึ้นโดยฤทธิ์ของวิตามินซี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในการยอมรับที่ว่าวิตามินซี สามารถป้องกันโรคมะเร็งและโรคที่รักษาหายยากได้

อินเตอร์เฟอรอน หรือ “ปัจจัยในการกดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส” สารนี้จะออกฤทธิ์ทำลายโรคติดเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้สารนี้ยังป้องกันการแพร่พันธุ์ ของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและริคเกตเซียอีกด้วย กลไกของสารนี้ในการทำลายเชื้อไวรัสไม่ได้กระทำโดยตรงต่อเชื้อไวรัสแต่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่ถูกรุกรานด้วยเชื้อไวรัส โดยจะหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ฮูลาฮูลาฮูบ สนุกดีผอมด้วยนะ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ฮูลาฮูลาฮูบ สนุกดีผอมด้วยนะ นำเอาของเล่นสมัยเด็กมาเติมสีสัน และความสนุกสนานให้แก่การออกกำลังของคุณ แถมยังช่วยลดพุงได้ด้วยนะ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก อุปกรณ์ : เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรเลือกใช้ฮูลาฮูปที่หนักราว 3 ปอนด์ คุณอาจใช้ฮูลาฮูปแบบธรรมดาทั่วไปก็ได้ แต่อาจจะไม่เห็นผลในแง่การออกกำลังอย่างชัดเจน เท่ากับการใช้ห่วงที่หนักสักหน่อย

ระยะเวลา : 30-40 นาที

ขั้นตอนออกกำลังกายลดน้ำหนัก

1.ย่ำอยู่กับที่ 3 นาทีเพื่อวอร์มอัพ

2.คล้องห่วงเข้ากับสะโพก และหมุนไปมา 3-5 นาที

3.ยืนแยกขาให้กว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ออกด้านซ้ายเล็กน้อย จากนั้นวางห่วงบนพื้นข้างเท้าซ้าย จับส่วนบนของห่วงด้วยมือซ้าย ยกขาขวาขึ้นด้านข้างให้สูงระดับสะโพกหรือสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะเดียวกันกลิ้งห่วงออกให้ห่างตัว และยกแขนขวาขึ้นเหนือหัว ทำซ้ำ 12 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปอีกข้างหนึ่ง ทำซ้ำ 12 ครั้งเช่นกัน

4.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาทีออกกำลังกายลดน้ำหนัก

5.ยืนแยกขากว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า สองมือจับห่วงไว้หน้าตัวแบบเดียวกับจับพวงมาลัยรถ และยกเท้าขวาขึ้นทางด้านข้างสองครั้ง ขณะที่หมุนห่วงไปทางด้านขวา จากนั้น ยกขาซ้ายขึ้นทางด้านข้างสองครั้ง พร้อมกับหมุนห่วงไปทางซ้าย (ทั้งนี้นับเป็นหนึ่งครั้ง) ทำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง

6.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาที

7.ยืนแยกขากว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า ถือห่วงไว้ในมือแบบเดียวกับจับพวงมาลัยรถ หมุนตัวไปข้างซ้ายเล็กน้อย และเหยียดแขนขวาข้ามไปจับด้านซ้ายของห่วง ขณะที่ทำท่านี้เขย่งปลายเท้าขวาขึ้นด้วย ทำซ้ำอีกด้านหนึ่ง (ทั้งหมดนับเป็นหนึ่งครั้ง) ทำสองเซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง

8.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาที

9.นอนหงายบนพื้น ยกขาทำมุม 90 องศากับพื้น ถือห่วงไว้ในมือซ้าย และวางเท้าทั้งสองข้างแตะเบา ๆ ที่ด้านล่างของห่วง เหยียดแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับยกไหล่ขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย (พยายามอย่าให้บั้นเอวยกตามไปด้วย) และลดขาลงจนกระทั่งอยู่เหนือพื้นสองสามนิ้ว กลับสู่ท่าเริ่มต้นนับเป็นหนึ่งครั้ง ทำซ้ำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง โดยเปลี่ยนมาเป็นข้างขวาในเซ็ตที่สอง

10.คูลดาวน์ด้วยการย่ำอยู่กับที่ 3 นาที (อย่าลืมยืดเส้นสายปิดท้ายสักหน่อยด้วย)ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว ไขข้อข้องใจว่าการรับประทานวิตามินบำรุงผิวกระจ่างใส

วิตามินผิวขาว ไขข้อข้องใจว่าการรับประทานวิตามินบำรุงผิวกระจ่างใส ซึ่งเป็นอีกวิธีที่นิยมกันมากนั้นได้ผลจริงหรือไม่ จะช่วยให้คุณขาวอย่างเป็นธรรมชาติจากข้างในได้อย่างไร และมีวิตามินอะไรบ้างที่จะช่วยให้ผิวสวยแป๊ะ ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย วิตามินผิวขาว.
วิตามินผิวขาว
วิตามินผิวขาว กระจ่างใส
1.วิตามินซี (Vitamin C) ตัวแรกเป็นวิตามินที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงผิง กระจ่างใส เพราะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่น มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น จึงทำให้ผิวเต่งตึง แถมยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เพราะวิตามินซีช่วยให้ผิวมีกระบวนการซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้ดี โดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ ช่วยทำให้จุดดำจุดแดง หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหายได้เร็ว ใบหน้าที่หมองคล้ำ จึงกลับมาสดใสมากขึ้น
2.วิตามินรวม จะประกอบด้วยวิตามินตั้งแต่เอถึงซี (A-Z) เลยทีเดียว ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ทำงานหนักมากจนไม่ค่อยมีเวลารับประทานอาหาร โดยเฉพาะให้ได้ครบทั้ง 5 หมู่ หรือไม่ค่อยได้รับประทานผักผลไม้สดๆ การรับประทาน วิตามินรวมเสริม ก็จัดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวม และช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้นวิตามินผิวขาว
3.น้ำมันปลา (Fish oil) ช่วยต่อต้านการอักเสบในร่างกาย เล่ากันไว้ว่า การแก่นั้นเกิดจากการอักเสบระดับเซลล์ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้น การรับประทานน้ำมันปลา ซึ่งมาการ อีพีเอ (EPA) และดีเอชเอ (DHA) สูง จะช่วยลดการอักเสบและอีกทั้งชะลอความชราได้ ทำให้สุขภาพผิวดี ขาวขึ้นได้อย่างใจหมาย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย เช่น ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด เป็นต้นวิตามินผิวขาว
4.แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารในกลุ่มแซนโทรฟิลล์ / ตระกูลแคโรทีนอยด์ (Xanthophyll group / Carotenoid family) พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เป็นสารสีแดงที่พบในปลาแซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ เปลือกกุ้งปู และ Microalgae Haematococcus Pluvialis ร่างกายไม่สามารถสร้างสารชนิดนี้ขึ้นเองได้ เราจะได้รับสารชนิดนี้จากอาหารที่รับประทานเข้าไป ในปริมาณที่น้อยมาก เช่น ปลาแซลมอน 200 กรัม จะมีแอสตาแซนธิน เพียง 1 มิลลิกรัม อย่างไรก็ดี แอสตาแซนธินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงเหมาะสมในการใช้บำรุงผิว กระจ่างใสเป็นอย่างยิ่ง
5.โคเอนไซม์คิวเทน ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายแขนง มีส่วนช่วยในการชะลอริ้วรอยบนใยหน้าได้ด้วย โดยเฉพาะโคเอนไซม์คิวเท็น ซึ่งเป็นโคแฟกเตอร์ที่ช่วยทำให้ผิวไม่ถูกอนุมูลอิสระจากแสงยูวีทำร้าย และเบต้าแคโรทีน ซึ่งเปรียบเสมือนสารกันแดดจากภายใน ทั้งนี้ ควรเลือกรับประทานคิวเท็นในตอนเช้าหลังมื้ออาหารวิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย สาเหตุของผิวแตกลายผิวแตกลายหรือรอยแตกลาย

รอยแตกลาย สาเหตุของผิวแตกลายผิวแตกลายหรือรอยแตกลาย เป็นรอยที่สังเกตได้ง่าย หรือที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า “Stretch marks” หรือ “Striae” ซึ่งเป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังและมีสีที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับผิวหนังส่วนอื่น รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการฉีกขาดของหนังแท้ ผิวหนังเกิดการยืดขยายตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ซึ่งผิวแตกลายนั้นจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นกลาง และมักจะเกิดในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพกและน่อง คนส่วนใหญ่จึงมักเจอปัญหานี้ในตอนเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น เพราะเป็นวัยกำลังกินกำลังโต หรือเกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วจนผิวหนังขยายตามไม่ทัน อย่างในวัยรุ่นที่โตเร็วหรืออ้วนมากเกินไป หรือในกลุ่มนักกีฬาเพาะกายที่มวลกล้ามเนื้อโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงกลุ่มคนที่ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาผิวแตกลายในสตรีตั้งครรภ์มากถึง 90% เพราะครรภ์โตจนทำให้หน้าท้องและขาอ่อนแตกลาย ส่วนสาเหตุอื่น ๆ นั้นก็อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง โรค Marfan Syndrome เป็นต้น และเกิดจากการใช้ยาทาหรือยารับประทานในกลุ่มของสเตียรอยด์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นยาหม้อ ยาลูกกลอน ซึ่งชาวบ้านชอบกินกันมาก เพราะเข้าใจว่าเป็นสมุนไพรไม่มีพิษมีภัยอะไร

อาการเริ่มแรกของผิวแตกลาย คือ ผิวหนังจะเกิดรอยเป็นเส้นสีแดงหรือม่วง (ระยะแรก) และจะมีสีอ่อนลงเรื่อย ๆ จนเป็นสีขาวขุ่น (ระยะหลัง) การรักษาในระยะแรกถ้าทาครีมเป็นประจำลายแตกก็อาจจะหายได้ทัน ดังนั้นคุณจึงต้องหมั่นสังเกตผิวกายของตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วย คราวนี้มาดูกันเลยดีกว่าว่าเราจะมีวิธีรักษารอยแตกลายบนผิวนี้ได้อย่างไร…

วิธีลดรอยแตกลาย
ดูแลตัวเองให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการ หันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยทำให้รูปร่างของเราดูดีและผิวมีความยืดหยุ่นแล้ว ยังช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดความสมดุลและช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินเอ, แร่สังกะสี (แครอท, ฟักทอง, ตำลึง, มะละกอ, กวางตุ้ง, ผักบุ้ง), วิตามินซี, วิตามินดี (นม, เนย, ตับ, ปลาแซลมอน), โปรตีน (เนื้อสัตว์ต่าง ๆ) เป็นต้น และพยายามควบคุมอาหารให้ได้ ไม่ตามใจปาก แต่ถ้าอยากเห็นผลไว้ขึ้นก็แนะนำให้หาวิตามินเสริมมากินครับ อย่างวิตามินซีวันละ 500-1,000 มิลลิกรัม เพื่อช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน, ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว (แต่สำหรับบางคนที่มีผิวหนังแห้งและผนังชั้นขี้ไคลเสื่อม การดื่มน้ำมาก ๆ ก็ไม่ด้วยช่วยเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ได้) และพยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกชาและกาแฟ, ไม่อบน้ำอุ่นและไม่เกาผิวเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ผิวแห้งและแตกลายมากยิ่งขึ้น, พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอย่างวัยรุ่น ผู้ออกกำลัง และหญิงตั้งครรภ์ (ยิ่งผู้หญิงที่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ ก็ควรจะหาครีมทาไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะถ้ารอให้ผิวแตกลายเมื่อไหร่ จะหาครีมมาโบกเท่าไหร่มันก็ยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม) เป็นต้น
ทาครีมบำรุงเป็นประจำ เป็นวิธีรักษารอยแตกลายวิธีแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึง โดยให้เน้นการทาครีมบำรุงที่มีความเข้มข้นสูงในบริเวณผิวแตกลายทุกวันเป็นประจำก่อนนอนและในตอนเช้า หรือทาทุกครั้งหลังอาบน้ำ เพื่อช่วยลดและป้องกันการเกิดรอยแตกลายที่ผิวหนัง และอย่าปล่อยให้บริเวณที่ผิวแตกลายแห้งเป็นขาด !! มิฉะนั้นมันอาจจะลุกลามกว้างขึ้นมากกว่าเดิมก็ได้ และทุก ๆ ครั้งที่ทาให้พยายามทาครีมและนวดผิวย้อนรอยขึ้นไปด้วย
การรักษารอยแตกลาย
ครีมลดรอยแตกลาย ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นการหันมาใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับลดรอยแตกของผิวหนังโดยเฉพาะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แม้การใช้ครีมรักษารอยแตกลายจะไม่ทำให้รอยแตกลายหายไปได้อย่างถาวร แต่มันก็สามารถช่วยป้องกันและทำให้รอยแตกลายดูจางลงได้อย่างน่าพอใจ ส่วนผลิตภัณฑ์ตัวไหนจะได้ผลดีที่สุดนั้นต้องลองถามเภสัชกรประจำร้านขายยาดูได้เลยครับ หรือถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าครีมที่ใช้จะเหมาะกับเราและได้ผลจริงหรือไม่ คุณอาจจะปรึกษาแพทย์ผิวหนังดูก็ได้ โดยยาที่แพทย์มักจะจ่ายมามักจะมีส่วนผสมของวิตามินเอเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและความยืดหยุ่นในผิว และครีมที่มีส่วนผสมของกรดเอเอชเอ (AHA)
advertisements
สูตรน้ำมันจากธรรมชาติ ที่แนะนำเป็นอันดับแรกคือ “น้ำมันงา” ให้คุณใช้น้ำมันงานำมาทาผิวบริเวณที่เป็นรอยแตกเป็นประจำ โดยให้ชโลมทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพราะน้ำมันงานั้นมีชื่อเสียงมากในด้านการบำรุงผิว ที่สามารถช่วยทำให้ผิวที่เคยแห้งกร้านกลับมาดูสดใสมีน้ำมีนวลได้อีกครั้ง หรือถ้ามีน้ำมันมะกอกก็ให้นำไปอุ่นจนเกือบร้อนแล้วนำมานวดวนบริเวณผิวที่แตกลาย ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออก ส่วนน้ำมันอื่น ๆ ที่สามารถช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและป้องกันผิวแตกลายได้ก็มีอีกหลายชนิด เช่น น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันละหุ่ง, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันอะโวคาโด, น้ำมันอัลมอนด์, น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นต้น
สูตรสมุนไพรลดรอยแตกลาย อย่างสูตรแรกที่แนะนำก็คือ “ว่านหางจระเข้” ให้คุณใช้วุ้นสีขาวจากว่านหางจระเข้ที่ล้างยางออกแล้ว นำมาทาบริเวณผิวแตกลายเป็นประจำทุกเช้าและเย็น ซึ่งจะช่วยทำให้รอยแตกลายนั้นค่อย ๆ ดูจางลงได้ ส่วนอีกวิธีนั้นให้คุณใช้เฉพาะน้ำเมือกจากใบสดว่านหางจระเข้ 1 ส่วน นำมาผสมกับครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของเราอีก 5 ส่วน จากนั้นก็นำมาใช้ทาผิว โดยผสมพอใช้ในแต่ละครั้ง ถ้าจะใช้อีกครั้งก็ให้ผสมใหม่ทุกครั้ง หรือถ้าไม่มีว่านหางจระเข้ เราอาจใช้ใบบัวบกแทนก็ได้ ด้วยการนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำมาทาบริเวณรอยแตกลายเป็นประจำทุกเช้าและเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อย ๆ จางลงได้เช่นกัน ส่วนอีกวิธีนั้นให้ใช้มันฝรั่งสด 1 หัว นำมาปอกเปลือกออกแล้วบดให้ละเอียด ใช้ทาบริเวณที่ผิวแตกลาย ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่จะใช้ได้ผลเฉพาะผิวกับที่เริ่มแตกลายเท่านั้น นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาส์กผิวบริเวณที่เป็นรอยแตกลายได้อีกด้วยรอยแตกลาย
วิธีรักษาผิวแตกลายแบบธรรมชาติ
การขัดหรือสครับผิว เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปและกระตุ้นเซลล์ผิวหนังใหม่ให้ขึ้นมาทดแทนผิวเดิมได้ ในระหว่างอาบน้ำก็ให้ใช้ใยบวบขัดผิวไปด้วย ถ้าจะให้ดีก็ลองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีสารสกัดมาจากธรรมชาติและมีประสิทธิภาพในการซึมซาบสู่ผิวได้ดี นำมาใช้ขัดหรือสครับผิวบริเวณที่มีปัญหา โดยแนะนำให้ทำเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือถ้าจะให้ง่ายกว่านั้นก็จะอาจใช้สูตรสครับผิวทำเองจากธรรมชาติก็ได้ เช่น
สูตรมะนาว หลายคนใช้สูตรนี้แล้วได้ผล คือการใช้น้ำมะนาวและดินสอพองมาผสมกันแล้วใช้ทาบริเวณผิวแตกลาย ซึ่งน้ำมะนาวจะมีฤทธิ์เป็นกรดแบบธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้ และยังช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้อาการแตกลายบนผิวหายจางลงอย่างรวดเร็วอีกด้วยรอยแตกลาย
สูตรขมิ้นผสมมะขาม ให้นำขมิ้นและมะขามมาผสมกันแล้วใช้ขัดนวดผิว ขมิ้นนั้นมีเคอคูมินที่ทำให้ผิวขาว ส่วนมะขามนั้นมีกรดเอเอชเอที่ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว
สครับน้ำตาล อีกวิธีที่ทำได้ง่ายและสะดวกสุด ๆ เพียงแค่คุณหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำอัลมอนด์และน้ำมะนาว จากนั้นก็นำส่วนผสมที่มาขัดผิวที่แตกลาย ก็จะช่วยแก้ปัญหาผิวแตกลายได้แล้วล่ะ
ยาทาแก้ผิวแตกลาย ซึ่งเป็นยาทาในกลุ่มอนุพันธ์กรดวิตามิเอ ที่แนะนำให้ใช้คือ เรตินเอ (Retin A) ให้เลือกใช้ความเข้มข้น 0.025% หรือ 0.05% (ถ้าเข้มข้นมากกว่านี้เดี๋ยวแสบ) หลังจากอาบน้ำเสร็จให้ขัดหรือสครับผิวก่อน แล้วเช็ดตัวให้แห้ง รอให้แห้งสนิทซักประมาณ 10 นาที บีบเรตินเอใส่นิ้วมือแล้วนำมาทาบริเวณผิวที่เป็นรอยแตก แบบไม่ต้องลงครีมบำรุงหรือโลชั่น โดยให้ทำเฉพาะก่อนเข้านอนและทำวันเว้นวัน (สตรีมีครรภ์ห้ามใช้เป็นอันขาด) ส่วนวันที่ไม่ได้ใช้ก็ให้ทาด้วยครีมบำรุงไปตามปกติ ให้พยายามทำดูนะครับสักประมาณ 1 เดือน มั่นใจได้เลยว่าผิวจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน แม้ในช่วงแรกที่ทามันอาจจะทำให้เกิดรอยแดงเป็นวง เป็นรอยดำไหม้ หรืออาจถลอกไปบ้าง เดี๋ยวสักพักมันก็จะค่อย ๆ หายไปเอง
ยาทาผิวแตกลาย
การรักษาด้วยทรีทเม้นท์ต่าง ๆ เช่น การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี (Microdermabrasion) เพื่อช่วยทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นโดยการกำจัดเซลล์ชั้นบนออกไป หรือทำการผลัดเซลล์ด้วยกรดผลไม้ (Chemical Peel) เพื่อช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป (ให้ผลการรักษาประมาณ 10-20%) รวมไปถึงการรักษาโดยใช้คลื่นวิทยุเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (ให้ผลการรักษาประมาณ 20-40%) เป็นต้น (ภาพก่อนและหลังการรักษาด้วย Microdermabrasion จากข้อมูลไม่ได้ระบุจำนวนครั้งและระยะเวลาในการรักษา)
แก้ผิวแตกลาย
เมโสรักษารอยแตกลาย? (Mesotherapy) เป็นวิธีการใช้เข็มส่งตัวยาที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสมานรอยแตกลายของผิว จึงทำให้รอยแตกลายลดจางลง โดยใช้กลุ่มยาหลาย ๆ ตัว เช่น กรดอะมิโนไกลซีน (Glycine), วาลีน (Valine), โปรลีน (Proline), ไฮดรอกซิโปรลีน (Hydroxyproline) และสารอาหารผิวอื่น ๆ โดยปริมาณที่ฉีดก็แล้วแต่บริเวณที่ต้องการแก้ปัญหา ราคาทำต่อครั้งประมาณ 1,000-2,000 บาท สตรีมีครรภ์ไม่ควรทำ (ภาพก่อนและหลังการรักษาด้วยเทคนิคการฉีดเมโส ตามข้อมูลไม่ได้ระบุตัวยาที่ใช้ จำนวนครั้ง และระยะเวลาในการรักษา) รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน ปัญหาผิวพรรณที่ทำเอาสาวๆเครียดกันมาหลายคนแล้ว

กระชับรูขุมขน ปัญหาผิวพรรณที่ทำเอาสาวๆเครียดกันมาหลายคนแล้ว วันนี้เบ็ดเตล็ดไอเดียขอแนะนำวิธีแก้รูขุมขนบนใบหน้าแบบง่ายๆที่รับรองว่าเห็นผลดีและปลอดภัยมากๆเลยค่ะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน สำหรับวิธีกระชับรูขุมขนกว้างบนใบหน้าง่ายๆนั้น สาวๆสามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างด้วยสูตรกระชับรูขุมขนจากวิธีธรรมชาติดังต่อไปนี้ค่ะ
1. มะเขือเทศ หากพอกหน้าด้วยมะเขือเทศปั่นวันละ 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน สมานผิวหน้าให้เต่งตึง รักษาสิว และช่วยกระชับรูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัดอีกด้วยค่ะ

2. ประคบน้ำแข็ง เพียงแค่นำเอาก้อนน้ำแข็งสะอาดมาประคบบนใบหน้า หรือถ้าเย็นมากจนทนไม่ไหวก็ให้ใช้ผ้าบางๆ ห่อน้ำแข็งเอาไว้ ก่อนจะนำมาถูก็ได้ จากนั้นถูวนเบาๆและเน้นบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง ทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 15-30 วินาที ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

3. มะนาว เพียงแค่นำน้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับดินสอพองหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ช่วยลดปัญหารูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัด นอกจากนี้แล้วมะนาวยังช่วยให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อมๆกับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ช่วยให้รอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลงอีกด้วยค่ะ

4. น้ำผึ้ง อีกหนึ่งตัวช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยกระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลงอีกด้วย เพียงแค่นำน้ำผึ้งไปผสมกับโยเกิร์ต แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15 นาที หรือนำมานวดแบบเพียวๆก็ได้เช่นกันค่ะกระชับรูขุมขน

5. ใบบัวบก อีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยกระชับรูขุมขนที่ได้ผลดีไม่น้อยไปกว่าวิธีอื่นๆ เนื่องจากใบบัวบกมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายนั่นเอง สำหรับวิธีใช้ใบบัวบกลดรูขุมขนนั้น เพียงแค่นำใบบัวบกเอามาปั่นผสมกับน้ำเย็น แล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 -30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้รูขุมขนก็จะค่อยๆเล็กลงๆจนหายไปในที่สุดค่ะ

6. น้ำตาลทราย อีกหนึ่งตัวช่วยลดและกระชับรูขุมขนที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแค่นำเอาน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก แล้วนำไปทาบนใบหน้าแล้วก็ขัดเบาๆ โดยค่อยๆหมุนนิ้วเป็นแนววงกลม เน้นส่วนที่มีรูขุมขนกว้างและผิวมัน จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำที่เย็นจัด น้ำผึ้งนั้นมีสรรพคุณในการช่วยลดความมันบนใบหน้าและทำให้รูขุมขนเล็กลง

7. แตงกวา สูตรนี้อาจทำให้หลายๆคนประทับใจไม่น้อย เพียงแค่นำแตงกวามา 1 ลูก ฝานและบดขยี้จนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นให้นำมาผสมกับมะนาวสัก 2-3 หยด แล้วนำมามาร์คบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แตงกวานั้นมีสารทำให้เย็นจึงสามารถช่วยในการลดรูขุมขนกว้างให้กระชับได้ และมะนาวช่วยลดจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอบนใบหน้าได้อีกด้วย  กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง อยากมีเอวเล็กๆเป็นความฝันของสาวๆทุกคน

ลดหน้าท้อง อยากมีเอวเล็กๆเป็นความฝันของสาวๆทุกคน รวมทั้งผู้ชายด้วย วันนี้เรามีวิธีลดหน้าท้องลดพุงแบบเร่งด่วนมาเสนอให้ทุกคน กับท่าบริหารลดพุงสำหรับผู้ชาย แล้วผู้หญิง พร้อมทั้งเคล็ดลับที่จะช่วยลดพุงได้เร็วขึ้นด้วย ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง 4 เคล็ดลับการลดหน้าท้องที่สามารถทำควบคู่กันไปได้

1 . หลังรับประทานอาหารยืนครึ่งชั่วโมง

หลังรับประทานอาหารเสร็จเราก็รีบนั่งลง จะทำให้ไขมันของหน้าท้องเพิ่มขึ้นและกลายเป็นพุงออกมา ดังนั้นหลังรับประทานอาหารเสร็จยืนครึ่งชั่วโมง จะสามารถลดการสะสมไขมันได้ ถ้าเรายืนกับผนัง ก็จะสามารถลดหน้าท้องและส่วนอื่นได้

2. นวดหน้าท้องในเวลาอาบน้ำ

ในเวลาอาบน้ำ สองมือวางไว้บนสะดือแล้วเขียนวงกลมตามทิศทางของนาฬิกา เวลาเริ่มนวดให้นวดแรงหน่อย จากขวาไปซ้าย เมื่อนวดใกล้ทางซ้ายควรนวดช้าลง แล้วค่อยๆนวดเบาลง ทำท่าทางนี้หลายครั้งเป็นเวลา 1 นาทีลดหน้าท้อง

3. เล่นฮูลาฮูก

การเล่นฮูลาฮูกจะสามารถเผาผลาญแคลอรี่มากมาย และส่งเสริมการเผาผลาญไขมันได้ เวลาเล่นฮูลาฮูไม่ควรจะเร็วเกินไป จำนวนครั้งตามสภาพร่างกายของแต่ละคน

4 . ลดหน้าท้องด้วยการรับประทานอาหาร

น้ำเปล่า น้ำมะนาวและอื่น ๆ ต่างก็เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากสำหรับการขจัดสารพิษในร่างกายของเรา จะสามารถช่วยลดการสะสมไขมันของหน้าท้องได้ ลดหน้าท้อง.