วิตามินบำรุงผิว วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว

วิตามินบำรุงผิว วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว ร่างกายของคุณได้รับเพียงร้อยละหนึ่งของอาหารที่คุณทานเข้าไป ไม่ว่าจะมากน้อยเท่าใดก็ตาม ดังนั้นการทานวิตามินบำรุงผิวเสริม เพื่อถมช่องว่างความต้องการวิตามินในร่างกายให้เต็มนั้น จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างมีความสำคัญมากเลยทีเดียว วิตามินบำรุงผิว.

วิตามินบำรุงผิว

วิตามินบำรุงผิว
1.Retinoids หรือกรดวิตามินเอ เป็นวิตามินบำรุงผิวสำหรับต่อต้านริ้วรอย ที่ได้รับการค้นคว้าวิจัย และพิสูจน์แล้วกว่า 700 ชิ้น ว่าสามารถช่วยลดริ้วรอย จุดด่างดำให้จางหายไป พร้อมกับช่วยลดความหยาบกร้านของผิวให้ผิวกลับมาราบลื่นมากขึ้นหากมีการใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
การใช้งาน Retinoids เป็นสิ่งที่ค่อนข้างมีข้อจำกัด โดยแนะนำให้ใช้ในช่วงเวลากลางคืน ที่ปลอดแสงแดด อย่างน้อย 2-3 ครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผิวของวิตามินบำรุงผิวชนิดนี้ สามารถทำงานให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็วได้ภายใน 4-8 สัปดาห์ สำหรับปริมาณที่ใช้ในการบำรุงผิวหน้าของคุณอย่างเหมาะสม เพียงปริมาณเท่าเม็ดทั่ว กรดวิตามินเอก็มากเพียงพอแล้วที่จะช่วยครอบคลุมบำรุงใบหน้าโดยรวมของคุณ
2.วิตามินบี 3 เป็นวิตามินบำรุงผิวที่ได้รับพิสูจน์แล้วว่า สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และลดรอยแดงบนผิวให้น้อยลง โดยการปกป้องผิวชั้นนอกเอาไว้ ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้วิตามินบี 3 ยังช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิลยังเซลล์ผิวจุดต่างๆ ที่ทำให้เกิดรอยด่างดำขึ้นบนผิวอีกด้วย วิตามินบี 3 จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีผิวแห้ง และต้องการได้รับวิตามินบำรุงผิวอย่างเหมาะสมวิตามินบำรุงผิว
3.วิตามินซี ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีอย่างน้อย 5% มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยบำรุงผิวพรรณ จากการศึกษาวิจัยทั่วโลก ทำให้เราพบว่า อนุมูลอิสระเป็นสิ่งสำคัญที่ก่อให้เกิดริ้วรอยขึ้นบนผิว ในขณะที่วิตามินซีนั้น สามารถช่วยทำให้ผิวมีความเรียบเนียน เต่งตึง และลดเลือนจุดสีน้ำตาลบนผิวให้น้อยลง นอกจากนี้ในการศึกษาผู้หญิง ที่ผิวได้รับการทำลายจากแสงแดด ด้วยครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซีเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าผิวมีการเปลี่ยนสี มีความสมบูรร์มากขึ้น ดังนั้นการใช้ครีมบำนรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี ทาก่อนครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทึกครั้ง ผิวของคุณก็จะได้รับการปกป้องดูแลได้ดีมากยิ่งขึ้น
4.วิตามินอี เป็นวิตามินบำรุงผิว ที่ช่วยลดความแห้งกร้าน และส่งเสริมการปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวี เพียงส่วนผสมของวิตามินอี อย่างน้อยที่สุด 1% ภายในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว วิตามินอีก็จะสามารถช่วยปราบความแห้งกร้าน ด้วยการทำให้ผิวคงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ นอกจากนี้วิตามินอี ยังช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของอนุมูลอิสระ จนกระทั่งได้รับฉายา “ซุปเปอร์สตาร์” ในการปกป้องดูแลผิวเลยทีเดียว สำหรับการใช้วิตามินอีในการบำรุงผิวพรรณที่เหมาะสมที่สุดนั้น ควรใช้ก่อนและหลังการสัมผัสกับแสงแดดอย่างรุนแรง
การเข้าใจคุณสมบัตที่แตกต่างกันของวิตามินบำรุงผิวแต่ละชนิด พร้อมกับวิธีการใช้ที่ถูกต้องเหมาะสม ล้วนแล้วแต่ทำให้คุณสามารถดึงเอาประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของวิตามินออกมาใช้ได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการช่วยบำรุงผิวพรรณของคุณให้ขาวเนียน สดใส อย่างยาวนานเลยทีเดียว วิตามินบำรุงผิว.

ขาลาย บอกลาปัญหาขาลาย 3 สูตรสครับง่ายๆ

ขาลาย บอกลาปัญหาขาลาย 3 สูตรสครับง่ายๆ ที่ช่วยให้ขาเนียนด้วยเหตุนี้เอง เราจึงนำ 3 สูตรสครับขา แก้ปัญหารอยด่างดำและอาการขาลายมาฝากกันค่ะ สาวๆ คนไหนที่กำลังกลุ้มใจว่าทำอย่างไรขาจึงจะสวยซักที ลองเอา 4 สูตรสครับนี้ไปทำตามกันดูค่ะ ขาลาย.

ขาลาย

ขาลาย
1. สครับขาด้วยดินสอพองขาลาย
ผสมดินสอพองกับน้ำมะนาว คนผสมให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมข้น จากนั้นนำมาพอกขาหรือแต้มลงบนจุดด่างดำ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำวันเว้นวันจะช่วยลดรอยต่างๆ ที่ขาได้ค่ะ
2. สครับขาด้วยมะขามเปียกผสมขมิ้นขาลาย
นำน้ำมะขามเปียกผสมกับขมิ้นผง จากนั้นนำใยบวบที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วชุบน้ำมะขามเปียก ค่อยๆ ขัดวนลงบนผิวหนังที่มีรอยด่างดำหรือจะขัดทั่วทั้งขาก็ได้ จากนั้นจึงค่อยล้างน้ำออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถใช้กับบริเวณหัวเข่า ตาตุ่มหรือบริเวณที่มีผิวหนังด้านได้เช่นกันค่ะ
3. สครับขาด้วยมะกรูด
นำมะกรูดมาผ่าครึ่ง จากนั้นนำไปขัดวนเบาๆ ให้ทั่วทั้งขาโดยเฉพาะบริเวณที่มีจุดด่างดำ จากนั้นล้างออกให้สะอาด ควรทำเป็นประจำวันเว้นวันหรืออาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง รอยด่างดำจะลดลงไปอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ขาลาย.

แขนลาย ปัญหาแขนลายเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ

แขนลาย ปัญหาแขนลายเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นจากต่อมน้ำเหลืองที่ทำงานไม่เป็นปกติ รอยแผลเป็นจากกิจกรรมต่างๆ อาการภูมิแพ้ ขนคุด สีผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ ไวรัสผิวหนัง การเพิ่มหรือลดน้ำหนักตัวมากจนเกินไป แต่สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดปัญหาแขนลายกับคุณสาวๆ ในบ้านเรามากที่สุด และควรให้ความใส่ใจมากที่สุดนั้นคือ ปัญหาแขนลายจาก “ผิวที่แห้งมาก” เนื่องจากขาดความชุ่มชื้น จนกระทั่งทำให้เกิดริ้วรอยเส้นแตกลายขึ้นบนผิวเป็นจำนวนมาก แขนลาย.

แขนลาย

แขนลาย การป้องกันอาการแขนลายที่เกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น

ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาแขนลายขึ้นแล้ว ในกลุ่มของผู้สูงอายุยังนับว่าเป็นปัญหาที่มีความร้ายแรงมากที่เดียว เพราะผิวที่แห้งมากๆที่ขา บริเวณใต้ศอก และแขนที่ต่ำ จะแห้งหยาบเป็นสะเก็ด ทำให้เคลื่อนไหวค่อนข้างยาก ถ้าหารู้สึกคันและเกา ก็อาจจะทำให้แผลเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ สำหรับวิธีป้องกันปัญหาแขนลายที่เกิดขึ้นจากการผิวขาดความชุ่มชื้น มีดังต่อไปนี้

1.พยายามอย่าออกไปข้างนอกในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รังสีของดวงอาทิตย์แรงมากที่สุด และอย่าหลงกลเมฆที่ครึ้มทั่วท้องฟ้า เพราะรังสีจากดวงอาทิตย์สามารถทะลุผ่านเมฆเหล่านั้นได้แขนลาย

2.เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF จำนวน 15 ขึ้นไป และควรทาทุกครั้งที่คุณสาวๆอยู่ในสระว่ายน้ำ หรือทะเล ซึ่งควรจะสังเกตฉลากข้างขวดด้วยว่าเป็นครีมกันแดดแบบกันน้ำหรือไม่ เพราะถ้าไม่ใช่แล้วล่ะก็ น้ำจากการทำกิจกรรมเหล่านี้จะชะล้างสารปกป้องผิวจากรังสีของดวงอาทิตย์ออกไปจนหมดแขนลาย

3.ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และควรทาก่อนการออกแดดประมาณ 15-30 นาที ซึ่งปริมาณการทาครีมกันแดดจะมาก และบ่อยครั้งขึ้นอยู่กับกิจกรรมของคุณ เช่น การว่ายน้ำ ปริมาณเหงื่อที่ออก การขัดถูผิวของตัวคุณด้วยผ้าขนหนู เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประสิทธิภาพของครีมกันแดดลดน้อยลง
4.สวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยปกป้องแสงแดด หมวกปีกขนาดใหญ่จะช่วยปกป้องลำคอ หู ตา และหัว ในขณะที่แว่นตากันแดด ควรเลือกแบบที่สามารถป้องกันรังสีจากแสงแดดได้ 99-100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ควรสวมใส่เสื้อแบนยาว กางเกง หรือกระโปรงยาวด้วย

5.หลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกหนัง พยายามอย่าใช้ Sunlamps เครื่องหนังหรือเตียงฟอกหนัง ซึ่งสารเคมีในสารฟอกอาจจะส่งผลทำให้แขนลายขึ้น เนื่องจากเป็นสารที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากองค์การอาหารและยา ของประเทศสหรัฐอเมริกา แขนลาย.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธี อาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ ในไทยมีมากหลายยี่ห้อ และที่ได้คุณภาพหรือด้อยคุณภาพก็มีอยู่ แต่ส่วนใหญ่อาจใช้ราคาเป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ แต่จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ราคาเป็นหลัก แต่ราคาก็ยังมีส่วนด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องมีความรู้บ้างในการเลือกสินค้าที่คุณภาพ เพราะเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกกินอาหารเสริมมากกว่า ไม่ใช่ที่ราคา เพื่อเราจะได้เสียงเงินไปโดยได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าพอกับราคา วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี และอีกอย่างคือวิธีกินอาหารเสริมด้วยว่าควรกินตอนไหน ก่อน หรือหลังอาหาร เพราะร่างกายจะเป็นตัวกำหนดในการนำไปใช้ และถ้าหากเราได้กินวิตามินอาหารเสริมถูกต้อง ร่างกายก็สามารถนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเช่นกัน และที่ถูกต้องอีกอย่างคือ การกินให้ตรงเวลาเพื่อจะได้ไม่ลืม เพราะวิตามินเสริมต้องการเวลาในการทำงานของตัววิตามินเอง

วิธีทาน:วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินรวมผสมแร่ธาตุ–ให้ทานพร้อมอาหารและน้ำ เนื่องจากน้ำและอาหารจะแยกวิตามินและแร่ธาตุออกจากกัน

วิตามินซี—เสื่อมสภาพเร็ว ไม่ควรซื้อขนาดใหญ่ให้ซื้อขนาดเล็กพอทานได้ 1 เดือน ทานเวลาไหนก็ได้กับน้ำเปล่า หรือพร้อมอาหาร วิตามินซีชนิดธรรมดาควรแบ่งกินครั้งละ 250-500 mg. (ยกเว้นชนิด Buffered, Time Release,Sustined ไม่ต้องแบ่ง)

วิตามินซี เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่ละลายและดูดซึมได้ง่ายที่สุด จะทานเวลาไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทานตอนท้องว่าง

ประโยชน์

ช่วยให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ แผล หายเร็วขึ้น ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือดขอด
ช่วยแผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้นฃช่วยให้การดูดซึมธาติเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในเด็กอ่อน
ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียดวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

เราสามารถที่จะทานวิตามินซีได้ทุกวัน เพราะวิตามินซีสามารถขับออกจากร่างกายได้ง่าย การรับประทานวิตามินซีทำให้ผิวดีขึ้นด้วย ในวิตามินซีนอกจากจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยในเรื่องชะลอความแก่ ป้องกันการเป็นมะเร็ง ภูมิแพ้ การเป็นหวัดแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย และไม่ตกค้างในร่างกายเพราะวิตามิน ซี ส่วนเกินจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะในที่สุด

ปริมาณวิตามิน ซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน ร่างกายคนเราควรจะได้รับวิตามิน ซี ในแต่ละวันแตกต่างกันตามวิถีชีวิตและความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายของแต่ละคน เพราะร่างกายคนเราสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ทีละน้อยๆเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกายไป ถ้าร่างกายปกติ ควรได้รับวิตามินซีที่รางกายต้องการขั้นต่ำต่อวัน คือ 60 มิลลกิรัม ถ้าร่างกายมีอาการของหวัด เป็นโรคภมูิแพ้ หรือร่างกายอ่อนแอ ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม ถ้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ หรือมีความเครียดสูง ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิธีกินวิตามินซี การกินวิตามินซี ผลไม้ที่มีวิตามินซีก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าวิตามิน

วิธีกินวิตามินซี การกินวิตามินซี ผลไม้ที่มีวิตามินซีก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าวิตามิน คืออะไร วิตามิน เป็นสารอาหารซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายในการที่จะทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติและเกิดความสมดุลย์ของร่างกาย บทบาทของวิตามินนั้นเปรียบได้กับสารหล่อลื่นในเครื่องจักรกลตามตรรกวิทยา เครื่องจักรกลจะทำงานได้ดีหรือพลังงานที่ทำให้เครื่องจักรเดินได้ต้องอาศัยสารเหล่านี้เป็นสำคัญ ถ้าหากสารหล่อลื่นแห้งหรือขาดหายไปเครื่องจักรกลจะเดินติดขัดหยุดทำงานและเสียหายได้ วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี ในร่างกายมนุษย์นอกจากอาหารหลัก 3 หมู่ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรท และไขมันซึ่งเทียบได้กับโครงสร้าง และพลังงานของเครื่องจักรกล ส่วนวิตามินชนิดต่าง ๆ และแร่ธาตุ เช่น ฟอสฟอรัส แคลเซี่ยม โปแตสเซี่ยม เหล็ก และแมกนีเซี่ยมนั้นเปรียบได้กับสารหล่อลื่น เมื่อเรารวมวิตามินและเกลือแร่เข้าไปในอาหารหลัก 3 หมู่ ก็จะกลายเป็นอาหารหลัก 5 หมู่

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราขาดวิตามินวิธีกินวิตามินซี

วิตามินทั้งหมดกว่า 20 ชนิด เริ่มตั้งแต่วิตามิน เอ จนถึงอันล่าสุด วิตามิน ยู ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต ถ้าหากร่างกายขาดวิตามินอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเกิดอาการโรคขาดวิตามินชนิดนั้นปรากฏให้เห็นได้

ชนิดของวิตามินและอาการขาดวิตามินวิธีกินวิตามินซี
ตัวอย่างชนิดของวิตามินและอาการขาดวิตามินได้แสดงให้เห็นดังข้างล่างนี้ รวมทั้งตัวอย่างชนิดของอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินชนิดนั้นอย่างอุดมสมบูรณ์
วิตามิน เอ 12 – ตาบอดกลางคืน ( น้ำมันตับ, ไข่แดง, เนย, ฟักทอง, มะเขือเทศ )
วิตามิน บี 1 – โรคเหน็บชา ( รำข้าว, ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, น้ำนม )
วิตามิน บี 2 – โรคปากนกกระจอก, เด็กเจริญเติบโตช้า ( น้ำนม, ไข่แดง, ตับ, ผักโขม )
วิตามินดี – โรคกระดูกอ่อน ( น้ำมันตับ, ไข่แดง, น้ำนม เนย, เห็ดหอม )
วิตามิน บี 6 – โรคผิวหนังอักเสบ, ประสาทอักเสบทั่ว ๆ ไป ( รำข้าว, ยีสต์, มันฝรั่ง, ถั่ว, ตับ )
วิตามิน บี 12 – โรคโลหิตจางเพอร์นีเซียส ( ตับ, น้ำนม, ไข่ )
วิตามินซี – โรคลักกะปิดลักกะเปิด ( เลือดออกตามไรฟัน ) ( มะนาว, ส้ม ผักใบเขียว ) วิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง นอกจากความงาม? จากการศึกษาพบว่าวิตามินซี ช่วยอะไรต่อร่างกายได้อย่างมากมาย นอกเหนือจากเพียงเรื่องของความงาม ซึ่งวิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้างนั้น หลักๆมีดังต่อไปนี้ วิตามินซี ผิวขาว.

วิตามินซี ผิวขาว

วิตามินซี ผิวขาว

1.ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต และการพัฒนาการของร่างกายให้เป็นปกติวิตามินซี ผิวขาว

2.ช่วยทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีมากยิ่งขึ้น

3.ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิววิตามินซี ผิวขาว

4.ช่วยในการรักษาบาดแผลให้หายอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

5.ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้วิตามินซีเป็น วิตามินบำรุงผิว ที่มีประสิทธิภาพ

6.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด

7.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

8.ช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้น

9.ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดฝอย

10.ช่วยลดความเมื่อยล้าน อ่อนเพลีย หรือสถาวะร่างกายอ่อนแรงให้น้อยลง วิตามินซี ผิวขาว.

หลุมสิว นับว่าเป็นปัญหากวนใจของคนที่ปล่อยให้สิวอักเสบ

หลุมสิว นับว่าเป็นปัญหากวนใจของคนที่ปล่อยให้สิวอักเสบ มันลุกลามจนกินพื้นที่ลึกลงไปถึงเนื้อใน ถึงขั้นทำให้เนื้อหายจนกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ ส่วนบางคนก็พลาดหนักยิ่งกว่านั้น คือพยายามบีบสิวอย่างผิดวิธีจนทำให้สิวอุดตันธรรมดา ๆ กลายเป็นสิวอักเสบ พร้อมกับไปกระตุ้นสิวนั้นให้รุนแรงหนักกว่าเดิม ถ้าจะบอกว่าหลุมสิวมันเกิดจากตัวคุณเองก็คงจะไม่ผิดนัก หลุมสิว.

หลุมสิว

หลุมสิว เพราะความจริงแล้วทางป้องกันที่ดีที่สุดคือ การพยายามป้องกันไม่ให้ตัวเองมีสิวอักเสบ หรือถ้าเป็นแล้วก็ต้องรีบหาทางปฏิบัติเพื่อทำให้สิวอักเสบยุบเร็วขึ้นโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ แต่ถ้าเราเจอกันช้าไป จนคุณพลาดไปมีหลุมสิวอยู่บนใบหน้าแล้ว ก็ไม่เป็นไร ค่อย ๆ แก้ไขกันต่อไป แม้ว่าเราจะไม่สามารถทำให้ผิวมันเติมเต็มหลุมได้เหมือนเดิม 100% แต่เราก็สามารถทำให้เซลล์เนื้อเยื่อใหม่ฟื้นฟูและเติมเต็มหลุมได้ถึง 70-80%

ระดับความรุนแรงของหลุมสิว
ระดับ Ice pick scar (ระดับรุนแรงที่สุด) หลุมสิวระดับนี้จะเป็นหลุมลุกมีปากแคบ รักษาได้ยากมาก เพราะแนวหลุมเป็นไปในทางลึก กว่าผิวจะฟื้นฟูจนเต็มคงต้องใช้เวลานานในการรักษา ซึ่งหลุมระดับนี้ใช้ยาทาก็มักจะเอาไม่อยู่ แต่ทำได้แค่ช่วยให้รอยมันตื้นขึ้นมาเท่านั้น
หลุมสิวระดับรุนแรง

ระดับ Box scar (ระดับรุนแรงปานกลาง) หลุมสิวระดับนี้จะมีลักษณะเป็นบ่อ มีขอบชัดเจนและมีขอบเขตกว้างกว่าระดับ Ice pick scar แต่จะมีความตื้นมากกว่า เพราะมันจะกินความลึกแค่ชั้นผิวเท่านั้น ไม่ได้กินไปจนถึงชั้นรูขุมขน หลุมสิวระดับนี้เราสามารถใช้ยาทาควบคุมไปกับการทำทรีทเม้นท์ได้ ซึ่งรอยหลุมอาจจะเหลือร่องรอยจุดด่างดำอยู่บ้าง แต่ถ้าคุณตั้งใจดูแลและรักษาให้ดี ก็ค่อนข้างจะให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจหลังการรักษา
หลุมสิวระดับรุนแรงปานกลาง

ระดับ Rolling scar (ระดับทั่วไป) หลุมสิวระดับนี้จะมีลักษณะเป็นหลุมสิวแบบตื้น ๆ เป็นแอ่งเว้าลงไป กินพื้นที่แค่ส่วนบนของผิวเพียงเล็กน้อย ซึ่งหลุมระดับนี้มักจะเกิดจากการแกะเกาสิวที่อยู่ในระดับที่ไม่ลึกมากนักและทำการรักษาได้ง่ายกว่าระดับอื่น ๆ คุณสามารถใช้ยาทาในการเติมเต็มเนื้อผิวได้
หลุมสิวระดับทั่วไป

ขาดความกว้าง ความลึก และลักษะของหลุมสิวแต่ระดับ

ระดับหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิว
การรักษาหลุมสิวบนใบหน้า จะถูกแบ่งออกเป็น 3 แบบใหญ่ ๆ คือ การรักษาด้วยการทายา (เป็นการรักษารอยหลุมตื้น ๆ ซึ่งมักจะเป็นรอยหลุมระดับทั่วไป (Rolling scar) ยาที่นำมาใช้ทำให้ผิวตื้นขึ้นก็จะมีหลายชนิดด้วยกัน), การรักษาด้วยการรับประทานยา (เป็นยาที่สกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ หรือ RETINOIDS) และ การรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ (เป็นการรักษาที่เหมาะกับผู้ที่มีหลุมสิวขนาดใหญ่มหึมาจนยาทาและยากินก็ช่วยไม่ไหว หรือเรียกได้ว่าเป็นหลุมลึกแบบ Ice pick scar และ Box scar ซึ่งเป็นการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการทายาและครีมบำรุงร่วมด้วย) ซึ่งการรักษาแต่ละแบบอาจถูกนำมาใช้ในกรณีที่มีหลุมลึก หรืออาจใช้ร่วมกันบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการเลือกสถานเสริมความงาม คุณต้องมั่นในว่าสถานที่ที่คุณเลือกนั้นใช้วิธีการที่ อย. รับรอง และมีการให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ถ้าไม่แน่ใจก็ลองค้นหาข้อมูลในเน็ตหรือใน pantip ดูก็ได้ เผื่อได้ข้อมูลอะไรดี ๆ ประกอบการตัดสินใจของคุณ มาดูกันเลยว่าวิธีไหนบ้าง

แต้มกรด TCA การใช้กรด TCA เพื่อช่วยเร่งผิวใหม่ให้เกิดการแบ่งตัวเร็วขึ้น มันจึงช่วยทำให้รอยหลุมค่อย ๆ ตื้นขึ้น หากเราทำอาทิตย์ละครั้งจะมีระยะเวลาเห็นผลประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งการทานั้นจะเป็นการแต้มเฉพาะรอยหลุมที่เป็นเท่านั้น เพราะกรด TCA จะทำให้ผิวเป็นสะเก็ดดำ ๆ ถ้าใจไม่แข็งจริง คุณอาจถอดใจได้ง่าย ๆ เลย
การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด ไม่ว่าจะเป็น AHA, BHA, PHA เพื่อเป็นการช่วยทำให้เซลล์ผิวหนังด้านบนหลุดออกและเกิดการซ่อมแซมและทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
กรดวิตามินเอ สำหรับคนที่กลัวการเป็นสะเก็ดและไม่รีบร้อนในการรักษา คุณสามารถใช้ยาทาอีกตัวที่ช่วยให้หลุมดูตื้นขึ้นมาได้ นั่นก็คือ “กรดวิตามินเอ” โดยนำมาทาบนรอยหลุมเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และยังสามารถทาได้บ่อยกว่ากรด TCA อีกด้วย เพราะสามารถทาได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
ทายาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ เช่น Retin A เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
ทาครีมลบลอยแผลเป็น การทาครีมลบรอยแผลเป็นและริ้วรอยที่มีส่วนผสมของวิตามินอี, AHA, BHA ก็สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังได้เช่นกัน
สกินแคร์ต่าง ๆ นอกจากตัวยาที่กล่าวมา สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินอี และ BHA ก็สามารถช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวได้เช่นกัน เพราะมันจะสามารถช่วยทำให้ผิวเนื้อค่อย ๆ ตื้นขึ้นขนเป็นที่น่าพอใจ
ผู้สนับสนุน
การรับประทานยาที่สกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ (RETINOIDS) ในกรณีนีมักถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อคุณมีปัญหาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปัญหาสิว เพราะทาที่ถูกนำมาใช้มักจะเป็นยาในกลุมของกรดวิตามินเอ อย่าง Roaccutance, Acnotin, Isotretinoin ซึ่งยาในกลุ่มนี้สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้สร้างผิวใหม่เพื่อช่วยเติมเต็มรอยหลุม และยังช่วยควบคุมความมันได้อีกด้วย แต่เนื่องจากยาชนิดนี้เป็นยาทานที่มีผลต่อไขมันทั่วร่างกาย ระหว่างใช้อาจทำให้ตาแห้ง ผิวแห้ง ปากแห้งได้ ดังนั้นการใช้ยาในกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องใช้ภายในการดูแลของแพทย์ อย่าไปซื้อมากินเอง เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณได้ นอกจากนี้การรับประทานวิตามินซีก็อาจจะช่วยได้บ้างในกรณีหลุมสิวยิวยังไม่เป็นพังผืด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีนี้ก็ไม่สามารถคาดหวังผลในการรักษาได้ครับ เพียงแต่เป็นตัวช่วยเสริมเท่านั้น
Skin Needing คือ การรักษาแบบที่ใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมากจิ้มลงไปในผิวเพื่อผ่านตัวยาเข้าไปในผิว จึงทำให้ผิวสร้างตัวและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น หลุมจึงเต็มไวขึ้น ซึ่งการรักษาแบบนี้ในอดีตนั้นจะใช้วิธี Dermaroller ซึ่งไม่ได้รับการรับรองจาก อย. เนื่องจากการดูแลความสะอาดของอุปกรณ์เป็นไปได้ยาก หลัง ๆ มาจึงมีการเปลี่ยนมาใช้เครื่องมือประเภทอัตโนมัติที่มีการทำงานคล้ายคลึงกันแทน อย่าง Dermpoint และ Tri-m (รูปนี้เป็นรูปก่อนและหลังทำ Dermaroller ครับ)
ทำ dermaroller
การทำ Subcision (เลาะพังผืดใต้หลุมสิว) วิธีนี้แพทย์จะใช้เข็มลักษณะพิเศษที่มีคุณสมบัติในการตัดผิวหนังที่เรียกว่า เข็ม Nokor โดยแพทย์จะทำการสอดเข็มลงไปใต้ผิวหนังเพื่อทำการตัดพังผืดใต้ผิวหนัง แล้วทำการเซาะทีละหลุม ๆ ค่อย ๆ ทำไปจนทั่วใบหน้า หลังการทำจะมีแผลแต่ละรอยเข็มที่ทำ ผิวหนังที่โดนเซาะจะมีเลือดออกและอาจม่วงช้ำอยู่ประมาณ 1-2 อาทิตย์ หลังจากนั้นหลุมสิวก็จะตื้นขึ้น แต่วิธีนี้อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดการติดเชื้อใต้ผิวหนัง เกิดเป็นแผลใหม่ และกลายเป็นแผลเป็นนูนจากการรักษา จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักเพราะผลที่ได้อาจไม่คุ้มกับความเจ็บตัว
Subcision
ฉีดฟิลเลอร์เติมหลุมสิว เป็นอีกวิธีที่เหมาะกับการรักษาหลุมสิวระดับทั่วไปในระดับตื้นถึงลึกปานกลาง ฟิลเลอร์ (Filler) นั้นเป็นชื่อที่ใช้เรียกแทน “สารเติมเต็ม” โดยสารที่นิยมนำมาใช้กันมากก็คือ ไฮยาลูรอนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) เนื่องจากจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่าคอลลาเจน ส่วนใหญ่แล้วการรักษาด้วยวิธีจะค่อนข้างได้ผลประมาณ 30-70% เลยทีเดียว เพราะมันเป็นการฉีดสารเข้าไปเพื่อเติมเต็มรอยหลุมในทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ร่างกายสร้างเนื้อขึ้นมาเอง แต่การฉีด 1 ครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี เพราะมันเป็นสารที่สามารถเสื่อมสลายไปได้เอง (แบบชั่วคราวจะมีความปลอดภัยกว่าแบบถาวร) หลุมสิว.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และมีประโยชน์กับผิวหนังคือวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำ ได้จะช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวเต่งตึงช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวีของแสงแดด และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนซึ่งเป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม ออริเฟลมมีผลิตภัณฑ์แนะนำคือ ออฟติมอล เรเดี้ยนซ์เอเนอร์จี้ แคปซูล ที่บรรจุวิตามินซีเข้มข้น ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผิวกระจ่างใส วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ดังนั้นคนจึงหันมานิยมรับประทานวิตามินซีกันเป็นจำนวนมาก แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถรับวิตามินซี ได้ครั้งละจำนวนมากๆ ต่อให้ทานครั้งละ 500 mg หรือ 1000 mg ร่างกายก็จะรับได้ในระดับหนึ่งต่อครั้ง ซึ่งมันไม่ถึง 500 mg อยู่แล้ว ในการที่ร่างกายจะรับได้ต่อการทาน 1 ครั้งเพราะฉะนั้น หากคิดจะทาน ควรทานปริมาณ mg น้อย แต่ทานบ่อยจะดีกว่าทานปริมาณมาก แต่น้อยครั้ง เพราะส่วนเกินที่ดูดซึมไม่หมดอีกเยอะนั้นยังไงร่างกายก็ต้องขับออก และเป็นภาระให้ไตมากขึ้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

แล้วหากมีวิตามินซีอยู่ 1000mg คุณควรจะหักครึ่งมันใช่ไหม?วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
อาจดูเป็นความคิดที่ดีเพื่อที่จะทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงคือ วิตามินซีนั้น ไวต่อแสง ความร้อน และเสื่อมสภาพได้ง่ายมากเมื่อเจอสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นครึ่งนึงที่หักไป ย่อมประสิทธิภาพลดลงอย่างแน่นอน และอีกอย่างมีวิตซีอีกจำพวก ที่เรียกกันว่า วิตซี Buffered ซึ่งวิตซีพวกนี้วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
จะถูกเคลือบเม็ดยาด้วยสารที่จะทำให้เม็ดยาค่อยๆ ปลดปล่อยวิตามินซีออกมา ตลอดเวลาที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร ประมาณ 7-8 ชั่วโมง หากไปหักเม็ดยา จะทำให้คุณสมบัตินี้สูญเสียไป
ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีผิวที่ขาวสดใส ชวนมอง และน่าสัมผัส แต่กว่าที่จะได้มาซึ่งผิวพรรณที่งดงามเหล่านั้นมาครอบครอง หลายๆคนก็คงจะเข้าใจดีว่า จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายาม และสรรหา วิธีผิวใส มาปฎิบัติตามแบบลองผิดลองถูกกันอย่างมากมายกว่าที่จะพบ วิธีผิวใส ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากที่สุด สำหรับใครที่กำลังมองหา วิธีผิวใส ที่สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวสดใสได้อย่างรวดเร็วอยู่ บทความชิ้นนี้ก็ขอแนะนำวิธีช่วยทำให้ผิวพรรณของคูรขาวเนียน สดใส แลดูมีสุขภาพที่ดีมากขึ้นได้ โดยเพียงแค่วิธีง่ายๆ อย่างการทานวิตามินซีเท่านั้น วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพ มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่จะทำให้น้ำหนักของคุณลดลงไปพร้อมกับมีรูปร่างและสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนได้ คือ อาหารและออกกำลังกาย อาหารที่มีประโยชน์ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกกำลังกายช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยควบคุมปริมาณไขมันในร่างกาย ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก โปรแกรมลดน้ำหนักของเราประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ

การทำเวทเทรนนิ่งออกกำลังกายลดน้ำหนัก
การทำกิจกรรมแบบแอโรบิค หรือ ส่วนของการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน
การรับประทานอาหารที่มี่คุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ให้พลังงานต่ำ

1. เวทเทรนนิ่ง
วิทยาศาสตร์ปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่าการลดความอ้วนที่ได้ผลดีที่สุดจำเป็นจะต้องมีการเล่นเวทควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากเวทเทรนนิ่งช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน(เมตาบอลิซึม)ของร่างกายให้สูงขึ้นหลังจากเล่นถึง 48 ชั่วโมง หมายความว่าไขมันจะถูกใช้เผาเป็นพลังงานทั้งวันแม้ตอนหลับ ซึ่งการทำคาร์ดิโอเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกระตุ้นปฏิกริยานี้เท่าได้มากเท่ากับการเล่นเวทออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ประโยชน์อีกอย่างของเวทเทรนนิ่งคือช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อในขณะที่เราอยู่ในช่วงควบคุมอาหาร การลดความอ้วนนั้นแท้จริงแล้วก็คือ การกินให้น้อยกว่าที่ใช้ เราบังคับให้ร่างกายนำไขมันที่ถูกเก็บสะสมออกมาใช้ เมื่อไขมันหายไปเราก็ผอมลง ฟังดูง่ายแต่ความเป็นจริงร่างกายเราซับซ้อนกว่านั้น เพราะเมื่อเราลดอาหารลง ร่างกายมีแนวโน้มที่จะสลายกล้ามเนื้อมาแปลงเป็นพลังงานมากขึ้น เวทเทรนนิ่งจึงเข้ามาเป็นตัวช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อที่มากเกินไปนั่นเอง

ตารางข้างล่างเป็นตารางเวทเทรนนิ่งสำหรับโปรแกรมนี้ คุณจะได้ใช้กล้ามเนื้อหลักทุกส่วนของร่างกาย ตารางฝึกมีทั้งหมด 10 ท่า ท่าละ 15 ครั้ง 3 เซต และในหนึ่งสัปดาห์ให้ฝึก 3 วัน จันทร์ พุธ ศุกร์ การเลือกใช้น้ำหนักให้เลือกที่สามารถทำได้จนครบจำนวนครั้งในทุกๆเซตโดยท่าทางต้องไม่ผิด
2. การทำคาร์ดิโอ

การทำกิจกรรมแอโรบิค(คาร์ดิโอ) เป็นส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันในการลดน้ำหนัก คาร์ดิโอจะช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกายไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะส่วนที่ติดอยู่บริเวณ หน้าท้อง รอบเอว สะโพก ต้นขาหลังและต้นแขนด้านหลัง ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว วิตามินที่ช่วยเรื่องความสวยความงาม

วิตามินผิวขาว วิตามินที่ช่วยเรื่องความสวยความงาม ของผิวพรรณอย่างได้ผล ทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อวิตามินซีมาทานกันได้โดยง่าย และที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย มีประโยชน์มากมายในเรื่องของความสวยความงามสำหรับสาวๆ วิตามินซีนอกจากรับประทานจากอาหารเสริมแล้ว เรายังสามารถรับประทานวิตามินซีได้จากธรรมชาติอีกด้วย วิตามินซีพบมากใน ฝรั่งไร้เมล็ด ส้ม มะละกอ สตรอเบอรี่ มะขามเทศ พุทรา แอปเปิ้ล และมะเขือ เป็นต้น มาดูกันดีกว่าว่าวิตามินซีมีดีอะไรสำหรับผิวพรรณของเรากันบ้างค่ะ วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว วิตามินซีช่วยในการลบเลือนจุดด่างดำ วิตามินผิวขาว เพราะเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มแอนตี้ออกซิแดนท์ มีคุณสมบัติในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำ ช่วยทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ สามารถละลายในน้ำได้ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดจึงมักมีวิตามินซีเป็นส่วนผสม เพื่อช่วยในการปรับสภาพผิวหน้าให้กระจ่างใส ลบเลือนจุดด่างดำ เราสามารถใช้วิตามินซี เพื่อช่วยในการทำให้ผิวใสไร้ริ้วรอย ทั้งในรูปแบบการทานและการทา แต่ถ้าอยากให้ได้ผลดีควรใช้ทั้งวิธีทานและวิธีทาควบคู่กันไป เพราะการทานวิตามินซีจะเป็นการช่วยส่งเสริมวิตามินอี ที่เป็นวิตามินอีกตัวที่สามารถช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้วิตามินอีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้ดียิ่งขึ้นวิตามินผิวขาว
วิตามินซีช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ วิตามินซีมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายดูดซึมกลูต้าไธโอนทั้งจากตามธรรมชาติและแบบทานเสริมเข้าไปได้ดียิ่งขึ้น และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำไมผลิตภัณฑ์เสริมกลูต้าต่างๆ จึงมักแนะนำให้ทานวิตามินซีควบคู่กันไปด้วย สำหรับในคนที่ขาดวิตามินซีมักมีใบหน้าที่หมองคล้ำไม่สดใส การที่เราทานวิตามินซีเพิ่มขึ้นตามที่ร่างกายต้องการ จึงช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้ แต่จะให้ได้ผลดีและมีผิวขาวได้ตามต้องการควรทานไปสักระยะหนึ่ง ผิวของคุณก็จะค่อยๆ ขาวขึ้นได้
วิตามินซีช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง เพราะวิตามินซีมีความสามารถในการช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ คลอลาเจนมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึงไร้ริ้วรอย ถ้าผิวขาดคอลลาเจนผิวพรรณจะเหี่ยวย่นเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นการทานวิตามินซีให้พอเพียงต่อความต้องการของร่างกายจะสามารถช่วยให้เราดูแลรักษาชั้นคอลลาเจนให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราทานคอลลาเจนควบคู่กับการทานวิตามินซี ร่างกายก็จะสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยทำให้ผิวพรรณกระชับแต่งตึงมากขึ้นอีกด้วย วิตามินผิวขาว.