กระชับรูขุมขน หากพูดถึงการมีหน้าท้องแบนราบ

กระชับรูขุมขน หากพูดถึงการมีหน้าท้องแบนราบ สาว ๆ หลายคนอาจจะส่ายหัวด้วยความท้อแท้ เพราะกว่าจะก้าวเข้าไปสู่การมีหน้าท้องแบนราบได้นั้น ต้องอาศัยความอดทน การใช้เวลาในการออกกำลังกาย และควบคุมอาหารอย่างมากเลยทีเดียว แต่หากใครใจสู้อยากจะมีหน้าท้องแบนราบ เผื่อวันไหนจะใส่บิกินี่หรือเสื้อเอวลอยจะได้มั่นใจเต็มร้อยแล้วละก็ อาจจะลองหยิบเทคนิคการมีหน้าท้องแบนราบที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากไปใช้ก็ได้นะคะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน เพิ่มโปรตีน

หากเพิ่มการกินโปรตีนเข้าไปให้มากกว่าเดิม จะช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญอาหารของคุณดีขึ้น ลองกินไข่ต้มสุก 4 ฟองในมื้อเช้าดูสิ มันจะช่วยเร่งการเผาผลาญอาหารและช่วยทำให้คุณได้เป็นเจ้าของหน้าท้องที่แบนราบได้อย่างที่หวังเอาไว้ เพราะอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนจะช่วยย่อย ดูดซึม และเผาผลาญได้ดี นั่นก็หมายความว่าการเผาผลาญแคลอรี่จะดีกว่าเดิมและคุณจะรู้สึกอิ่มท้องนานด้วย

กินแอปเปิลทุกวันกระชับรูขุมขน

อีกหนึ่งวิธีในการลดไขมันตรงส่วนหน้าท้องให้แบนราบ นั่นคือการกินผักและผลไม้สดทุกวันนั่นเอง ซึ่งขอแนะนำว่า การกินแอปเปิลทุกวันจะช่วยทำให้หน้าท้องแบนราบ ก็เพราะว่าแอปเปิลอุดมไปด้วยสารเพคติน (Pectin) ที่จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ยังไงล่ะ ที่สำคัญยังทำให้ไม่รู้สึกหิวด้วย

เล่นเวท

หากคุณต้องการสร้างกล้ามเนื้อให้มากและกำจัดไขมันออกไป ก็ควรจะหันมาเล่นเวทเพิ่มด้วย หากคุณออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็ให้เพิ่มการเล่นเวทเสริมเข้าไป เพราะการเล่นเวทจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ดีขึ้น ซึ่งหากคุณออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอแต่ไม่ได้เล่นเวท ก็อาจจะทำให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะตรงส่วนหน้าท้องได้ รู้แบบนี้แล้วก็เล่นเวทเสริมเข้าไปกันเถอะสาว ๆ

ดื่มน้ำเยอะ ๆกระชับรูขุมขน

รู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำช่วยทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ แถมยังทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้ด้วย แค่หันมาดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร 1 แก้ว แล้วคุณก็จะไม่ค่อยหิวและกินอาหารได้น้อยลง ส่วนในระหว่างวันก็จิบน้ำเรื่อย ๆ อย่ามัวแต่หยิบน้ำขึ้นมาดื่มแค่ตอนกระหายเท่านั้นนะคะ

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

หากต้องการให้หน้าท้องแบนราบ คุณควรจะออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงราว 30-60 นาที โดยลองวิ่งสัก 10 นาที, วิ่งสปรินท์ (Sprint) 1 นาที, ทำท่าเบอร์พี (Burpee) 5-10 ครั้ง และวิดพื้น 15-20 ครั้ง ถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็วทันใจ คุณควรจะออกกำลังกายแบบนี้ซ้ำ ๆ สัก 5 รอบ รับรองหน้าท้องแจ่มแน่

อย่ากินดึกกระชับรูขุมขน

สาว ๆ ที่ชอบกินจุกจิกตอนกลางคืนระวังให้ดี เพราะนี่แหละคือตัวการที่ทำให้พุงใหญ่ได้ง่าย ๆ เลย ทางที่ดีคุณควรจะหยุดการกินทุกอย่าง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะในขณะที่คุณนอนหลับ ระบบเผาผลาญอาหารจะทำงานได้ช้าลง ซึ่งก็หมายความว่าทุกสิ่งอย่างที่กินเข้าไปก่อนนอนไม่ได้รับการเผาผลาญออกไปเลยยังไงล่ะ จึงไม่น่าแปลกใจเลยใช่ไหมว่าทำไมคุณถึงอ้วนและพุงปลิ้นตลอดเวลา รู้แบบนี้แล้วก็อย่ากินดึกกันนะจ๊ะ

กระโดดเชือก

การออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือก สามารถทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วงเวลาที่คุณกำลังกระโดดเชือกอยู่นั้น เท่ากับการที่คุณออกกำลังกายอย่างหนักถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ฉะนั้นการกระโดดเชือกจึงช่วยกระตุ้นเผาผลาญแคลอรี่ได้มากเลยทีเดียว

ลดการกินเค็ม

รู้อยู่แล้วแหละ ว่าการกินเค็มเป็นสิ่งโปรดปรานของสาว ๆ หลายคน แต่รู้ไหมว่าหากกินเค็มมากเกินไปก็อาจจะทำให้ตัวบวมได้นะ ถ้าหากเลี่ยงการกินเค็มไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้เกลือโครเชอร์หรือเกลือทะเลมาปรุงอาหารแทน เพราะเกลือ 2 ชนิดนี้มีโซเดียมต่ำ ซึ่งก็จะทำให้ไม่เกิดอาการตัวบวมยังไงล่ะ

งดแอลกอฮอล์

สาวนักดื่มตัวยงที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ ก็คงถึงเวลาที่ต้องงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดแล้วล่ะ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้ร่างกายของคุณกักเก็บไขมันที่กินเข้าไปได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังต้องการการเผาผลาญมากกว่าเดิมถึง 36 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว รู้แบบนี้แล้วก็งดดื่มแอลกอฮอล์กันดีกว่าเนอะ

บริหารร่างกายให้แข็งแรง

การบริหารร่างกายให้แข็งแรง ไม่ได้หมายความว่าการออกกำลังกายอย่างรุนแรง เพราะแค่คุณลุกนั่งขึ้นลงและกำหนดลมหายใจ ก็จะช่วยให้หน้าท้องของคุณกระชับมากขึ้นแล้ว ซึ่งคุณอาจจะเลือกการเล่นโยคะไปเลยก็ได้นะคะ

สาว ๆ คนไหนที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ ก็อย่าเอาแต่เพ้อฝันอยากจะมีเพียงอย่างเดียวนะคะ หากลงมือปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้ รับรองว่าใคร ๆ ก็ต้องอิจฉาความสวยงามของหน้าท้องคุณแน่ ๆ กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง ปัญหาพุงยื่นหน้าท้องโตจัดเป็นปัญหาระดับชาติของสาวไทยไม่น้อย

ลดหน้าท้อง ปัญหาพุงยื่นหน้าท้องโตจัดเป็นปัญหาระดับชาติของสาวไทยไม่น้อย ก็อย่างว่านะเรื่องกินไม่เข้าใครออกใคร ยิ่งสาวไทยนี่ชอบเรื่องการกินเป็นชีวิตจิตใจ อย่าให้รู้นะว่าร้านไหนอร่อย ไกลแค่ไหนก็ต้องไปเพื่อไปลิ้มลองรสชาติสักครั้ง เพราะฉะนั้นเราก็คงไม่ต้องแปลกใจที่ปัญหาหน้าท้องของสาวๆหรือแม้แต่หนุ่มบางคนยังคงอยู่คู่คนไทยมาถึงทุกวันนี้ วันนี้ Fattylose มี “วิธีลดหน้าท้องด้วยท่าโยคะง่ายๆ” มาฝากครับ รับรองว่าถ้าได้ลองทำกันแล้วหน้าท้องของคุณจะตึงเปรี๊ยะแน่นอน ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง
ลดหน้าท้อง โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 1

มาเริ่มกันกับท่าเบสิคๆกันก่อน ท่านี้ทำได้โดยเริ่มจากให้เรานอนราบลงไปกับพื้นก่อน ชันเข่าทั้ง 2 ข้างขึ้น จากนั้นยกตัวขึ้นพร้อมกับเอามือทั้ง 2 ข้างมาประสานไว้ใต้ช่องว่างด้านล่างดังรูป โดยในขณะที่เรายกตัวขึ้นให้เราหายใจเข้านับ 1-10 แล้วค่อยผ่อนตัวลงมาพร้อมกับปล่อยลมหายใจออก ทำเป็นเซ็ต เซ็ตละ 10 ครั้ง ทำวันละ 2-3 เซ็ตกำลังดี

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 2

ท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 2 เริ่มจากการนั่งคุกเข่าลงโดยให้ลำตัวตั้งตรง หายใจเข้าพร้อมกับกับโน้มตัวไปข้างหลัง ใช้มือทั้ง 2 ข้างจับที่ปลายส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง ข้างไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วกลับมาสู่ท่าคุกเข่าเตรียมท่าเดิม ทำเป็นเซ็ตเหมือนท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 1

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 3ลดหน้าท้อง

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 3 ท่าเตรียมจะคล้ายท่าเตรียมของการวิดพื้น แต่จากที่้เราต้องตั้งปลายเท้าก็ให้เราปล่อยหลังเท้าให้ราบไปกับพื้น จากนั้นให้เรากลั้นหายใจพร้อมกับเงยหน้าขึ้น นับ 1-10 ในใจ ในขณะที่ทำเราจะรู้สึกว่าหน้าท้องเราจะตึงมาก หลังจากนับ 10 แล้วให้เราผ่อนตังลงโดยกลับมานอนคง่ำหน้าราบไปกับพื้น จากนั้นก็ค่อยยกตัวขึ้นไปใหม่ ทำเป็นเซ็ตเหมือนกับท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 1 และ 2ลดหน้าท้อง

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 4

ท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 4 Advance ขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง เป็นท่าที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นของขาและสะโพก โดยเริ่มต้นให้นั่งแบบท่านั่งพับเพียบจากนั้นให้เรายกตัวขึ้นพร้อมกับยืดขาขวาออกไปด้านหลังให้ตึง โดยที่ขาซ้ายยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม จากนั้นให้เราเงยหน้าขึ้นพร้อมกับกลั้นลมหายใจเอาไว้ นับ 1-10 ในใจ และค่อยผ่อนตัวลงกลับมาสู่ท่านั่งพับเพียบตามเดิม ทำต่อเนื่องเป็นเซ็ตๆไป

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 5

โยคะลดหน้าท้องท่าสุดท้ายนี้เป็นท่าที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นท่าที่ใช้บริหารเพื่อลดหน้าท้องได้ดีที่สุด ใครทำแล้วหน้าท้องไม่ตึงผมให้กระโดดถีบสองขาคู่เลย วิธีทำให้เรานอนคว่ำหน้าราบไปกับพื้น หายใจเข้า จากนั้นให้เราเอามือทั้ง 2 ข้างไปข้างหลังเพื่อจับที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้างของเราดังรูป พยายามยกตัวของเราขึ้นมาให้ได้มากที่สุดโดยอาศัยแรงดึงของเราเป็นหลักนับ 1-10 หรือถ้าไม่ถึงก็ให้พยายามค้างไว้ไห้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่อนตัวลงพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมา แล้วค่อยเริ่มทำใหม่ ทำเป็นเซ็ตเหมือนกับโยคะลดหน้าท้องท่าอื่นๆ ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ ก้าวแรกของการรักษาสิว

สิวอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ ก้าวแรกของการรักษาสิว ก็คือการรู้จักชนิดของสิว ที่มารบกวนอยู่บนใบหน้าของเรา เพราะการรู้จักที่มาที่ไป ประเภท/ชนิด ของสิวอุดตัน สิวอักเสบ นั้นจะช่วยให้เรารู้เหตุผลที่แท้จริงของการเป็นสิวได้ ดังนั้น วันนี้เราจึงได้รวบรวมประเภทของสิวอุดตันและสิวอักเสบมาฝาก เพื่อที่เราจะได้หาวิธีรักษาและป้องกันการเกิดสิวได้อย่างถูกวิธี การแก้ไขปัญหาก็จะง่ายขึ้น ตรงจุด รักษาสิวได้หายขาด สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ
สิวอักเสบ ประเภทของสิวอุดตัน และสิวอักเสบ
สิว (Acne) สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก คือ
1. สิวไม่อักเสบ หรือสิวอุดตัน (Comedone)
เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน สิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นเม็ดตุ่มเล็กๆ ที่เกิดบริเวณผิวหน้าของเรา แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ

สิวหัวปิด หรือสิวหัวขาว (White head) เห็นเป็นตุ่มนูนเล็กๆ หัวขาวๆ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร มีสีเดียวกับผิวหนังปกติ สิวประเภทนี้เกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและขุมขน (Pilosebaceous unit) แต่ท่อเปิดจะเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิวหัวปิดขนาดใหญ่ อาจจะคงอยู่ได้ นานหลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน ประมาณ 75% ของสิวชนิดนี้จะกลายไปเป็นสิวอักเสบสิวอักเสบ

สิวหัวเปิด หรือสิวหัวดำ (Black head) เห็นเป็นตุ่มนูนเล็กๆ หัวดำๆ เส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร และสังเกตดีๆ จะมีจุดดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งจุดเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว, ไขมัน, และเชื้อ P.acnes อุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน

นอกจากนี้ยังอาจแบ่งสิวอุดตันได้อีกชนิดหนึ่ง คือ สิวอุดตันชนิดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) จากการตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ของผิวในบริเวณที่ดูปกติ ในบุคคลที่เสี่ยงต่อการเกิดสิว พบ Microcomedone ได้ 28% ข้อมูลดังกล่าวจึงสนับสนุนการใช้ยาทารักษาสิว แม้ในบริเวณที่ยังไม่มีสิวให้เห็น

2.(Inflammatory acne)
สิวชนิดนี้คือ เกิดจากการอักเสบของสิวอุดตัน (Comedone) ที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย (BACTERIA) แทรกซ้อน จะมีลักษณะเป็นเม็ดบวมแดง หรือเป็นหัวหนอง หรืออาจจะกลายเป็นถุงซีสต์ ที่เรียกว่า “สิวหัวช้าง” และสามารถแบ่งเป็นหลายชนิดด้วยกัน ดังนี้

สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) มีขนาดแตกต่างกันออกไป ร้อยละ 50 ของสิวชนิดนี้เกิดจากสิวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (microcomedone), 25% เกิดจากสิวหัวปิด และอีก 25% เกิดจากสิวหัวเปิด

สิวหนอง (Pustule) มีได้หลายขนาด อาจตื้น หรือ ลึกก็ได้ ถ้าเป็นสิวหนองชนิดตื้นจะหายได้เร็วกว่าชนิดที่เป็นตุ่มนูนแดงแข็ง (papule) ส่วนสิวหนองชนิดลึกมักจะพบน้อยกว่า และพบในผู้ที่เป็นสิวค่อนข้างรุนแรง โดยเริ่มมาจากตุ่มนูนแดงแข็งก่อน อาจเป็นอยู่ได้นานมากกว่า 7 วัน มักมีอาการเจ็บร่วมด้วย และใช้เวลาในการหายประมาณ 2-6 สัปดาห์สิวอักเสบ

สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึก (Nodule) มักมีขนาดตั้งแต่ 8 มม.ขึ้นไป อาจใช้เวลาในการหายถึง 8 สัปดาห์ และมักจะทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นตามมาได้

สิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Cyst) พบได้ไม่บ่อย มักมีขนาดใหญ่ได้หลายเซนติเมตร ภายในบรรจุหนองหรือสารเหลวคล้ายเนย รอยโรคอาจรวมกันเป็นสิวขนาดใหญ่มากๆ ได้ สิวลักษณะนี้มักจะก่อให้เกิดรอยแผลเป็นเสมอ

สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) สิวประเภทนี้พบได้ค่อนข้างบ่อยเลยค่ะ โดยเฉพาะ บริเวณจมูก, คาง, ลำตัวส่วนบน, ต้นแขน และหลังบริเวณระหว่างกระดูกสะบัก ถึงเราจะเรียกว่าเป็นสิวเสี้ยน แต่จริงๆ แล้วทางการแพทย์ไม่จัดว่าสิวเสี้ยน เป็นสิวนะค่ะ เพียงแต่ว่าเนื่องจากบริเวณที่พบสิวเสี้ยนเป็นบริเวณใกล้เคียงกับที่พบสิวโดยทั่วไป และก่อปัญหาทางด้านความงามได้พอๆ กับสิวแท้

โดยความจริงแล้ว สิวเสี้ยน นั่นก็คือ กลุ่มของขนอ่อน (Vellus hair) หลายๆ เส้นที่สะสมอุดตันอยู่ในรูขุมขน เห็นเป็นขนแหลมๆ สีดำ ยื่นออกมาจากรูขุมขน ในบริเวณดังที่กล่าวมาแล้ว

ส่วนกลไกของการเกิดจริงๆ นั้น ยังไม่ทราบแน่ชัดค่ะ แต่ที่อาจเป็นไปได้ คือ มีการหนาตัวของเซลล์ชั้นหนังกำพร้าที่มากขึ้น จนมาปิดกั้นรูขุมขน ทำให้ขนที่สร้างขึ้นไม่สามารถหลุดออกไปได้

ผลข้างเคียงจากการเกิดสิวอักเสบ มักเกิดได้บ่อย ถ้าไม่รีบรักษา คือ
1. รอยดำจากสิว
2. รอยแดงช้ำ ซึ่งอยู่ได้นาน เป็นเดือนๆ
3. รอยหลุมจากสิว หรือ Icepick-scar สิวอักเสบ.

วิตามินซี อันตรายจากการขาดวิตามินซีผู้ที่ขาดวิตามินซีมักมีอาการอ่อนเพลีย

วิตามินซี อันตรายจากการขาดวิตามินซีผู้ที่ขาดวิตามินซีมักมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดตามข้อต่อของร่างกาย เลือดออกตามไรฟัน เจ็บกระดูก วิตามินซี.

วิตามินซี
วิตามินซี แผลหายช้า เนื่องจาก ทำหน้าที่ต่อต้านการอักเสบ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ของร่างกาย การได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ จะทำให้เส้นเลือดในร่างกายอ่อนแอ และทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายหายช้ากว่าปกติวิตามินซี
เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย คุณสมบัติของวิตามินซี คือ เป็นตัวต่อต้านสารก่อมะเร็ง และช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าร่างกายขาดวิตามินซี จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลง และทำให้ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ง่าย
เป็นโรคลักปิดลักเปิด ในกรณีของเด็ก หรือผู้สูงอายุที่ได้รับวิตามินซี น้อยกว่าวันละ 10 มิลลิกรัม อาจทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิดได้ หากร่างกายขาดวิตามินซีมากเกินปกติอาจทำให้มีลูกยาก เป็นโรคโลหิตจางและมีภาวะความผิดปกติทางจิตได้
อันตรายจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป
เนื่องจากวิตามินซี มีหน้าที่ในการช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย การรับวิตามินซี ในปริมาณมากจะทำให้เกิดปัญหาการสะสมธาตุเหล็ก ตามกระดูกข้อต่อต่างๆ มากขึ้น
การได้รับวิตามินซีมากเกินไป อาจไปรบกวนการดูดซึมของทองแดง และซีลีเนียม หากได้รับวิตามินซีชนิดที่ไม่ได้บรรจุแคปซูล โดยการรับประทาน เกินวันละ 10,000 มิลลิกรัม อาจทำให้ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ เนื่องจากวิตามินซี ที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด มักเป็นชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นกรด หากต้องการหลีกเลี่ยงการระคายเคือง กระเพาะอาหาร ควรรับทานวิตามินซี ชนิดที่เป็น กลาง หรือเป็นกรดต่ำ (pH 7.6-8.0) วิตามินซี.

ลดความอ้วน สาวๆที่กำลังลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ

ลดความอ้วน สาวๆที่กำลังลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมอาหารการกิน ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่า การอดอาหาร จะทำให้ผอม ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนๆ บางรายก็หันไปกินพวกอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก เพื่อทำให้ผอมเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อหลังจากหยุดกินก็จะเกิดอาการโยโย่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน บางคนก็คิดว่าหากไม่กินข้าวแล้ว อาจจะทำให้ผอมลงก็ได้ มาดูกันดีกว่าว่า การลดน้ำหนักที่จะได้ผลนั้น จะต้องกินข้าวหรือไม่ และจะมีหลักวิธีการกินอย่างไร

การลดน้ำหนักจำเป็นต้องกินข้าวหรือไม่ลดความอ้วน

ลดน้ำหนัก มีวิธีการกินข้าวยังไง

วิธีลดน้ำหนักด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำ

การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องอดข้าวเลย แต่ที่ต้องเพิ่มปริมาณน้ำ ก็เพราะว่า น้ำเป็นตัวนำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยปรับความร้อนของร่างกายให้คงที่ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งไม่แห้งตึง

น้ำที่ดื่มเพื่อการลดน้ำหนัก จะช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น และหากดื่มน้ำก่อนที่จะรับประทานอาหาร ก็จะทำให้การรับประทานอาหารลดลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น จึงควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อการลดน้ำหนัก และควรงดดื่ม ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม โดยเด็ดขาด

วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานลดความอ้วน

การเลือกรับประทานอาหารด้วยการดื่มน้ำก่อนอาหาร หรือเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตแทนการกินอาหารฟาสต์ฟู๊ด เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำแทนน้ำสลัดครีม หรือเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องแทนข้าวสวยลดความอ้วน

ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไร ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืน จะทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างได้ผล และมีประสิทธิภาพ

วิธีลดน้ำหนักกับการทิ้งอาหารขยะ

อาหารขยะ ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน

คนที่ตั้งใจจะลดน้ำหนัก แต่ยังแอบไปรับประทานอาหารขยะ (Junk Food) ที่มีแป้งและไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก และมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ซึ่งประกอบไปด้วย ไขมัน หรือ แคลอรีในปริมาณสูง เป็นตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก

วิธีที่คุณจะลดน้ำหนักให้ได้ผลก็คือ กำจัดอาหารขยะให้หมดตู้เย็นให้หมด โดยไม่ต้องนึกเสียดาย หรือกินสั่งลาแต่อย่างใด เพราะหากตั้งใจจะลดน้ำหนัก แล้ว ก็ต้องตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อหุ่นที่ดีในวันข้างหน้า ลดความอ้วน.

ลดต้นขา เทคนิคลดต้นขาแบบง่าย ๆ

ลดต้นขา เทคนิคลดต้นขาแบบง่าย ๆ สาว ๆ คนไหนที่อยากมีขาเรียว เล็กมาลองทำกันดูเลยจ้า… วิธีทําให้ขาเล็กกับเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนขาอวบตัน ให้เรียวสวยได้อย่างรวดเร็วทันใจ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากมีต้นขาใหญ่ ๆ ลองมาทำกันดูเลยจ้า ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา

วิธีทําให้ขาเล็กลดต้นขา

ลดต้นขาด้วยการนวด

การนวดขาเป็นประจำ ถือเป็นการนวดต่อมน้ำเหลือง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ขาของสาว ๆ มีอาการบวมน้ำได้ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นขาใหญ่และไม่สวย โดยขั้นตอนการนวดก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยค่ะ สำหรับบ้านใครที่มีอ่างอาบน้ำก็ให้นอนแช่ในน้ำอุ่นแล้วบีบนวดต้นขาเบา ๆ ไล่จากข้อเท้าขึ้นมายังต้นขา เพื่อให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี แต่สำหรับใครที่ไม่มีอ่างอาบน้ำ สามารถใช้วิธีผสมน้ำอุ่นในกะละมังใบใหญ่ ๆ แล้วแช่ขาลงแทนก็ได้ค่ะ โดยให้นวดสักครึ่งชั่วโมง หลังจากขึ้นจากน้ำก็ให้นวดซ้ำอีกรอบสัก 10-20 นาที ทำแบบนี้แค่อาทิตย์เดียวรับรองว่าขาอวบ ๆ จะเล็กลงได้อย่างน่าตกใจ เพราะนอกจากจะช่วยนวดต่อมน้ำเหลืองให้ไหลเวียนได้ดีแล้ว วิธีนี้ยังสามารถสลายไขมันบริเวณต้นขาได้อีกด้วยจ้า

วิธีทําให้ขาเล็ก

ด้วยการยืดขา

การยืดเส้นที่ขาทุกวันจะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและสลายไขมันที่เกาะอยู่บริเวณใต้ผิวหนังได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบนั่งไขว่ห้างบ่อย ๆ หรือเดินเป็นเวลานาน ๆ โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นั่งกับพื้น กางขาทั้งสองข้างออกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก้มตัวลง เหยียดแขนขวาไปแตะปลายเท้าขวาค้างไว้ 10 วินาทีแล้วยืดตัวขึ้น จากนั้นให้สลับไปทำข้างซ้ายอีก 10 วินาที ทำสลับไปมาหลาย ๆ ครั้ง และให้ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยสลายเซลลูไลท์และป้องกันอาการขาหมูไปได้ในตัวค่ะ

วิธีทําให้ขาเล็ก

ด้วยการวิ่งให้ถูกวิธี

การวิ่งอย่างถูกวิธี โดยที่จะไม่ทำให้ต้นขาใหญ่คือ ต้องวิ่งแบบยืดอก ตัวตรง ก้าวเท้าไปข้างหน้า และเอาส้นเท้าลงพื้นก่อนเหมือนกับเดินเพื่อป้องกันการรองรับน้ำหนักที่มากเกินไปของน่องขา โดยให้วิ่งบนพื้นเรียบ ๆ เท่านั้น จะช่วยลดทั้งขนาดกล้ามเนื้อและไขมันส่วนเกินบริเวณน่องได้ แถมยังจะทำให้ขาดูเรียวกระชับมากขึ้นอีกด้วย

วิธีทําให้ขาเล็กลดต้นขา

ลดต้นขาด้วยการบริหารต้นขา

วิธีนี้เป็นวิธีบริหารลดต้นขาแบบฉบับของสาวญี่ปุ่น ซึ่งทำได้ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ เพียงแค่นั่งลงบนเก้าอี้ แล้วหาหนังสือสัก 1-2 เล่มมาหนีบไว้ระหว่างขาให้แน่น (อย่าให้หนังสือตกนะคะ) โดยทำค้างไว้เท่าที่คุณสามารถทำได้ ยิ่งนานเท่าไรก็ยิ่งดีค่ะ หากสาว ๆ ทำเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง รับรองว่าต้นขาของคุณจะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ เห็นไหมคะว่าง่ายแสนง่าย แถมยังสามารถทำไปพร้อม ๆ กับกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น นั่งทำงาน นั่งดูโทรทัศน์ นั่งอ่านหนังสือ หรือนั่งเล่น เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นวิธีบริหารต้นขาที่สาว ๆ ญี่ปุ่นเขาปฏิบัติกันแล้วได้ผลมาก ๆ เลยค่ะลดต้นขา

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเทคนิคแสนง่ายที่จะช่วยเปลี่ยนขาอวบ ๆ ตัน ๆ ให้เรียวสวยที่กระปุกดอทคอมนำเอามาฝากกันในวันนี้ สำหรับสาว ๆ ที่ชื่นชอบวิธีไหนก็จัดกันไปได้เลยค่ะ หรือถ้าอยากให้ขาเล็กลงเร็ว ๆ ก็ทำให้ครบทุกวิธีเลยยิ่งดี รับรองว่าเห็นผลเร็วทันใจ อีกไม่นานสาว ๆ ก็จะสามารถโชว์เรียวขาสวย ๆ ได้แน่นอนจ้า ลดต้นขา.

สูตรลดริ้วรอย โครงสร้างผิวและสารต่างๆ ภายในผิว

สูตรลดริ้วรอย โครงสร้างผิวและสารต่างๆ ภายในผิว เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เราจะมองเห็นในรูปแบบของริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นสูตรลดริ้วรอย.

สูตรลดริ้วรอย

สูตรลดริ้วรอย ริ้วรอยมักเกิดขึ้นเป็นแห่งแรกรอบๆ บริเวณดวงตา
เมื่ออายุมากขึ้น สารสำคัญที่ร่างกายเคยสามารถผลิตในปริมาณที่พอเพียงก็เริ่มจำนวนลดลง ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน อิลาสติน และกรดไฮยาลูรอน ที่ทำให้ผิวหนังแลดูเต่งตึง ชุ่มชื้น เมื่อมีอายุมากขึ้นร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงประมาณปีละ 1% ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวมีคุณภาพลดลง ผิวจึงมีอาการหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยบนจุดต่างๆ บนใบหน้า นอกจากนั้น กรดไฮยาลูรอนที่ร่างกายสามารถผลิตได้น้อยลงทำให้โครงสร้างของชั้นผิวหนังหลวมขึ้น เซลล์ไม่อุ้มน้ำและเกาะกันแน่นเหมือนเคย ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าตามจุดต่างๆ
ต่างจากผิวหนังที่หย่อนคล้อยหรือขาดความหนาแน่นใต้ชั้นผิว ริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นเป็นสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายกว่า และมักจะเกิดขึ้นในบริเวณเฉพาะบนใบหน้า

ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยบนหน้าผากและหว่างคิ้วส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการแสดงสีหน้าต่างๆ และเมื่อเวลาผ่านไปมักจะมีร่องลึกขึ้นเรื่อยๆสูตรลดริ้วรอย

ริ้วรอยหางตา หรือ ตีนกา มักเริ่มเป็นริ้วรอยบางๆ และตื้นๆ ก่อน แล้วจึงค่อยๆ ลึกขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ตีนกามักเป็นริ้วรอยแรกๆ ที่เราเริ่มสังเกตเห็นเพราะผิวหนังบริเวณรอบดวงตาบอบบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้าและมักเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าสูตรลดริ้วรอย

ริ้วรอยบริเวณมุมปากและจมูก ริ้วรอยบริเวณนี้มักจะสัมพันธ์กับการสูญเสียวอลุ่มใต้ชั้นผิวและผิวที่หย่อนคล้อยสูตรลดริ้วรอย

ริ้วรอยทั่วใบหน้า ริ้วรอยเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ริ้วรอยเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงเวลาเราแสดงสีหน้าเท่านั้น แต่สามารถมองเห็นได้ตลอดเวลาแม้เวลาเราทำหน้าเฉยๆ การยืดหยุ่นของผิวและความหนาแน่นของผิวที่ลดลงเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยเหล่านี้ซึ่งมักอยู่ทั่วใบหน้า แต่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดบริเวณรอบๆ ดวงตาโดยเฉพาะบริเวณใต้ตาสูตรลดริ้วรอย.

วิธีขาวเร็วที่สุด สวัสดีสาวๆ ที่รักการดูแลผิวพรรณให้ผิวขาวใส

วิธีขาวเร็วที่สุด สวัสดีสาวๆ ที่รักการดูแลผิวพรรณให้ผิวขาวใส การขัดผิวหรือการสครับผิว เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผิวขาวได้ง่ายๆ แล้วทำไมเราถึงต้องขัดผิว? ก็เพื่อทำความสะอาดผิว และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายหรือเสื่อมสภาพแล้วออกจากผิว และเผยผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ ดังนั้นเราจึงต้องบำรุงผิวที่แห้ง หยาบกร้านให้มีผิวที่ขาวใส ชุ่มชื่น แลดูมี “ออร่า” และน่าชวนมองอยู่ตลอดเวลา มาดูสูตรการขัดผิวขาวที่ทำได้ง่ายๆที่บ้าน ใช้เวลาไม่นาน โดยมีมาให้เลือกขัดผิวกันหลายสูตร เลือกเอาไปใช้ได้ตามใจชอบเลยค่ะ วิธีขาวเร็วที่สุด.

วิธีขาวเร็วที่สุด
วิธีขาวเร็วที่สุด 1. สูตรขัดผิวขาว ด้วยมะขามเปียก

ส่วนผสมดังนี้
มะขามเปียก 2 กำมือ
น้ำมะนาว 1 ลูก
โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 1 ถ้วย
น้ำผึ้ง (ซื้อทั่วไป หรือใน 7-11) 2 ช้อน
นมจืด 1/2 ขวด

สูตรขัดผิวขาวด้วยมะขามเปียก

ขั้นตอนการขัดผิวขาว

นำส่วนผสม มะขาวเปียก น้ำมะนาว โยเกิร์ต น้ำผึ้ง นมสด มาผสมกัน แล้วคนให้เข้ากันหรือขยำๆ ให้ส่วนผสมให้เข้ากัน
หลังจากอาบน้ำให้ขัดผิวด้วยสูตรมะขามเปียก 10 นาที
พอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก
ควรขัดผิวขาวอย่างนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

สำหรับคนที่ต้องการพอกหน้าด้วย สามารถใช้สูตรนี้ได้ อาจจะงดใช้มะขามเปียก เพราะมะขามเปียกมีสรรพคุณเป็นกรดอาจจะแรงไปสำหรับใบหน้าที่บอบบาง

มะขามเปียกและน้ำมะนาวช่วยเรื่องการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกได้อย่างดี น้ำผึ้งช่วยเรื่องผิวนุ่มและชุ่มชื่น โยเกิร์ตช่วยให้ผิวแลดูขาวอมชมพู และนมสดช่วยให้ผิวขาว และชุ่มชื่น สูตรขัดผิวนี้ควรทำติดต่อกันจะทำผิวของคุณสาวๆ ขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใน 1 เดือน
2 .สูตรขัดผิวด้วยเกลือแกง ช่วยให้ผิวขาวนวล

ส่วนผสมดังนี้

เกลือแกง(เกลือปุ่น) 1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

สูตรขัดผิวขาวด้วยเกลือแกง

ขั้นตอนการขัดผิวด้วยเกลือแกง

นำส่วนผสม น้ำมะนาว โยเกิร์ต น้ำผึ้ง เกลือป่น มาผสมกัน แล้วคนให้ส่วนผสมให้เข้ากัน
อาบน้ำให้สะอาด จากนั้นให้ขัดผิวด้วยสูตรเกลือแกง 10 นาที ขัดเบาๆไม่ต้องขัดแรง เดี๋ยวผิวจะถลอกและแสบได้
หลังจากขัดผิวเสร็จแล้ว ให้พอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

หลังจากขัดผิวขาวด้วยเกลือแกงจะรู้สึกว่าผิวสะอาดและนุ่มขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก ขัดผิวเป็นประจำทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้ผิวขาว เรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอได้แน่นอน

3. วิธีการขัดผิวให้ขาวขึ้น

ส่วนผสมดังนี้

เกลือเม็ดหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

สูตรขัดผิวขาวด้วยน้ำมันมะกอก

ขั้นตอนการขัดผิวขาววิธีขาวเร็วที่สุด

นำส่วนผสม เกลือเม็ดหยาบ น้ำมันมะกอก น้ำมะนาว มาผสมกัน แล้วคนให้ส่วนผสมให้เข้ากัน
อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด จากนั้นให้ขัดผิวด้วยสูตรเกลือเม็ดหยาบ โดยทาส่วนผสมที่ได้ลงไปบริเวณผิวที่ต้องการ แขน ขา ลำตัว แผ่นหลัง จากนั้นให้ใช้มือขัดเบาไปที่ผิว โดยใช้เวลาขัดผิวประมาณ 10 นาที
หลังจากขัดผิวเรียบร้อยแล้ว ให้พอกเกลือทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

โดยที่เกลือจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ส่วนน้ำมะกอกทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น และน้ำมะนาวทำให้ผิวขาวขึ้น

เคล็ดลับการขัดผิวขาวให้เหมาะกับสภาพผิววิธีขาวเร็วที่สุด

ผิวของแต่คนมีความแตกต่างกัน ส่วนผสมที่ใช้ในการขัดผิวขาวต่างๆ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนบ้างตามความเหมาะสมกับสภาพผิว มาดูกันว่าผิวแบบไหนเหมาะกับส่วนผสมในการขัดผิวอะไรกันบ้าง

มะขามเปียกขัดผิว

ขัดผิวขาวสำหรับคนผิวมัน

ควรใช้มะขามเปียก เพราะมะขาวมีสรรพคุณความเป็นกรด จึงช่วยเรื่องทำความสะอาดผิว และกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้ออกได้อย่างง่ายดาย

ส้มเช้งช่วยขัดผิว

ขัดผิวขาวสำหรับคนผิวแห้งวิธีขาวเร็วที่สุด

ควรใช้ส้มเช้ง ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือผสมกับงาขาวเป็นตัวช่วยขัดผิว เพราะคนผิวแห้งต้องการการบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

ขัดผิวขาวด้วยงาดำ

ขัดผิวขาวสำหรับผิวแพ้ง่าย

ควรใช้งาขาว หรือ งาดำ ผสมกับน้ำผึ้ง และโยเกิร์ต เพราะงาจะช่วยเรื่องให้ความชุ่มชื่นและลดการระคายเคืองต่อผิว สามารถบำรุงผิวที่แห้ง หยาบกร้าน ได้เป็นอย่างดี

สูตรการขัดผิวหรือสครับผิวจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อสาวๆ ตั้งใจทำอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นผิวขาวๆ จึงจะสามารถอยู่กับคุณสาวๆ ได้ตลอดไป การขัดผิวที่ดีนั้นไม่ควรขัดผิวทุกวัน เพราะจะเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป ขัด 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ก็เพียงพอแล้ว และที่ขาดไม่ได้คือ ต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพื่อป้องกันรังศี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำได้ง่าย ไม่อย่างงั้นผิวขาวๆของเรา จะกลายเป็นผิวดำไปได้น่ะค่ะ วิธีขาวเร็วที่สุด.

ลดพุง เรารู้กันหรือไม่ว่าอุจจาระตกค้างในลำไส้แต่ละวัน

ลดพุง เรารู้กันหรือไม่ว่าอุจจาระตกค้างในลำไส้แต่ละวัน นั้นมีมากถึงประมาณ 10กิโลกรัม ซึ่งอุจจาระที่ตกค้างในร่างกายนี้มาจากอาหารที่เราทานเข้าไปแบบเร่งรีบ, การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเพียงพอ, การทานอาหารที่มีกากใยน้อย, ทานอาหารที่ย่อยยาก , การทานอาหารที่มีพยาธิหรือเชื้อราที่ทำให้ระบบย่อยอาหารมีความผิดปกติ, การทำงานของระบบดูดซึมเสียเพราะน้ำมันพืชเคลือบในลำไส้ทำให้น้ำที่เราดื่มเข้าไปไม่มีการหมุนเวียน สำหรับการไม่ถ่ายอุจจาระในช่วงเวลาตี 5 ถึง 7โมงเช้า เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้อุจจาระตกค้างในลำไส้ทั้งสิ้น ส่งผลให้ลำไส้ทำงานไม่เป็นปกติ จะมีการบีบให้อุจจาระขึ้นไปส่วนบนทำให้อุจจาระขาดช่วง เวลาถ่ายจึงถ่ายออกไม่หมดโดยที่เราไม่รู้ตัว ลดพุง.

ลดพุง
ลดพุง อุจจาระที่คั่งค้างเหล่านี้จะไปเกาะที่ผนังลำไส้ พอมีอุจจาระใหม่ที่เหลวกว่าก็จะแซงหน้าออกไปก่อน แต่อุจจาระที่ค้างแข็งก็จะยังคงเกาะติดแน่นอยู่ในผนังลำไส้ พอนานๆเข้าก็จะไปกดทับเส้นเลือดต่างๆในกระเพาะและกดทับกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาได้ เช่น ปวดหลัง ท้องอืด ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อที่สะบักและไหล่ อ่อนเพลีย เวียนหัว นอนไม่ค่อยหลับ เป็นไมเกรน ฝ้า และอื่นๆ

ฉะนั้นจึงมาแนะนำวิธีการดีท็อก เพื่อให้เกิดการขับถ่ายอุจจาระในช่วงเวลา 7โมงเช้า เป็นเรื่องปกติ ทำให้เราไม่มีของเสียตกค้างในลำไส้ ก่อนที่เราจะมีดูสูตรวิธีการดีท็อกลำไส้ เรามาดูประโยชน์ของการดีท็อกกันก่อนดีกว่า

ประโยชน์การดีท็อก

1. ล้างลำไส้ช่วยให้มีการขับของเสียได้ดี โดยไม่ต้องพึ่งยาระบาย โดยเฉพาะท่านที่มักท้องผูก
2. ประโยชน์ของการล้างลำไส้ช่วยล้างลำไส้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เกิดการระคายเคืองต่อ
3. ช่วยทำให้ผิวเรามีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลลดพุง
4. ช่วยให้พุงยุบ ไม่มีของเสียตกข้างอยู่ในลำไส้ของเรา
5. ระบบขับถ่ายและการไหลเวียนภายในร่างกายสมดุลยิ่งขึ้นลดพุง
6. ช่วยล้างไขมันในลำไส้เล็ก และยังมีไขมันฝ่ายดีและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดพุง.

ลดต้นแขน สาว ๆ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาต้นแขนล่ำใหญ่

ลดต้นแขน  สาว ๆ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาต้นแขนล่ำใหญ่ ไม่กระชับ เป็นอันต้องกังวลกันอยู่ทุกทีกับการใส่เสื้อผ้าที่ต้องมีการเว้า การโชว์ วันนี้เตรียมเบาใจได้เลย เพราะกระปุกดอทคอมมีสารพัดวิธีอำลาแขนล่ำ ๆ มาให้คุณได้ลองนำไปฝึกปฏิบัติด้วยตัวเองดู มาเติมความมั่นใจให้ท่อนแขนไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ลดต้นแขน.

ลดต้นแขน

ลดต้นแขน 1. ใช้วิธีการออกกำลังกาย : คงจะเรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีแก่ตนเองในระยะยาวมากที่สุด โดยเฉพาะการเน้นออกกำลังบริเวณที่มีปัญหา เน้นช่วงต้นแขนทั้งด้านใน ด้านนอกและหัวไหล่ให้เกิดความกระชับทุกส่วนอย่างเท่า ๆ กัน ตามวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

ยกดัมเบลล์ 1 กิโลกรัมหรือขวดน้ำ 1 ลิตร ลดต้นแขน

วิธีที่ 1 เริ่มต้นแบบเบา ๆ ด้วยการยืนกางขาให้พอดีกับหัวไหล่ 2 ข้างแล้วถือดัมเบลล์แบบหงายมือวาง แนบทิ้งกับลำตัว จากนั้นให้เกร็งแขน ยกดัมเบลล์ ในท่าพับข้อศอกขึ้นมาชิดหัวไหล่ ค่อย ๆ ทำช้า ๆ ขึ้นลง สลับกันซ้ายขวา วันละ 20 ครั้ง

วิธีที่ 2 มีลักษณะคล้ายกับวิธีที่ 1 คือ ให้ยืนกางขาพอดีกับหัวไหล่ ในมือถือดัมเบลล์ทั้งซ้ายและขวาอย่างละอัน โดยการถือแบบคว่ำมือวางแนบชิดกับลำตัว จากนั้นให้เกร็งแขนแล้วยกดัมเบลล์ขึ้นมาโดยไม่งอแขน ยกขึ้นมาให้ขนานกับพื้นในระดับที่พอดีกับหัวไหล่ ค่อย ๆ ทำขึ้นลงวันละ 20 ครั้ง

วิธีที่ 3 มาเพิ่มความกระชับให้ท่อนแขนด้วยการยืนกางขาพอประมาณ ย่อเข่าเพียงเล็กน้อย แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับดัมเบลล์ 1 อัน ค่อย ๆ ยกขึ้นเหนือหัว เหยียดแขนทั้งสองให้ตรงค้างไว้สักพักแล้วจึงค่อย ๆ พับแขนลงด้านหลังให้เป็นรูปตัว L คว่ำ ขั้นตอนนี้ควรจับให้แน่นเพื่อป้องกันอันตราย ทำวันละ 20 ครั้งอีกเช่นกัน (โดยอาจทำวิธีที่1,วิธีที่ 2 และวิธีที่ 3 สลับกันวันเว้น

เล่นฮูลาฮูบแขน ใช้ฮูลาฮูบสี ๆ ที่มีขายทั่วไป หมุนไปรอบ ๆ แขนอาจเริ่มจากต้นแขนแล้วค่อย ๆ ไล่ลงไปจนถึงข้อมือทำสลับกันทั้งซ้ายขวาหรือถ้าใครมีฮูลาฮูบอยู่หลายอันจะทำพร้อมกันสองข้างเลยก็ได้นะคะ โดยในระหว่างนี้อาจเปิดจะเพลงสนุก ๆ ทำให้เข้าจังหวะไปด้วย วิธีนี้จะช่วยเผาผลาญและกระชับท่อนแขนล่ำ ๆ ให้เรียวสมใจสาว ๆ มากยิ่งขึ้นค่ะลดต้นแขน

ชกมวยหรือชกลม สาว ๆ อย่าเพิ่งรีบตกใจกับวิธีนี้ แทบไม่มีอะไรยุ่งยากเพราะใช้แค่มือเปล่าเท่านั้น! เริ่มด้วยการยืนก้าวขาซ้ายหรือขาขวาไปด้านหน้าตามข้างที่ถนัด (ท่ายืนเตรียมพร้อมเหมือนกำลังชกมวย) แล้วยกแขนกำหมัดไว้ในระดับคาง วางศอกแนบชิดกับลำตัวแล้วชกออกไปด้านหน้า ให้สังเกตว่าขาข้างที่ชกจะต้องเหยียดตึงและสะโพกจะบิดตามการชกเล็กน้อย ให้ชกสลับกันทั้งมือซ้ายและมือขวา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มให้ท่อนแขน,หัวไหล่ได้รูปทรงและกระชับขึ้นมากเลยทีเดียวลดต้นแขน

หมุน ๆ เหวี่ยง ๆ ด้วยมือเปล่า เริ่มด้วยการยืนแยกขาออกจากกันให้กว้างสักเล็กน้อย ยกแขนสองข้างกางออกขนานกับพื้น เหยียดให้แขนตรงและตึงที่สุด จากนั้นกำมือ พร้อมเกร็งแขนเล็กน้อย แล้วใช้บริเวณหัวไหล่เป็นวงกลมหมุนไปด้านหลังประมาณ 20 รอบ ทำไปเรื่อย ๆ จนครบ 100 รอบ พักได้รอบละ 15 วินาที จะช่วยให้แขนของสาว ๆ กระชับตึงขึ้น

2. ใช้ตัวช่วยอื่น ๆ เสริมเข้าไปด้วย : ลำพังจะตั้งหน้าตั้งตาออกกำลังอย่างเดียว เห็นทีสาว ๆ คงจะล้าถอยหลังกันไปเสียก่อน ถ้าอย่างนั้นแล้วลองมาดูตัวช่วยสบาย ๆ ลองเลือกใช้แล้วทำควบคู่กันไปแบบนี้จะโอเคกว่ากันเยอะ 🙂

ปลอกใส่กระชับ,นวดต้นแขน มีวางขายให้เลือกอยู่หลากหลายเกรดตามแต่ละแหล่งที่มา มีทั้งแบบเนื้อผ้าทอด้วยเส้นใยพิเศษหรือเป็นแบบพลาสติกตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน วิธีการก็ง่ายและสะดวกมาก ๆ แค่ใส่ติดแขนไว้ เรียกว่าฟิตได้ทุกเวลาตั้งแต่อยู่บ้าน ใส่ไปทำงานหรือตอนนอน

ครีมร้อน-เย็นกระชับสัดส่วน ส่วนใหญ่ตามท้องตลาดจะมีอยู่ในรูปแบบของโลชั่น ครีม เจล ที่มีสารสกัดมาจากสมุนไพร เมื่อทาแล้วจะเกิดความร้อน (ในอุณหภูมิที่ทนได้) บริเวณนั้น ๆ ความร้อน ความเย็นเหล่านี้เองจะไปช่วยทำหน้าที่สลายไขมัน ขับของเสียออกมา ดังนั้นผิวบริเวณนั้นจะดูกระชับและเล็กลงได้

3. เปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง

หากต้องการมีรูปร่างสัดส่วนดูดีอยู่กับเราไปนาน ๆ การกินอาหารมีประโยชน์อย่างน้ำสะอาด นม ผัก ผลไม้ก็จะช่วยเรื่องสุขภาพและหุ่นดีได้ในระยะยาวอยู่มากโขเลยทีเดียว ลดอาหารจำพวกทอด ๆ ที่มีไขมันสูง แป้ง น้ำตาลไปเสียบ้าง แล้วลองหันมาออกกำลังกายแขนเบา ๆ ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น เช่น การยกหนังสือ ยกของที่มีน้ำหนัก เป็นต้น

ซึ่งวิธีต่าง ๆ ที่เราหยิบมาฝากนี้ หากสาว ๆ ได้ลองทำเป็นประจำทุกวันแล้ว รับรองได้เลยว่าต้นแขนฟิต แอนด์ เฟิร์มจะต้องรีบแวะมาทักทายในเร็ววันแน่ ๆ เลยล่ะค่ะ ลดต้นแขน.