ลดความอ้วนผู้ชาย คุณผู้ชายทั้งหลายมีปัญหาเรื่องพุง

ลดความอ้วนผู้ชาย คุณผู้ชายทั้งหลายมีปัญหาเรื่องพุง หรือว่า หน้าท้อง กันใช่ไหม ไม่ต้องเป็นกังวลไปเลยนะ เพราะเรามีทางออกมานำเสนอเพื่อให้ การลดหน้าท้องผู้ชาย เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ ลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

ลดความอ้วนผู้ชาย การลดหน้าท้องชาย นั้นหลายๆคน อาจไม่รู้ว่าสามารถทำได้ง่ายกว่าคุณผู้หญิงเสียด้วยซ้ำ เพราะอะไรน่ะหรือ?

เฉลยก็คือ เพราะคุณผู้ชายทั้งหลายไม่ได้กินจุกๆ จิกๆ เหมือนคุณผู้หญิงน่ะสิ เมื่อกินไม่เยอะ

การลดหน้าท้องของผู้ชาย ย่อมได้ผลเร็วกว่าคุณผู้หญิงทั้งหลาย หลายเท่าเลย

คงมีบ้างส่วนน้อยที่คุณผู้ชายจะกินเรื่อยเปื่อยเห็นอะไรน่าอร่อยไปหมด ส่วนใหญ่กินเป็นเวลาแต่หนักหน่อยในแต่ละมื้อเท่านั้นเอง ต่างกันไหมล่ะลดความอ้วนผู้ชาย

โดย วิธีลดหน้าท้องของผู้ชาย ก็เพียงลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยลง เพราะไม่ได้กินบ่อยๆอยู่แล้ว กินน้อยลง หน้าท้องคุณผู้ชายลดลงแน่นอน

แต่พูดง่ายทำยากใช่ไหม ลองๆดูสักมื้อสองมื้อเดียวก็ชินไปเอง แล้วพุงจะยุบโดยไม่รู้ตัวเลยนะ

วิธีลดพุง ลดหน้าท้องเร่งด่วนผู้ชาย ภายใน 10 นาที
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าท้องของผู้ชายย้วยได้เร็วกว่าผู้หญิง เพราะกล้ามเนื้อส่วนพุง หรือกล้ามเนื้อหน้าท้องของผู้ชาย อ่อนแอกว่าของผู้หญิงลดความอ้วนผู้ชาย

ไม่น่าเชื่อใช่ไหม เพราะใครก็คิดว่าผู้ชายแข็งแรงกว่าผู้หญิง อันนั้นจริง แต่ไม่ทั้งหมด

มีหลายอย่างที่ผู้หญิงแข็งแรงกว่าผู้ชาย อย่างเช่นกล้ามเนื้อหน้าท้องนี่แหละค่ะ

ถ้ายังไม่เชื่อให้ลองนึกถึงเวลาผู้หญิงท้องนะคะ กล้ามเนื้อท้องขยายใหญ่มาก แต่พอคลอดเสร็จก็กลับมามีสภาพเกือบจะเหมือนเดิมเลย

นั่นเป็นเพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องผู้หญิงถูกออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เรื่องนี้ผู้หญิงถึงได้เปรียบผู้ชาย ทำให้หน้าท้องคุณผู้ชาย ย้วยเอาๆทั้งๆที่กินน้อยกว่าผู้หญิง

แต่ไม่ต้องห่วง กิจกรรมคุณผู้ชายส่วนใหญ่ล้วนแต่ช่วยเผาผลาญช่วยให้คุณผู้ชาย ลดหน้าท้อง ได้รวดเร็ว เร่งด่วนอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ซิทอัพ ปั่นจักรยาน เตะบอล ลองเอาไปปรับใช้ดูนะ เอาใจช่วยทุกคนค่ะ ลดความอ้วนผู้ชาย.

สิวอุดตัน มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า comedo หรือ comedones

สิวอุดตัน มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า comedo หรือ comedones ซึ่งมีความหมายมาจากภาษาละตินที่แปลว่ามีลักษณะคล้ายหนอน เนื่องจากเวลาเราบีบหรือกดก็จะเห็นไขมันออกมาเป็นเส้นยาวๆคล้ายกับหนอน และเราจะจัดสิวอุดตันเป็นสิวที่ไม่อักเสบ (noninflammatory acne) สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน จะมีลักษณะเป็นเม็ดสิวเล็กๆ เวลาเราเอามือสัมผัสหน้าจะรู้สึกว่ามีความสากหรือขรุขระบนผิวหน้า โดยอาจมีเข้มหรือบางครั้งก็มีสีขาว ทำให้มีการเรียกสิวอุดตันว่า สิวหัวดำ (blackhead) และ สิวหัวขาว (whitehead) ตามลักษณะที่ปรากฎ

ในบทความนี้เราจะแนะนำถึงสาเหตุและประเภทของสิวอุดตัน รวมถึงการรักษาสิวอุดตันโดยใช้ยาและไม่ใช้ยา
สิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ก่อนที่เราจะรู้ว่าสิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เรามาดูกันก่อนว่ากายวิภาค (anatomy) ของต่อมขนและต่อมไขมันเป็นอย่างไร

รูขุมขน
การวิภาคของรูขุมขน (ที่มา Wikipedia)
ปกติแล้วบริเวณผิวหนังจะมี ต่อมขน (hair follicle) ซึ่งเป็นแหล่งที่กำเนิดเส้นขน และใกล้ๆกับต่อมขนก็จะมีต่อมไขมัน (sebaceous gland) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตไขมัน (sebum) ออกมาผ่านทางท่อต่อมไขมัน (sebaceous duct) ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรูขุมขน และจะขับออกสู่ผิวหนังภายนอกต่อไป

บริเวณที่มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมากได้แก่ บริเวณใบหน้า หนังศีรษะ ส่วนบนของหน้าอก และแผ่นหลัง ซึ่งเราจะสังเกตว่าสิวมักขึ้นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ และพบว่าต่อมไขมันที่บริเวณข้างต้นจะมีขนาดใหญ่ และสามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย

โดยทั่วไปเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะมีสิวเพิ่มขึ้น ก็เนื่องจากในช่วงวัยรุ่นจะมีการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแสดงออกของเพศชายเพิ่มขึ้น แม้ว่าฮอร์โมนนี้จะเกี่ยวกับเพศชายแต่เพศหญิงก็มีการสร้างฮอร์โมนชนิดนี้เช่นกัน

ฮอร์โมนแอนโดรเจนจะกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตของเซลล์ในท่อต่อมไขมันกลายเป็น ขี้ไคลของรูขุมขน และกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ล้วนก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ทั้งสิ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน

การล้างหน้าหรือสครับ (scrub) ผิวหน้ามากเกินไป จะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน
ผิวหนังที่อับชื้นจากการใช้เครื่องสำอางประเภทให้ความชุ่มชื้น (moisturizer) หรืออากาศที่ร้อนชื้น
การบีบสิว การล้างหน้าที่รุนแรงเกินไป การใช้สารเคมีเพื่อลอกหน้าที่มีความรุนแรง และการรักษาด้วยเลเซอร์ อาจจะทำให้เกิดการแตกภายในรูขุมขน ซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันได้
เครื่องสำอางบางชนิดอาจอุดตันรูขุมขน รวมถึงผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีความมัน โดยสารบางตัว เช่น ไอโซโพรพิลไมริสเตต (isopropyl myristate) โพรพิลีนไกลคอล (propylene glycol) และสีในเครื่องสำอาง อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันได้ ดังนั้นเราจึงควรเลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน (noncomedogenic) หรืออาจเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (oil free) ก็ได้
เส้นขนหรือผมที่ไม่สามารถเจริญเติบโตพ้นผิวหนัง ก็ทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมถึงเกิดสิวอักเสบได้เช่นเดียวกัน
พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีสิวอุดตันมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
อาหารบางชนิด โดยพบว่าสารฮอร์โมนธรรมชาติที่พบในนมจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนได้ ส่วนอาหารที่มีน้ำตาลสูงก็สัมพันธ์กับการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) และฮอร์โมนแอนโดรเจน
เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ้นมากขึ้น โดยเกิดจากฤทธิ์ของฮอร์โมน 5-เทสโทสเตอโรน (5-testosterone) หรือฮอร์โมนดีเอชที (DHT) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย
มีการลดลงของสารไลโนเลเอท (linoleate) ซึ่งเป็นเกลือของกรดไขมันในซีบัม (sebum) หรือไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน
มีการหลั่งสารก่อการอักเสบจากเซลล์ที่อยู่บริเวณต่อมขน ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
สิวอุดตันอาจจะเกิดจากกรดไขมันอิสระ (free fatty acid) ที่ถูกสร้างมาจากแบคทีเรียบนผิวหน้า
ชนิดของสิวอุดตัน

สิวอุดตัน โดยทั่วไปแล้วเราจะจัดสิวอุดตันจัดเป็นสิวที่ไม่อักเสบ (noninflamatory acne) โดยลักษณะของสิวอุดตันอาจจำแนกได้เป็น

ไมโครโคมีโดน (MICROMEDONES)

เป็นสิวอุดตันที่มองไม่เห็น เนื่องจากยังมีการอุดตันของรูขุมขนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้ายังมีการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันเพิ่มขึ้น ก็จะมีการสะสมสิ่งอุดตันเพิ่มขึ้น กลายเป็นสิวอุดตันที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ โดยสิวประเภทนี้อาจพัฒนาเป็นสิวอักเสบนูนแดง (papule) ได้
สิวหัวขาวหรือสิวหัวปิด (WHITEHEAD หรือ CLOSED COMEDONES)

เป็นสิวอุดตันที่มองเห็นได้ แต่ตัวสิวยังอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งยังไม่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอก จึงเรียกว่าสิวหัวปิด และสิ่งอุดตันก็ยังเป็นสีขาว จึงเรียกว่าสิวหัวขาว โดยจะพบว่ามากกว่าร้อยละ 75 ของสิวชนิดนี้จะพัฒนาเป็นสิวอักเสบ โดยอาจเกิดจากการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Propionebacterium acnes (P. acnes)
สิวหัวดำหรือสิวหัวเปิด (BLACKHEAD หรือ OPEN COMEDONES)

สิวอุดตัน สิวหัวดำ blackhead รักษาสิวอุดตัน
สิวอุดตันหัวดำ (ภาพจาก Wikipedia)
จัดเป็นสิวอุดตันที่มองเห็นได้อีกชนิดหนึ่ง แต่ตัวไขมันที่อุดตันอยู่ รวมถึงโปรตีนเคราตินซึ่งเป็นโปรตีนที่พบในผิวหนัง และสิ่งสกปรกอื่นๆที่อุดตันอยู่ เปิดออกสัมผัสกับอากาศภายนอก จึงเรียกว่าสิวหัวเปิด ซึ่งเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่าปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (oxidation) ทำให้ไขมันและสิ่งอุดตันกลายเป็นสีดำ จึงเป็นที่มาของสิวหัวดำนั่นเอง
มาโครโคมีโดน (MACROCOMEDONES)

เป็นสิวอุดตันที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 2 ถึง 3 มิลลิเมตร
ไจแอนท์โคมีโดน (GIANT COMEDONES)

เป็นสิวซิสต์ชนิดหนึ่ง ที่หัวสิวเปิดออกและมีสีดำเหมือนสิวหัวดำ
โซลาร์โคมีโดน (SOLAR COMEDONES)

เป็นสิวอุดตันที่มักจะพบบริเวณแก้ม และคาง โดยส่วนมากแล้วจะพบในผู้สูงอายุ โดยเชื่อว่าเกิดจากความเสียหายของผิวหนังจากแสงแดด
การป้องกันสิวอุดตัน

Embed from Getty Images

การป้องกันสิวอุดตันที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมต่างๆ เช่น ไม่บีบสิว หรือแกะสิว ไม่ล้างหน้าบ่อยจนเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อความระคายเคือง เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิว เลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่ามีความอ่อนโยน และไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน (noncomedogenic) รวมถึงเลือกผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่เหมาะสมเช่นกัน

นอกจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมแล้ว การล้างหน้าให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว การออกกำลังกาย เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ป้องกันการเกิดสิวอุดตัน แต่ยังทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นอีกด้วย

แต่บางปัจจัยเช่น การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจน เป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม ซึ่งการรักษาที่สาเหตุนี้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

รักษาสิวอุดตันโดยใช้ยา

Embed from Getty Images

แพทย์มักจะเลือกใช้ยาชนิดทาภายนอกที่ช่วยเพิ่มการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวโดยเร่งการขจัดออกของเซลล์ผิวเก่า (exfoliation) โดยยาที่เป็นตัวเลือกแรกคือ ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดทาภายนอก (topical retinoids) นอกจากนี้ยา เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ หรือบีพีโอ (benzoyl peroxide หรือ BPO) และอาซีลาอิค แอซิด (azelaic acid) ก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน สิวอุดตัน.

ลดความอ้วน 1 เดือน หลายคนกำลังประสบกับปัญหาน้ำหนักตัวที่มากเกินกว่าจะรับไหว

ลดความอ้วน 1 เดือน หลายคนกำลังประสบกับปัญหาน้ำหนักตัวที่มากเกินกว่าจะรับไหว เมื่อถึงเวลาหาเสื้อผ้าตัวเก่งมาสวมใส่เพื่อออกงาน กลับต้องเก็บใส่ตู้เช่นเดิม เพราะต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง และสะโพกที่ใหญ่ขึ้น อันเนื่องมาจากความอวบอ้วนที่สะสมมาเนิ่นนาน วันนี้เรามีวิธีลดน้ำหนักแบบเร่งรัดด้วยสูตรลดความอ้วน 3 วัน มาให้ลองปฎิบัติกัน เพื่อให้หุ่นกลับมาฟิตแอนด์เฟิร์ม ผอมเพรียว กระชับสัดส่วน ให้ทันการที่จะได้เชิดฉายพร้อมเสื้อผ้าชุดสวย ลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 1 เดือน
ลดความอ้วน 1 เดือน สูตรที่ 1
สูตรนี้ลดน้ำหนักได้ 2.5-3 กิโลกรัม เป็นสูตรลดความอ้วน 3 วัน ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดเพียงเล็กน้อย เพื่อเตรียมตัวก่อนออกงานปาร์ตี้หรืองานสำคัญในโอกาสต่างๆ เช่น งานรับปริญญา ให้สามารถสวมชุดครุยแล้วถ่ายรูปได้สวย ไม่อึดอัด นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผิวตึงกระชับขึ้น เพราะรับประทานโปรตีนทุกวัน
วันที่ 1
เช้า : ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น ทาน้ำผึ้ง, ชาหรือกาแฟใส่นมสดและน้ำตาลทรายแดง 1 แก้ว
กลางวัน : ถั่วฝักยาวต้ม 1 ถ้วย กับปลาทูน่ากระป๋อง (ในน้ำแร่) 1 กระป๋อง, น้ำสลัดน้ำใส, ขนมปังโฮลวีต, น้ำผลไม้สดไม่ใส่น้ำตาล หรือน้ำผัก V8 กระป๋องเล็ก
เย็น : อกไก่หมักย่าง, ข้าวซ้อมมือ 1 ถ้วย, สลัดผักเขียวคลุกน้ำสลัดใส, ชาเขียวหรือชาสมุนไพร 1 แก้ว
หมายเหตุ : เพื่อให้สูตรลดความอ้วน 3 วันได้ผลมากขึ้น วิธีหมักไก่ให้เลาะหนังไก่ออก เตรียมน้ำหมักด้วยมัสตราร์ด, น้ำผึ้ง, น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (apple cider vine far) อย่างละนิดหน่อย ผสมกันแล้วทาบนเนื้อไก่ ย่างให้สุก ปรุงรสตามชอบลดความอ้วน 1 เดือน
วันที่ 2
เช้า : เกรปฟรุต 1/2 ผล, ขนมปังโฮลวีตทาด้วยเนยถั่ว, ชาหรือกาแฟ 1 ถ้วย
กลางวัน : ยำผลไม้รวม, ข้าวซ้อมมือ 1/2 ถ้วย, โยเกิร์ต 1 ถ้วย, น้ำผลไม้สดไม่ใส่น้ำตาล 1 แก้ว
เย็น : เนื้อปลานึ่ง 1 ชิ้น, มันฝรั่งต้ม 1 หัว, น้ำผัก V8 กระป๋องเล็ก, ชาสมุนไพร
วันที่ 3
เช้า : ซีเรียล 1 ถ้วย, โยเกิร์ตรสผลไม้ (ราดบนซีเรียล) ตามด้วยกล้วย 1/2 ลูก หั่นวางไว้บนสุด, ชาหรือกาแฟ 1 แก้ว
กลางวัน : แซนด์วิชไก่ (ใช้จนมปังโฮลวีต), สลัดผักเขียวใส่ไข่ต้ม 1 ฟอง, น้ำสลัดใส, แตงโม 2 ชิ้น, ชาสมุนไพร 1 แก้ว
เย็น : เนื้อหมูหรือวัวไม่ติดมันย่าง 1 ชิ้น ไม่ใหญ่, น้ำจิ้มแจ่ว, ข้าวซ้อมมือ 1/2 ถ้วย, น้ำผัก V8 กระป๋องเล็กหรือน้ำผลไม้สดไม่ใส่น้ำตาล, ชาสมุนไพร 1 แก้ว
สูตรที่ 2ลดความอ้วน 1 เดือน
สูตรนี้มีวิธีการปฏิบัติก็คือรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นจะหยุดมารับประทานก็ได้ แล้วค่อยมาเริ่มทำ 3 วันต่อเนื่องใหม่ อีกสัก 2-3 รอบ ตามความสามารถ ซึ่งจะเป็นการปรับกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงด้วย โดยสูตรลดความอ้วน 3 วันสูตรนี้สามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 4-5 กิโลกรัม และเหมาะสำหรับคนที่ชื่อชอบอาหารแบบไทยๆ
วันที่ 1
เช้า : ชาหรือกาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล, ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น, ไข่ต้ม 1 ฟอง, ผักจิ้มน้ำพริกหรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือส้มตำผักล้วน, ผลไม้ 1 อย่าง
กลางวัน : ชาหรือกาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล, ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น, ปลานึ่งหรือย่าง ห้ามใช้น้ำมัน, ผักจิ้มน้ำพริกหรือยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือส้มตำผักล้วน
เย็น : น้ำส้ม, ผักจิ้มน้ำพริกหรือยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือส้มตำผักล้วน, เนื้อไม่ติดมันย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน
วันที่ 2
เช้า : น้ำส้ม, นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc), ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น, ไข่ต้ม 1 ฟอง, ผลไม้
กลางวัน : น้ำส้ม, ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น, ผักต้มจิ้มน้ำพริกหรือยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือส้มตำผักล้วน, ผลไม้
เย็น : น้ำส้ม, นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc), ปลานึ่งหรือย่าง ห้ามใช้น้ำมัน, ผักต้มจิ้มน้ำพริกหรือยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือส้มตำผักล้วน, ผลไม้
วันที่ 3
เช้า : น้ำส้ม, นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc), ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น, ผลไม้, โยเกิร์ต
กลางวัน : น้ำส้ม, ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น, ไข่ต้ม 1 ฟอง, ผักจิ้มน้ำพริกหรือยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือส้มตำผักล้วน
เย็น : น้ำส้ม, นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc), ปลาหรือเนื้อย่าง ห้ามใช้น้ำมัน, ผักจิ้มน้ำพริกหรือยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือส้มตำผักล้วน, ผลไม้ ลดความอ้วน 1 เดือน.

วิธีกินวิตามินซี สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซีกินตอนไหน

วิธีกินวิตามินซี สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซีกินตอนไหน ถึงจะเป็นผลดีมากที่สุด การได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายนั้นควรเป็นเวลาหลังอาหารเช้า เนื่องจากช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ในช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมง และควรรับประทานวิตามินซีหลังอาหาร เพราะวิตามินซีที่ร่างกายดึงไปใช้ได้นั้นจะต้องมีตัวนำพา เช่น อาหาร ผักใบเขียว ผลไม้ต่างๆที่ให้วิตามินซีสูง หากได้รับวิตามินซีขณะที่ท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีตัวนำพาหรือตัวให้ดูดซึม สุดท้ายน้ำที่เราดื่มเข้าไปก็จะไปละลายวิตามินซี และโดนขับออกเป็นปัสสาวะ วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี
วิธีกินวิตามินซี อีกเหตุผลสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรารับมันเข้าสู่ร่างกายตอนท้องว่าง และไม่ควรรับประทานวิตามินซีก่อนนอน เพราะจากค้นคว้าวิจัยพบว่า วิตามินซีอาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับต่อวันวิธีกินวิตามินซี
นอกจากจะทราบกันไปแล้วว่าวิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันต่อไปก็คือปริมาณวิตามินซีที่ควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้วิตามินซี โดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามิน ซี ในปริมาณที่เหมาะสม คืออย่างน้อย 60 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ ดังนั้น จึงควรบริโภคอย่างสม่ำเสมอทุกวันวิธีกินวิตามินซี
นอกจากนี้ วิตามินซียังมีบทบาทในเป็นตัวช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ โดยที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว้างขวาง ในบางรายอาจจะจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่สูงขึ้น อย่างผู้ที่มีอาการเป็นหวัด โรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ และต้องอยู่กับความเครียด เช่น การทำงานหนัก ต้องใช้ความคิดมากๆ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม ขณะเดียวกันคนที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรได้รับวิตามันซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป

โดยสรุปแล้ววิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด คำตอบคือหลังอาหารเช้า เพราะมีอาหารที่รับประทานเข้าไปเป็นตัวนำพาให้ร่างกายนำวิตามินซีไปใช้ และเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายดูดซึมได้ดี ทั้งนี้ ในเรื่องของการรับประทานวิตามินซีเป็นอาหารเสริมก็เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและเป็นวิตามินที่ละลายน้ำ ถูกขับออกได้ทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป วิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง

 

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง นอกจากความงาม? จากการศึกษาพบว่าวิตามินซี ช่วยอะไรต่อร่างกายได้อย่างมากมาย นอกเหนือจากเพียงเรื่องของความงาม ซึ่งวิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้างนั้น หลักๆมีดังต่อไปนี้ วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

1.ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต และการพัฒนาการของร่างกายให้เป็นปกติ

2.ช่วยทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีมากยิ่งขึ้น

3.ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว

4.ช่วยในการรักษาบาดแผลให้หายอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

5.ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้วิตามินซีเป็น วิตามินบำรุงผิว ที่มีประสิทธิภาพวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

6.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด

7.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

8.ช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

9.ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดฝอย

10.ช่วยลดความเมื่อยล้าน อ่อนเพลีย หรือสถาวะร่างกายอ่อนแรงให้น้อยลง

จากข้อมูลในเบื้องต้นคงจะทำให้หลายๆคนเห็นภาพแล้วว่า วิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้าง และเป็นวิตามินที่ดีต่อสุขภาพวิตามินซี กินตอนไหน ก็ได้ แต่ควรที่จะได้รับในปริมาณที่เหมาะสมอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

ปริมาณวิตามินซีที่เหมาะสมในหนึ่งวัน

จำนวนปริมาณวิตามินซีที่เหมาะสมต่อร่างกายในหนึ่งวันนั้น วิตามินซี ผิวขาว เป็นปัญหาที่ชวนทำให้เหล่าคนรักสุขภาพต่างรู้สึกปวดหัวมาอย่างช้านาน ว่าวันหนึ่งควรกินเท่าใดดี และไม่ควรกินมากกว่าเท่าไหร่ จึงจะดีที่สุดต่อร่างกาย ซึ่งจากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า ผู้ใหญ่วัยทำงานโดยปกติ มีความต้องการวิตามินซีวันละประมาณ 65-90 มิลลิกรัม ในขณะที่ขีดจำกัดของการรับประทานวิตามมินซีในหนึ่งวัน ควรจะไม่เกิน 2000 มิลลิกรัม ต่อวัน แต่อย่างไรก็ตาม วิตามินซีสามารถละลายน้ำได้ ดังนั้นต่อให้ทานมากจนเกินไป แต่ร่างกายก็สามารถที่จะขับวิตามินซีส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้อยู่ดี ทำให้ไม่มีอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายอย่างแน่นอน วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ซึ่งการออกกำลังกายที่ดีนั้นต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละบุคคลด้วย โดยที่สามารถแบ่งประเภทของการออกกำลังกายได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก
1. แอนาแอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน เป็นการระเบิดพลังงานในเวลาสั้นๆ เช่น การเล่นเวทหรือ ยกน้ำหนัก กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้จะเป็นมัดกล้ามเนื้อขาวออกกำลังกายลดน้ำหนัก ซึ่งจะระเบิดพลังงานสูงสุดในระยะเวลาสั้นๆ พลังงานที่เผาผลาญไม่ใช่ไขมัน แต่จะเป็นพลังงานสะสมที่ร่างกายเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อและตับ ซึ่งในระยะยาวกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้นจากการออกกำลังกายแบบ (Weight Training) จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แม้ขณะนั่งอยู่เฉยๆหรือนอนหลับออกกำลังกายลดน้ำหนัก
2. แอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญไขมันไปใช้เป็นพลังงาน เป็นการออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป มีความต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้ คือมัดกล้ามเนื้อแดง ซึ่งจะเน้นความทนทาน
ดังนั้นถ้าบุคคลนั้นๆจะต้องการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนและไขมัน จะต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค โดยที่สามารถเลือกชนิดกีฬาหรือการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วย โดยเน้นการออกกำลังกายที่มีความต่อเนื่องกันอย่างน้อย 30 นาที และออกกำลังกายอย่างน้อย 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ครับ  ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว หลายคนคงรู้จักกันดีแล้วเนอะ วิตามินซี

วิตามินผิวขาว หลายคนคงรู้จักกันดีแล้วเนอะ วิตามินซี เมเชื่อว่าหลายคนกินมานานแล้วเหมือนกัน เมเองก็กินมานานมากกกกกกก มันช่วยเรื่องภูมิต้านทาน ป้องกันไม่ให้เป็นหวัด ร่างกายแข็งแรง หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วบางคนก็บอก ช่วยให้ผิวขาวใส บางคนก็บอกไม่เห็นผลเรื่องผิวมาดูกันก่อน ว่ามันช่วยเรื่องอะไรบ้าง วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว ประโยชน์ของวิตามินซี

– วิตามินซีช่วยบรรเทาความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นโรคหวัด

– วิตามินซีช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้นเนื่องจากวิตามินซีช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยการไปเสริมสร้างผนังเซล

– ช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรงโดยวิตามินซีจะไปช่วยรักษาเซลที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ววิตามินผิวขาว

– เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมันจึงอาจจะช่วยในการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็งได้

– ช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจกเนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ

– บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัสทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆวิตามินผิวขาว

ประโยชน์ของวิตามินซีที่ดีกับร่างกายและผิว

1.ช่วยยับยั้งการลำเลียงเม็ดสีขึ้นไปบนผิวหนัง ผิวจะกระจ่างใสขึ้น

2.ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนจึงช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้นได้เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

3.วิตามินซี ช่วยปกป้องผิวจากกันรังสียูวีได้
ผลจากการทาน ร่างกายเเข็งแรง ร่างกายมีภูมิต้านทานเยอะขึ้น เวลาอากาศเปลี่ยน หรือ เข้าหน้าหนาว ก็ไม่ค่อยเป็นหวัด เมแทบจะไม่เป็นเลย จริงๆเมเป็นภูมิแพ้อากาศด้วย แบบว่าแสบคอง่ายเป็นหวัดง่าย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเป็นวิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย คืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ก็จะบอกตรงกันค่ะ

รอยแตกลาย คืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ก็จะบอกตรงกันค่ะ ว่ารอยแตกลายนี่เป็นแผลอย่างนึงที่เกิดในชั้นหนังแท้ (mid dermal layer) โดยที่มีความผิดปกติมาตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าที่ฝ่อบางลงค่ะ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย สาเหตุ
ถ้าสาเหตุจริงๆยังไม่ทราบ (เคยมีผู้อ่านต่อว่าเรื่องอื่นมาว่า ไม่รู้สาเหตุแล้วมาโพสท์ทำไม หมอก็ขอแจ้งให้ทราบว่าเรื่องทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนก็ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ นักวิจัยดังๆระดับโลกเค้ายังไม่ทราบเลย หมอก็คงตอบเหมือนเค้าค่ะว่าไม่ทราบ แต่ทางการแพทย์แม้ว่าเค้าไม่ทราบกัน เค้าก็มักจะมีการคาดคะเนสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ค่ะ แต่ไม่ใช่มั่วๆตอบไป มีการตัดชิ้นเนื้อจากที่เป็นรอยแตกพิสูจน์ด้วยค่ะ)
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย มักมี 3 เหตุผลนี้อยู่ด้วยกันค่ะ (ไม่ใช่อย่างใดอย่างนึงค่ะ) คือ
1.การยืดขยายของผิวหนัง ในคนตั้งครรภ์ ผนังหน้าท้องก็มีการขยายอย่างเร็ว (striae gravidarum ดูตามรูป 2) , ในคนที่อ้วน อาจจะเป็นเด็กก็ได้ก็เกิดรอยแตกขึ้น (striae distensae) นอกจากนี้ในผู้ชายที่เล่นกล้ามก็มีการขยายขนาดของกล้ามเนื้อ และผิวหนังก็ต้องมีการขยายไปด้วยและมีรอยแตกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและไหล่ ต้นแขน (striae distensae ดูตามรูป 3 )
2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงการเข้าสู่วัยสาว(รอยแตกมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าชาย) จริงๆในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเช่นสะโพกผายออก ก็มีรอยแตกบริเวณสะโพก ต้นขา,การตั้งครรภ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนรอยแตกลาย
3. พันธุกรรม เช่นคุณแม่ตอนตั้งท้องมีรอยแตกลาย ลูกเมื่อตั้งท้องก็มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้มาก เพราะโครงสร้างในผิวหนังมีความเสี่ยงกับการเกิดรอยแตก (อันนี้ไม่เสมอไปค่ะ พบความเกี่ยวโยงกันได้มาก แต่บางคนไม่เป็นตามนี้ก็ได้)รอยแตกลาย
การเกิดรอยแตกลาย เกิดได้ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
– คนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนขึ้นเร็ว มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (ปรึกษาสูตินารีที่ฝากท้องด้วยนะคะ เรื่องว่าควรมีน้ำหนักเพิ่มอย่างไรเวลาตั้งครรภ์)
– คนเข้าสู่วัยสาว (ตามที่บอกไปแล้ว) , คนเพาะกายจนมีขนาดกล้ามเนื้อและผิวหนังที่ต้องยืดขยายตาม ,การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งแบบกินและทาเป็นเวลานาน (ถ้าท่านที่มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา ก็รบกวนถามคุณหมอที่ดูแลอยู่นะคะ ว่าจะให้ใช้ยาไปนานเท่าไหร่ โรคบางโรคจำเป็นคุณหมอก็พยาบยามปรับให้มีปัญหากับคนไข้น้อยสุด แต่โรคที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาก็ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ คุณหมอที่รักษาท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ อย่ามาถามหมอนะคะ ว่าจะหยุดยาอะไรทำนองนี้ ให้ถามคุณหมอที่รักษาค่ะ) กลุ่มพวกทายาผิวขาวตัวขาว แล้วแอบผสมสเตียรอยด์เมื่อใช้ไป 2-3 เดือน ก็เกิดรอยแตกขึ้นได้ (ดูรูป 8 ซึ่งเป็นรูปเด็กนักเรียนหญิงที่ทาครีมกลุ่มนี้ แล้วเป็นกันหลายคนตามข่าวเมื่อนานแล้วค่ะ)
– โรคบางชนิด (ขอไม่พูดถึง เพราะจะต้องอธิบายกันมึน คุณหมออายุรกรรมท่านดูแลเรื่องนั้นค่ะ)
ตำแหน่งที่พบรอยแตกได้ ถ้าเรียงจากบนลงล่าง ก็เช่นรอบๆรักแร้ ,ต้นแขน , ข้อพับด้านในของแขน , หน้าอก(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ,ท้อง, หลัง ,สะโพก,ต้นขา,เข่า,น่อง
ลักษณะการตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่เป็นรอยแตกมาย้อมสี ส่องกล้องจุลทรรศน์ หลักๆคือ elastin ซึ่งมีมากในชั้นหนังแท้ มีการเรียงตัวที่ผิดปกติไปจากเดิม คลอลาเจนผิดปกติ หนังกำพร้าฝ่อ (นึกๆแบบนี้แล้ว ก็คงนึกได้ว่า รอยแตกซึ่งเป็นการปริของผิวหนังลงไปในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง มีโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติไปมาก คงยากมากที่จะทาครีมแล้วเปลี่ยนแปลงได้ ขนาดเลเซอร์ลงลึกยังยากเลย
ป้องกันยังไงไม่ให้เป็นรอยแตก ?
ถ้าตอบกันแบบตรงๆคือยากค่ะ อาจจะทำได้ข้อนึงคืออย่าอ้วนเร็ว ข้ออื่นๆที่เป็นเหตุที่น่าจะทำให้เกิด ไม่ว่าระดับฮอร์โมน ในเลือดหรือพันธุกรรม เราก็ป้องกันไม่ได้ค่ะ ส่วนครีมที่คนตั้งครรภ์ทาที่ท้องกันเวลาท้องโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีส่วนผสมของ oil หรือชุ่มชื้น ในงานวิจัยหลายๆอัน พบว่าช่วยได้น้อย แต่จะทาก็ไม่เป็นอันตรายค่ะ รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน สำหรับวิธีกระชับรูขุมขนกว้างบนใบหน้าง่ายๆนั้น

กระชับรูขุมขน สำหรับวิธีกระชับรูขุมขนกว้างบนใบหน้าง่ายๆนั้น สาวๆสามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างด้วยสูตรกระชับรูขุมขนจากวิธีธรรมชาติดังต่อไปนี้ค่ะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน
1. มะเขือเทศ หากพอกหน้าด้วยมะเขือเทศปั่นวันละ 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน สมานผิวหน้าให้เต่งตึง รักษาสิว และช่วยกระชับรูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัดอีกด้วยค่ะ

2. ประคบน้ำแข็ง เพียงแค่นำเอาก้อนน้ำแข็งสะอาดมาประคบบนใบหน้า หรือถ้าเย็นมากจนทนไม่ไหวก็ให้ใช้ผ้าบางๆ ห่อน้ำแข็งเอาไว้ ก่อนจะนำมาถูก็ได้ จากนั้นถูวนเบาๆและเน้นบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง ทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 15-30 วินาที ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะกระชับรูขุมขน

3. มะนาว เพียงแค่นำน้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับดินสอพองหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ช่วยลดปัญหารูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัด นอกจากนี้แล้วมะนาวยังช่วยให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อมๆกับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ช่วยให้รอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลงอีกด้วยค่ะกระชับรูขุมขน

4. น้ำผึ้ง อีกหนึ่งตัวช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยกระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลงอีกด้วย เพียงแค่นำน้ำผึ้งไปผสมกับโยเกิร์ต แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15 นาที หรือนำมานวดแบบเพียวๆก็ได้เช่นกันค่ะ

5. ใบบัวบก อีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยกระชับรูขุมขนที่ได้ผลดีไม่น้อยไปกว่าวิธีอื่นๆ เนื่องจากใบบัวบกมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายนั่นเอง สำหรับวิธีใช้ใบบัวบกลดรูขุมขนนั้น เพียงแค่นำใบบัวบกเอามาปั่นผสมกับน้ำเย็น แล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 -30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้รูขุมขนก็จะค่อยๆเล็กลงๆจนหายไปในที่สุดค่ะ

6. น้ำตาลทราย อีกหนึ่งตัวช่วยลดและกระชับรูขุมขนที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแค่นำเอาน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก แล้วนำไปทาบนใบหน้าแล้วก็ขัดเบาๆ โดยค่อยๆหมุนนิ้วเป็นแนววงกลม เน้นส่วนที่มีรูขุมขนกว้างและผิวมัน จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำที่เย็นจัด น้ำผึ้งนั้นมีสรรพคุณในการช่วยลดความมันบนใบหน้าและทำให้รูขุมขนเล็กลง

7. แตงกวา สูตรนี้อาจทำให้หลายๆคนประทับใจไม่น้อย เพียงแค่นำแตงกวามา 1 ลูก ฝานและบดขยี้จนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นให้นำมาผสมกับมะนาวสัก 2-3 หยด แล้วนำมามาร์คบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แตงกวานั้นมีสารทำให้เย็นจึงสามารถช่วยในการลดรูขุมขนกว้างให้กระชับได้ และมะนาวช่วยลดจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอบนใบหน้าได้อีกด้วย กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง หลายคนอยากออกกำลังกายแต่ติดปัญหามากมายหลายข้อ

ลดหน้าท้อง หลายคนอยากออกกำลังกายแต่ติดปัญหามากมายหลายข้อ ทั้งไม่มีเวลา สถานที่ไม่อำนวย ไม่รู้จะเริ่มจากท่าไหนดี ฯลฯ เข้าใจปัญหาของผู้หญิงยุคใหม่ดีค่ะ หากใครมีปัญหาข้างต้นเราขอแนะนำให้เริ่มจากการบริหารหน้าท้อง หรือกล้ามเนื้อหลักแกนกลางลำตัว (Core Muscle) กันก่อน เพราะเป็นกล้ามเนื้อหลักที่สำคัญมาก และช่วยในการเบิร์นไขมันได้มากทีเดียวค่ะ ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง ข้อดีของการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องคือ จะทำให้เรารู้สึกแข็งแรง กระฉับกระเฉง ลดอาการปวดเมื่อยจากการนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน จึงเหมาะกับชาวออฟฟิศซินโดรมสุดๆ ค่ะ โดยเริ่มแรกให้เริ่มทำ 3 ท่า 3 นาทีวันละ 1 รอบก่อน จากนั้นเมื่อเราฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นแล้ว คราวนี้จะเพิ่มเวลาให้นานขึ้น หรือเพิ่มท่าบริหารกล้ามเนื้อส่วนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะค่ะ

ท่านี้บริหารหน้าท้องไปพร้อมกับการนวดหลัง ดูสนุกแถมยังได้ผลอีกด้วย จะออกคนเดียวหรือออกกับเจ้าตัวเล็กที่บ้านก็สนุกเพลินเชียวล่ะค่ะ

วิธีบริหารลดหน้าท้อง

1.นอนราบลงกับเสื่อ แขนชูเหนือศรีษะ ขาชี้ตรง โดยมีเพียงหลังและสะโพกแตะพื้น ส่วนไหล่และต้นขาให้ยกขึ้นจากพื้นลดหน้าท้อง

2. เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วกลิ้งตัวไปด้านข้างโดยใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพกและลำตัว

3. เมื่อกลิ้งจนสุดแล้ว งอเข่าขึ้นและยกตัวขึ้นเพื่อทำท่าครั้นช์

4. ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง
บริเวณหลังส่วนล่างและก้น เหมาะกับสาวออฟฟิศที่นั่งนานๆ ทั้งวันค่ะ เพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง ลดความเสี่ยงของอาการกระดูกทับเส้นประสาท และยังช่วยกระชับก้นให้กลมได้รูป ดูเซ็กซี่ขึ้นอีกด้วยนะคะ

วิธีบริหาร

1.คุกเข่าคว่ำหน้ามือวางราบกับพื้น โดยให้มืออยู่ใต้ไหล่ และเข่าอยู่ใต้สะโพก

2.เอาศอกซ้ายแตะเข่าขวา

3. จากนั้นยืดขาขวาไปข้างหลัง เกร็งก้นไว้ ส่วนมือซ้ายแตะที่ใบหูแล้วเปิดไหล่ออกด้านข้าง

4. เอาศอกซ้ายแตะเข่าขวา แล้วทำซ้ำจนครบ 1 นาที จึงสลับด้านทำอีก 1 นาที

Tips ขณะเปิดไหล่ออกด้านข้าง ให้มองลงล่างตามธรรมชาติ ไม่ต้องมองขึ้นด้านบน ลดหน้าท้อง.