รอยแตกลาย รอยแตกลายคืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์

รอยแตกลาย รอยแตกลายคืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ ก็จะบอกตรงกันค่ะ ว่ารอยแตกลายนี่เป็นแผลอย่างนึงที่เกิดในชั้นหนังแท้ (mid dermal layer) โดยที่มีความผิดปกติมาตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าที่ฝ่อบางลงค่ะรอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย สาเหตุ
ถ้าสาเหตุจริงๆยังไม่ทราบ (เคยมีผู้อ่านต่อว่าเรื่องอื่นมาว่า ไม่รู้สาเหตุแล้วมาโพสท์ทำไม หมอก็ขอแจ้งให้ทราบว่าเรื่องทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนก็ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ นักวิจัยดังๆระดับโลกเค้ายังไม่ทราบเลย หมอก็คงตอบเหมือนเค้าค่ะว่าไม่ทราบ แต่ทางการแพทย์แม้ว่าเค้าไม่ทราบกัน เค้าก็มักจะมีการคาดคะเนสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ค่ะ แต่ไม่ใช่มั่วๆตอบไป มีการตัดชิ้นเนื้อจากที่เป็นรอยแตกพิสูจน์ด้วยค่ะ)
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย มักมี 3 เหตุผลนี้อยู่ด้วยกันค่ะ (ไม่ใช่อย่างใดอย่างนึงค่ะ) คือ
1.การยืดขยายของผิวหนัง ในคนตั้งครรภ์ ผนังหน้าท้องก็มีการขยายอย่างเร็ว (striae gravidarum ดูตามรูป 2) , ในคนที่อ้วน อาจจะเป็นเด็กก็ได้ก็เกิดรอยแตกขึ้น (striae distensae) นอกจากนี้ในผู้ชายที่เล่นกล้ามก็มีการขยายขนาดของกล้ามเนื้อ และผิวหนังก็ต้องมีการขยายไปด้วยและมีรอยแตกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและไหล่ ต้นแขน (striae distensae ดูตามรูป 3 )
2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงการเข้าสู่วัยสาว(รอยแตกมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าชาย) จริงๆในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเช่นสะโพกผายออก ก็มีรอยแตกบริเวณสะโพก ต้นขา,การตั้งครรภ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
3. พันธุกรรม เช่นคุณแม่ตอนตั้งท้องมีรอยแตกลาย ลูกเมื่อตั้งท้องก็มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้มาก เพราะโครงสร้างในผิวหนังมีความเสี่ยงกับการเกิดรอยแตก (อันนี้ไม่เสมอไปค่ะ พบความเกี่ยวโยงกันได้มาก แต่บางคนไม่เป็นตามนี้ก็ได้)
การเกิดรอยแตกลาย เกิดได้ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
– คนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนขึ้นเร็ว มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (ปรึกษาสูตินารีที่ฝากท้องด้วยนะคะ เรื่องว่าควรมีน้ำหนักเพิ่มอย่างไรเวลาตั้งครรภ์)
– คนเข้าสู่วัยสาว (ตามที่บอกไปแล้ว) , คนเพาะกายจนมีขนาดกล้ามเนื้อและผิวหนังที่ต้องยืดขยายตาม ,การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งแบบกินและทาเป็นเวลานาน (ถ้าท่านที่มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา ก็รบกวนถามคุณหมอที่ดูแลอยู่นะคะ ว่าจะให้ใช้ยาไปนานเท่าไหร่ โรคบางโรคจำเป็นคุณหมอก็พยาบยามปรับให้มีปัญหากับคนไข้น้อยสุด แต่โรคที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาก็ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ คุณหมอที่รักษาท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ อย่ามาถามหมอนะคะ ว่าจะหยุดยาอะไรทำนองนี้ ให้ถามคุณหมอที่รักษาค่ะ) กลุ่มพวกทายาผิวขาวตัวขาว แล้วแอบผสมสเตียรอยด์เมื่อใช้ไป 2-3 เดือน ก็เกิดรอยแตกขึ้นได้ (ดูรูป 8 ซึ่งเป็นรูปเด็กนักเรียนหญิงที่ทาครีมกลุ่มนี้ แล้วเป็นกันหลายคนตามข่าวเมื่อนานแล้วค่ะ)
– โรคบางชนิด (ขอไม่พูดถึง เพราะจะต้องอธิบายกันมึน คุณหมออายุรกรรมท่านดูแลเรื่องนั้นค่ะ)
ตำแหน่งที่พบรอยแตกได้ ถ้าเรียงจากบนลงล่าง ก็เช่นรอบๆรักแร้ ,ต้นแขน , ข้อพับด้านในของแขน , หน้าอก(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ,ท้อง, หลัง ,สะโพก,ต้นขา,เข่า,น่อง
ลักษณะการตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่เป็นรอยแตกมาย้อมสี ส่องกล้องจุลทรรศน์ หลักๆคือ elastin ซึ่งมีมากในชั้นหนังแท้ มีการเรียงตัวที่ผิดปกติไปจากเดิม คลอลาเจนผิดปกติ หนังกำพร้าฝ่อ (นึกๆแบบนี้แล้ว ก็คงนึกได้ว่า รอยแตกซึ่งเป็นการปริของผิวหนังลงไปในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง มีโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติไปมาก คงยากมากที่จะทาครีมแล้วเปลี่ยนแปลงได้ ขนาดเลเซอร์ลงลึกยังยากเลย
ป้องกันยังไงไม่ให้เป็นรอยแตก ?
ถ้าตอบกันแบบตรงๆคือยากค่ะ อาจจะทำได้ข้อนึงคืออย่าอ้วนเร็ว ข้ออื่นๆที่เป็นเหตุที่น่าจะทำให้เกิด ไม่ว่าระดับฮอร์โมน ในเลือดหรือพันธุกรรม เราก็ป้องกันไม่ได้ค่ะ ส่วนครีมที่คนตั้งครรภ์ทาที่ท้องกันเวลาท้องโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีส่วนผสมของ oil หรือชุ่มชื้น ในงานวิจัยหลายๆอัน พบว่าช่วยได้น้อย แต่จะทาก็ไม่เป็นอันตรายค่ะ
การรักษา
ถ้าพูดแบบตรงๆ รอยแตกที่กว้างและยาวเช่นที่ท้องหรือสะโพก หมอยังไม่เคยเห็นว่าการรักษาใดๆก็ตามทำให้หายกลายเป็นผิวปกติ แบบดูไม่ออกว่าตรงนั้นมีรอยแตก ไม่เคยเจอค่ะ
ตอนที่รอยแตกยังเป็นเส้นสีแดงๆ (striae rubra) ถือกันว่าเป็นช่วงที่ดีในการรักษา (แต่ถ้าเกิดในสตรีตั้งท้องก็ต้องมีการคลอดบุตรให้เสร็จก่อนค่ะ ไม่ได้ยิงเลเซอร์ขณะที่มีเด็กในท้องค่ะ)
– ครีม หรือทา AHA peeling งานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ไม่ค่อยคิดว่าจะได้ผลนักค่ะ บ้างก็ว่าดูดีขึ้นจากการที่ทำให้ผิวรอบๆรอยแตกดูขาวกลมกลืนกับรอยแตกมากขึ้น ตัดชิ้นเนื้อไปส่องกล้องจุลทรรศน์ก็ไม่ได้ดีขึ้น
– เลเซอร์ มีหลายชนิดเลเซอร์มาก ส่วนใหญ่เมื่อรักษาไปหลายครั้ง ก็ดูกลมกลืนขึ้น รอยแตกเล็กลง แคบเข้า เนียนขึ้น แบบรูปที่ 10 ที่มีงานวิจัยทางการแพทย์ต่างประเทศแสดงให้เห็นผลหลังเลเซอร์หลายครั้ง
เลเซอร์แต่ละชนิด ก็มีงานวิจัยที่บอกว่าผลดีแตกต่างกันไป แต่ไม่เคยมีงานวิจัยไหนที่บอกได้ว่า เลเซอร์รักษาจนทำให้รอยแตกหายไปจนเหมือนผิวปกติเปี๊ยบค่ะ สรุปว่าทำให้ดีขึ้น แต่รักษาจนเป็นเหมือนผิวปกติไม่ได้
ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นข้อมูลที่เป็นความจริง มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ แม้ว่ารอยแตกลายจะเป็นปัญหาที่พบกันได้มาก แต่การรักษาให้หายสนิทยังไม่มี โดยที่เลเซอร์ถือว่าได้ผลมากในระดับนึงแล้ว ความคาดหวังก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้านึกถึงไปในผิวหนัง รอยแตกซึ่งเป็นการปริ ฉีกของหนังแท้ ก็ยากที่จะซ่อมจนเหมือนปกติได้ ที่คลินิคหมอไม่ได้ทำเพราะหมอไม่ชอบมีปัญหากับความคาดหวังนี่ล่ะค่ะ เลเซอร์ก็ต้องทำหลายครั้ง ทุกๆครั้งก็ต้องมีรายจ่าย เคสก็กลุ้มใจว่าเมื่อไหร่จะหาย หมอที่รักษาก็กลุ้มใจเหมือนกันนะคะ ถ้าพูดตรงๆคือไม่หายจนมองไม่เห็น ยิ่งลองบีบเนื้อแบบรูป 9 ยิ่งเห็นใหญ่ ตัดชิ้นเนื้อที่รักษาด้วยเลเซอร์ก็ดีขึ้น แต่ไม่เคยกลับไปเหมือนปกติค่ะ
รอยแตกลาย.

กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้า

กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้า หรือบริเวณอื่นๆ และกำลังมองหาวิธีรักษาฝ้า ขอแนะนำวิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณช่วยในการป้องกัน ยับยั้ง ฟื้นฟูและปรับสภาพเซลล์ผิวหนัง มาประยุกต์ใช้ในการรักษาฝ้าด้วยวิธีต่างๆเช่น ขัด ทา ถู พอกบนผิวหนัง ซึ่งวิธีการรักษาฝ้าแบบนี้จะปราศจากการใช้สารเคมี สารปรอท สิ่งเจือปนและเครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง นอกจากนี้แล้วยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษาอีกด้วย เนื่องจากวัตถุดิบที่นำมารักษานั้นหาได้ง่ายภายในครัวเรือน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ มีอะไรบ้าง ?

มะขามเปียก
มะขามเปียกมีสรรพคุณช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีเช่นกัน สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยมะขามเปียกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบางๆให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ดีเยี่ยม ทำเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า รอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้แล้วหากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้เช่นกัน

หัวไชเท้ากระ ฝ้า
หัวไชเท้านอกจากใช้ทำอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้าก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) แล้วนำมาพอกไว้ให้ทั่วใบหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

หอมแดง
หอมแดงเป็นพืชผักคู่ครัวไทยอีกชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันมานาน มีสรรพคุณมากมาย ในทางยาหอมแดงช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สาเหตุที่หอมแดงมีส่วนช่วยในการรักษาฝ้าและรอยดำต่างๆ ก็เป็นเพราะในหอมแดง ประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย ที่มีสารไดอัลลิน ไตรซัลไฟ กลูโคคินิน (เช่นเดียวที่อยู่ในกระเทียม) ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยหอมแดงก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหอมแดงมาทุบหรือฝานให้เป็นแว่นบางๆ แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้ารอยดำจากสิว หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวัน เพียงไม่กี่สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ว่านหางจระเข้กระ ฝ้า
ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีกรดอ่อนๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือกออกให้เหลือแต่เนื้อสีขาวๆ จากนั้นนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวันประมาณ 2-3 สัปดาห์ ก็จะสังเกตุได้ว่ารอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ใบบัวบก
ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิวได้เป็นอย่างดี ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยใบบัวบกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบบัวบกมาตำหรือจะปั่นก็ได้ และผสมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้จากการปั่นมาพอกหน้าทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นอันเสร็จสิ้น ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับ วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากธรรมชาติล้วนๆไม่เป็นอันตราย ปลอดภัยจากสารเคมี หากใครที่สนใจก็ลองนำไปประยุกต์ใช้กันได้เลย
* หมายเหตุพืชสมุนไพรบางชนิดอาจจะมีส่วนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่น ยาง, เศษดินที่ปะปนติดมากับพืชสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชคลุมดิน อย่างเช่น ใบบัวบก, ว่านหางจระเข้ ดังนั้นจึงควรนำพืชสมุนไพรมาล้างทำความสะอาดก่อนการใช้งานทุกครั้ง กระ ฝ้า.

ครีมรักษาสิว สำหรับสาวๆ ทั่วไปสิวมีหลายชนิดแต่สิวที่เราจะพบเจอบ่อยๆ

ครีมรักษาสิว สำหรับสาวๆ ทั่วไปสิวมีหลายชนิดแต่สิวที่เราจะพบเจอบ่อยๆ และมันพร้อมที่จะผุดขึ้นมาทักทายบนใบหน้าของเราได้ทุกเมื่อนั่นก็คือ สิวผด เป็นตุ่มเล็กๆ มองไม่เห็นในช่วงเช้า แต่ช่วงบ่ายจะพบว่า มีตุ่มผดโผล่ขึ้นมา และ สิวอุดตัน ซึ่งเกิดจาก การอุดตันของต่อมไขมัน นั่นเอง ครีมรักษาสิว.

ครีมรักษาสิว

ครีมรักษาสิว เมื่อสิวตุ่มเล็กๆสร้างความรำคาญใจให้แก่สาวๆ วันนี้ดิฉันมี 4 วิธีการรักษาสิวแบบธรรมชาติใกล้ตัว และใกล้ครัว มารับมือกับเจ้า สิวผด สิวอุดตัน เหล่านี้ค่ะ

วิธีรักษา สิวผด สิวอุดตัน แบบธรรมชาติ

ไข่ขาวรักษาสิว

ไข่ขาว

ไข่ เป็นวัตถุดิบที่มีประจำตู้เย็นแทบจะทุกบ้าน เพราะเมนูไข่ถือว่าเป็น เมนูประจำชาติ ได้เลยทีเดียว อีกหนึ่งคุณประโยชน์ของไข่ที่สาวๆ หลายคนอาจยังไม่ทราบนั่นคือ

ไข่ขาว สามารถพิชิต สิวผด สิวอุดตัน ได้เป็นอย่างดี และวิธีก็ง่ายแสนง่าย แค่ล้างหน้าให้สะอาดแล้วพอกด้วยไข่ขาว ทิ้งไว้ 10 -20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดครีมรักษาสิว

ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ แล้วบอกลากับบรรดาสิวๆได้เลยค่ะ

หมายเหตุ: ช่วงแรกในการบอกหน้าสาวบางคน อาจพบปัญหาสิวเห่อ เพราะเป็นช่วงที่มีการขับสารพิษออกมา ให้อดทนทำต่ออีก 2-3 วันนะคะ

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ คล้ายกับยาปฏิชีวนะอ่อนๆ ดังนั้น การนำน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ มาพอกหน้า 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำอุ่น

จะทำให้ผิวสะอาด ลดการเกิด สิวผด สิวอุดตัน ได้ เนื่องจาก น้ำผึ้ง จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุการเกิดสิว

น้ำมะนาวครีมรักษาสิว

น้ำมะนาว อุดมไปด้วย กรดผลไม้ หรือ AHA (Alpha Hydroxy Acids) ซึ่งจะเร่งให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

วิธีการใช้ ก็แค่บีบน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย เพื่อเจือจาง ไม่ให้น้ำมะนาวเข้มข้นมากเกินไป

แล้วทาไปบริเวณที่เกิดสิวทิ้งไว้ 10-20 นาทีแล้วล้างออก หรือบางสูตรอาจนำ น้ำมะนาวผสมผงยาสีฟันสมัยโบราณ แล้วพอกหน้า 10-15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดก็ได้

รับรองเจ้า สิวผด สิวอุดตัน หายเกลี้ยงเลยค่ะ

มะนาวรักษาสิว

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ มีสารสำคัญที่ดีต่อผิวพรรณมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไลโคปีน แคโรทีนอยด์ เบต้าแคโรทีน กรดอะมิโน วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะ วิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ

สามารถรักษา สิวผด สิวอุดตัน ได้ แค่ทำการหั่นมะเขือเทศเป็นแว่นๆ หรือบดให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์

พบวิธีรักษา สิวผด สิวอุดตัน ง่ายๆ และปลอดภัยจากธรรมชาติ แล้วอย่าลืมไปลองทำดูนะคะสาวๆ แต่อย่างไรก็ตาม

ป้องกันดีกว่าแก้ไข แค่ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลผิวหน้าให้สะอาด แค่นี้ก็ลดการเกิดสิวผด สิวอุดตัน ได้แล้วค่ะ ครีมรักษาสิว.

ลดความอ้วนผู้ชาย ปัจจุบันที่ทุกอย่างเร่งรีบสภาพการจราจรติดขัด

ลดความอ้วนผู้ชาย ปัจจุบันที่ทุกอย่างเร่งรีบสภาพการจราจรติดขัด ผู้คนส่วนใหญ่จะหาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกายลดพุง แค่วิธีการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อยังเป็นเรื่องยุ่งยาก เนื่องด้วยฝากท้องไว้กับร้านอาหารข้างทางซะส่วนใหญ่ จึงสามารถสรุปได้ว่า ปัญหาเรื่อง “พุง” เกิดง่ายแต่แก้ยากในภาวะการณ์ปัจจุบัน ลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

ลดความอ้วนผู้ชาย แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออก วันนี้เรามี วิธีการลดพุงผู้ชาย และ วิธีการลดพุงผู้หญิง มาแนะนำ โดยไม่ต้องไปออกกำลังกายหนัก ๆ ไม่ต้องลดอาหาร เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง

1. เปลี่ยนความเชื่อผิด ๆ โดยหลายคนมักบอกว่า “อย่าพยายามเปลี่ยนขนาดของเสื้อผ้า” กล่าวคือ ถ้าอ้วนก็ให้ทนใส่เสื้อผ้าคับ ๆ ต่อไปเพื่อเป็นการเตือนตัวเองว่า “เธออ้วนนะ” ทราบหรือไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหา รวมทั้งไขมันในส่วนที่โดยรัดก็ไม่ได้สลายหายไป แต่เปลี่ยนจุดไปกระจายอยู่ในส่วนต่าง ๆของร่างกายแทน

และความเชื่อที่ผิดอีกอย่างคือ “ถ้าอยากลดพุง ต้องอดอาหาร” โดยร่างกายเราต้องมีสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะอื่นทุก ๆ วัน ดังนั้น การอดอาหารจะส่งผลให้ขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิด มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน รวมทั้ง เมื่อเรากินร่างกายก็เริ่มกักเก็บไขมันเช่นเดิม ก็ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใดลดความอ้วนผู้ชาย

2. ไม่นอนดึกและพักผ่อนให้เพียงพอ กล่าวคือพักผ่อนไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมง และนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ซึ่งการพักผ่อนในช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งจะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้

3. อย่าเครียด เพราะการเครียดจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งไขมันไปสะสมบริเวณหน้าท้อง ดังนั้นถ้าไม่อยากมีพุง อย่าเครียดลดความอ้วนผู้ชาย

4. การออกกำลังกายในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีการขยับร่างกายไปมา เพื่อให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง เช่น

แขม่วนหน้าท้อง เป็นการออกกำลังกายง่ายๆที่สามารถทำได้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องอีกด้วย โดยการหายใจเข้าแล้วแขม่วท้องเอาให้ได้มากที่สุด จากนั้นค่อยๆผ่อนลมหายใจออกจากท้องให้มากที่สุด ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การนั่งยกขา โดยการนั่งหลังตรงพิงกับเกาอี้ ค่อยๆยกขาขึ้นให้ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ประมาณ 2-5 นิ้ว ขณะที่ทำการยกขาให้ใช้แรงจากหน้าท้องส่วนล่าง โดยยกขาค้างเอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วสลับข้าง ให้ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การเดิน ในขณะที่การออกกำลังกายโดยการเดิน หน้าท้องของจะเกร็งโดยอัตโนมัติ ทำให้หน้าท้องกระชับ และยังช่วยลดต้นขาอีกด้วย

5. หากไม่สามารถ วิธีลดพุง ทำตามที่กล่าวมาได้ หรืออยากได้เครื่องมือที่ช่วยในการทุ่นแรงและทุ่นเวลาในการลดน้ำหนักหรือลดพุง ก็ให้มองหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักที่ช่วยเรื่องการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด เพราะเป็นอีกทางเลือกนึงที่ทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดพุงได้อยางรวดเร็ว แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติ เพราะจะปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว ลดความอ้วนผู้ชาย.

สิวอุดตัน เกิดขึ้นมาได้อย่างไรก่อนที่เราจะรู้ว่าสิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

สิวอุดตัน เกิดขึ้นมาได้อย่างไรก่อนที่เราจะรู้ว่าสิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เรามาดูกันก่อนว่ากายวิภาค (anatomy) ของต่อมขนและต่อมไขมันเป็นอย่างไรสิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน

รูขุมขนสิวอุดตัน
การวิภาคของรูขุมขน (ที่มา Wikipedia)
ปกติแล้วบริเวณผิวหนังจะมี ต่อมขน (hair follicle) ซึ่งเป็นแหล่งที่กำเนิดเส้นขน และใกล้ๆกับต่อมขนก็จะมีต่อมไขมัน (sebaceous gland) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตไขมัน (sebum) ออกมาผ่านทางท่อต่อมไขมัน (sebaceous duct) ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรูขุมขน และจะขับออกสู่ผิวหนังภายนอกต่อไปสิวอุดตัน

บริเวณที่มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมากได้แก่ บริเวณใบหน้า หนังศีรษะ ส่วนบนของหน้าอก และแผ่นหลัง ซึ่งเราจะสังเกตว่าสิวมักขึ้นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ และพบว่าต่อมไขมันที่บริเวณข้างต้นจะมีขนาดใหญ่ และสามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย

โดยทั่วไปเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะมีสิวเพิ่มขึ้น ก็เนื่องจากในช่วงวัยรุ่นจะมีการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแสดงออกของเพศชายเพิ่มขึ้น แม้ว่าฮอร์โมนนี้จะเกี่ยวกับเพศชายแต่เพศหญิงก็มีการสร้างฮอร์โมนชนิดนี้เช่นกัน

ฮอร์โมนแอนโดรเจนจะกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตของเซลล์ในท่อต่อมไขมันกลายเป็น ขี้ไคลของรูขุมขน และกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ล้วนก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ทั้งสิ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน

การล้างหน้าหรือสครับ (scrub) ผิวหน้ามากเกินไป จะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิด
ผิวหนังที่อับชื้นจากการใช้เครื่องสำอางประเภทให้ความชุ่มชื้น (moisturizer) หรืออากาศที่ร้อนชื้น
การบีบสิว การล้างหน้าที่รุนแรงเกินไป การใช้สารเคมีเพื่อลอกหน้าที่มีความรุนแรง และการรักษาด้วยเลเซอร์ อาจจะทำให้เกิดการแตกภายในรูขุมขน ซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันได้
เครื่องสำอางบางชนิดอาจอุดตันรูขุมขน รวมถึงผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีความมัน โดยสารบางตัว เช่น ไอโซโพรพิลไมริสเตต (isopropyl myristate) โพรพิลีนไกลคอล (propylene glycol) และสีในเครื่องสำอาง อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันได้ ดังนั้นเราจึงควรเลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน (noncomedogenic) หรืออาจเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (oil free) ก็ได้
เส้นขนหรือผมที่ไม่สามารถเจริญเติบโตพ้นผิวหนัง ก็ทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมถึงเกิดสิวอักเสบได้เช่นเดียวกัน
พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีสิวอุดตันมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
อาหารบางชนิด โดยพบว่าสารฮอร์โมนธรรมชาติที่พบในนมจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนได้ ส่วนอาหารที่มีน้ำตาลสูงก็สัมพันธ์กับการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) และฮอร์โมนแอนโดรเจน
เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ้นมากขึ้น โดยเกิดจากฤทธิ์ของฮอร์โมน 5-เทสโทสเตอโรน (5-testosterone) หรือฮอร์โมนดีเอชที (DHT) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย
มีการลดลงของสารไลโนเลเอท (linoleate) ซึ่งเป็นเกลือของกรดไขมันในซีบัม (sebum) หรือไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน
มีการหลั่งสารก่อการอักเสบจากเซลล์ที่อยู่บริเวณต่อมขน ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
สิวอุดตันอาจจะเกิดจากกรดไขมันอิสระ (free fatty acid) ที่ถูกสร้างมาจากแบคทีเรียบนผิวหน้า สิวอุดตัน.

ลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน

ลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน  วิธีออกกำลังกายเพื่อควบคุมและลดน้ำหนัก การออกกำลังกายนอกจากจะต้องคำนึงถึงรูปแบบโปรแกรมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลแล้ว ควรกำหนดโปรแกรมที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องตลอดไปด้วย เท่าที่พบมาประมาณครึ่งหนึ่งของคนที่บริหารร่างกายเพื่อการลดน้ำหนัก มักจะเลิกออกกำลังกายกลางคันในเวลาสั้นๆ ทำให้การออกกำลังกายไม่ได้ผลอย่างที่ควรเป็น ดังนั้นใครที่กำลังจะเริ่มต้นออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ผมมีวิธีมาแนะนำดังต่อไปนี้ครับ ลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน .

ลดความอ้วน 1 เดือน

ลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน

– ค่อยๆ เริ่มช้าๆ ดูระดับความแข็งแรงและความสามารถของตนเอง อย่าใจร้อนออกกำลังกายหักโหม เพราะอาจได้รับบาดเจ็บและผลที่ได้อาจไม่เป็นไปอย่างที่คิด ทำให้ท้อแท้จนถึงกับเลิกออกกำลังกายไปเลย ถ้าเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมากๆ ควรเริ่มด้วยการออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เป็นต้นลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน

– ตั้งเป้าหมาย เริ่มจากสั้นๆ ก่อนถ้าทำได้แล้วค่อยๆ เพิ่มเป้าหมายให้ยาวขึ้นหรือหนักขึ้น เช่น ตั้งใจว่าจะเดินออกกำลังกายให้ได้ 25 นาทีในช่วงเดือนแรกและลดน้ำหนักให้ได้ 2-4 กิโลกรัม หลังจากนั้นเข้าร่วมออกกำลังกายในคลาส
ปั่นจักรยานให้ครบ 50 นาทีภายในเดือนที่ 3 และลดน้ำหนักลงให้ได้ 6-12 กิโลกรัม

– มีการบันทึกตารางการออกกำลังกาย เพื่อดูผลความก้าวหน้า ให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจ
ในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องต่อไปลดความอ้วน 1 เดือน

– ควรจัดตารางเวลาของการออกกำลังกาย ไว้ในชีวิตประจำวันให้ได้ คุณสามารถเลือกทำกิจกรรม 2 อย่างพร้อมกันในเวลาเดียว เช่น วิ่งบนลู่วิ่งในเวลาที่ต้องดูข่าวทีวี เป็นต้น

– เลือกสถานที่ออกกำลังกายที่สะดวกต่อการเดินทาง

– ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ คือ ควรหากิจกรรมออกกำลังกายที่คุณจะรู้สึกชอบและสนุกไปกับมัน เพื่อที่จะปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องและตลอดไปครับลดความอ้วน 1 เดือน การเลือกรับประทานน้ำผลไม้ลดความอ้วน .

วิธีกินวิตามินซี นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ปลอดภัย

วิธีกินวิตามินซี  นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงจากการเกิดโรคภัยต่างๆแล้ว วิตามินซี ยังเป็นหนึ่งใน วิธีผิวใส อย่างง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเมื่อทำการทานวิตามินซีแล้ว จะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดีอย่างรอบด้าน ดังต่อไปนี้ วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี

1.ช่วยในการป้องกัน และบำรุงผิวพรรณให้ขาว สดใส เรียบเนียน ชวนสัมผัสวิธีกินวิตามินซี

2.ช่วยในการต่อต้าน และกำจัดอนุมูลอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากความชราของผิว

3.ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดดวิธีกินวิตามินซี

4.ช่วยกระตุ้นการสร้าง รักษาและปรับสภาพระดับคอลลาเจนที่ผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น ลดรอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาให้น้อยลง

5.ช่วยลดการทำงานของเอนไซต์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ส่งผลให้ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติวิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไร

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไร นั้นยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ แต่ก็มีจุดสำคัญ ๆ พอที่จะนำมาสรุปได้ดังนี้ วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

1. วิตามินซี ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคหวัด เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ฤทธิ์ของเชื้อไวรัสเหล่านั้นอ่อนแอลงวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

2. วิตามินซี มีส่วนสัมพันธ์กับการสังเคราะห์โปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย คือ คอลลาเจน ( ลักษณะคล้ายวัสดุซีเมนต์ ) ซึ่งมีปริมาณประมาณ 30 % ของปริมาณของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายหน้าที่ของคอลลาเจน คือ สารคล้ายกาวที่ยึดเซลล์ไว้ด้วยกัน วิตามินซี นอกจากออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสแล้ว ยังออกฤทธิ์บางส่วนในการเสริมความแข็งแรงโดยสารซีเมนต์นั้นต่อระบบชีวภาพของร่างกายด้วย ด้วยเหตุนี้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ จะถูกปิดกั้น และลดโอกาสการบุกทะลวงของเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ได้ ด้วยผลดังกล่าวเมื่อเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่ระบบชีวภาพจึงถูกควบคุมให้อยู่กับที่โดยเฉพาะไม่เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสได้แผลงฤทธิ์ต่อไปได้ ส่วนทางด้านตัวผู้ป่าวยจะเกิดอาการหวัดเพียงเล็กน้อยหรือไม่เกิดอาการขึ้นเลย ถึงแม้อาการบางอย่างจะปรากฏขึ้นก็เกิดขึ้นอย่างเบาบางและปราบสิ้นไปซึ่งระยะเวลาอันสั้น ถ้าเชื้อไวรัสหวัดสามารถบุกทะลวงเข้าสู่ร่างกายได้ มันจะทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือไข้ ท้องเสีย และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อต่าง ๆ วิตามินซี ก็จะช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายไปให้กลับดีดังเดิม ( ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสหวัด ) ได้ในระยะฟักพื้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

3. การบริโภควิตามินซี ในขนาดสูง ๆ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งแก่กลไกป้องกันทางชีววิทยา สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญในการป้องการโรคสำหรับร่างกาย ถ้าหากเราสมมุตว่าเชื้อโรคเป็นเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเป็นข้าศึกศัตรู อำนาจป้องกันร่วมกันเพื่อต่อสู้ข้าศึกศัตรูก็คือ กลไกป้องกันทางชีววิทยานั่นเอง และพลังอำนาจในการป้องกันนี้เพิ่มสูงขึ้นได้ ก็โดยการบริโภควิตามินซี เพราะฉะนั้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้บริโภควิตามินซี ในประมาณมาก ๆ กลไกในการป้องกันโรคจะเพิ่มมากขึ้้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยังช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันทางชีววิทยาและกระตุ้นการผลิตแอนตี้บอดี้ ( ภูมิคุ้มกันโรค ) ด้วย ซึ่งได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในสัตว์พบว่าวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคอย่างแน่นอน

4. วิตามินซี ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตสารอินเตอร์เฟอรอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของเซลล์ต่อเชื้อไวรัสมากขึ้น อินเตอร์เฟอรอนในปัจจุบันเป็นสารสำคัญยิ่งทางด้านการแพทย์ปัจจุบัน เพราะจะออกฤทธิ์โดยตรงต้านโรคมะเร็งและโรคไวรัสตับอักเสบ การผลิตอินเตอร์เฟอรอนนั้น จะเพิ่มประมาณขึ้นโดยฤทธิ์ของวิตามินซี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในการยอมรับที่ว่าวิตามินซี สามารถป้องกันโรคมะเร็งและโรคที่รักษาหายยากได้

อินเตอร์เฟอรอน หรือ “ปัจจัยในการกดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส” สารนี้จะออกฤทธิ์ทำลายโรคติดเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้สารนี้ยังป้องกันการแพร่พันธุ์ ของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและริคเกตเซียอีกด้วย กลไกของสารนี้ในการทำลายเชื้อไวรัสไม่ได้กระทำโดยตรงต่อเชื้อไวรัสแต่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่ถูกรุกรานด้วยเชื้อไวรัส โดยจะหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ฮูลาฮูลาฮูบ สนุกดีผอมด้วยนะ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ฮูลาฮูลาฮูบ สนุกดีผอมด้วยนะ นำเอาของเล่นสมัยเด็กมาเติมสีสัน และความสนุกสนานให้แก่การออกกำลังของคุณ แถมยังช่วยลดพุงได้ด้วยนะ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก อุปกรณ์ : เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรเลือกใช้ฮูลาฮูปที่หนักราว 3 ปอนด์ คุณอาจใช้ฮูลาฮูปแบบธรรมดาทั่วไปก็ได้ แต่อาจจะไม่เห็นผลในแง่การออกกำลังอย่างชัดเจน เท่ากับการใช้ห่วงที่หนักสักหน่อย

ระยะเวลา : 30-40 นาที

ขั้นตอนออกกำลังกายลดน้ำหนัก

1.ย่ำอยู่กับที่ 3 นาทีเพื่อวอร์มอัพ

2.คล้องห่วงเข้ากับสะโพก และหมุนไปมา 3-5 นาที

3.ยืนแยกขาให้กว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ออกด้านซ้ายเล็กน้อย จากนั้นวางห่วงบนพื้นข้างเท้าซ้าย จับส่วนบนของห่วงด้วยมือซ้าย ยกขาขวาขึ้นด้านข้างให้สูงระดับสะโพกหรือสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะเดียวกันกลิ้งห่วงออกให้ห่างตัว และยกแขนขวาขึ้นเหนือหัว ทำซ้ำ 12 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปอีกข้างหนึ่ง ทำซ้ำ 12 ครั้งเช่นกัน

4.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาทีออกกำลังกายลดน้ำหนัก

5.ยืนแยกขากว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า สองมือจับห่วงไว้หน้าตัวแบบเดียวกับจับพวงมาลัยรถ และยกเท้าขวาขึ้นทางด้านข้างสองครั้ง ขณะที่หมุนห่วงไปทางด้านขวา จากนั้น ยกขาซ้ายขึ้นทางด้านข้างสองครั้ง พร้อมกับหมุนห่วงไปทางซ้าย (ทั้งนี้นับเป็นหนึ่งครั้ง) ทำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง

6.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาที

7.ยืนแยกขากว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า ถือห่วงไว้ในมือแบบเดียวกับจับพวงมาลัยรถ หมุนตัวไปข้างซ้ายเล็กน้อย และเหยียดแขนขวาข้ามไปจับด้านซ้ายของห่วง ขณะที่ทำท่านี้เขย่งปลายเท้าขวาขึ้นด้วย ทำซ้ำอีกด้านหนึ่ง (ทั้งหมดนับเป็นหนึ่งครั้ง) ทำสองเซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง

8.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาที

9.นอนหงายบนพื้น ยกขาทำมุม 90 องศากับพื้น ถือห่วงไว้ในมือซ้าย และวางเท้าทั้งสองข้างแตะเบา ๆ ที่ด้านล่างของห่วง เหยียดแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับยกไหล่ขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย (พยายามอย่าให้บั้นเอวยกตามไปด้วย) และลดขาลงจนกระทั่งอยู่เหนือพื้นสองสามนิ้ว กลับสู่ท่าเริ่มต้นนับเป็นหนึ่งครั้ง ทำซ้ำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง โดยเปลี่ยนมาเป็นข้างขวาในเซ็ตที่สอง

10.คูลดาวน์ด้วยการย่ำอยู่กับที่ 3 นาที (อย่าลืมยืดเส้นสายปิดท้ายสักหน่อยด้วย)ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว ไขข้อข้องใจว่าการรับประทานวิตามินบำรุงผิวกระจ่างใส

วิตามินผิวขาว ไขข้อข้องใจว่าการรับประทานวิตามินบำรุงผิวกระจ่างใส ซึ่งเป็นอีกวิธีที่นิยมกันมากนั้นได้ผลจริงหรือไม่ จะช่วยให้คุณขาวอย่างเป็นธรรมชาติจากข้างในได้อย่างไร และมีวิตามินอะไรบ้างที่จะช่วยให้ผิวสวยแป๊ะ ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย วิตามินผิวขาว.
วิตามินผิวขาว
วิตามินผิวขาว กระจ่างใส
1.วิตามินซี (Vitamin C) ตัวแรกเป็นวิตามินที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงผิง กระจ่างใส เพราะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่น มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น จึงทำให้ผิวเต่งตึง แถมยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เพราะวิตามินซีช่วยให้ผิวมีกระบวนการซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้ดี โดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ ช่วยทำให้จุดดำจุดแดง หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหายได้เร็ว ใบหน้าที่หมองคล้ำ จึงกลับมาสดใสมากขึ้น
2.วิตามินรวม จะประกอบด้วยวิตามินตั้งแต่เอถึงซี (A-Z) เลยทีเดียว ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ทำงานหนักมากจนไม่ค่อยมีเวลารับประทานอาหาร โดยเฉพาะให้ได้ครบทั้ง 5 หมู่ หรือไม่ค่อยได้รับประทานผักผลไม้สดๆ การรับประทาน วิตามินรวมเสริม ก็จัดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวม และช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้นวิตามินผิวขาว
3.น้ำมันปลา (Fish oil) ช่วยต่อต้านการอักเสบในร่างกาย เล่ากันไว้ว่า การแก่นั้นเกิดจากการอักเสบระดับเซลล์ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้น การรับประทานน้ำมันปลา ซึ่งมาการ อีพีเอ (EPA) และดีเอชเอ (DHA) สูง จะช่วยลดการอักเสบและอีกทั้งชะลอความชราได้ ทำให้สุขภาพผิวดี ขาวขึ้นได้อย่างใจหมาย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย เช่น ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด เป็นต้นวิตามินผิวขาว
4.แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารในกลุ่มแซนโทรฟิลล์ / ตระกูลแคโรทีนอยด์ (Xanthophyll group / Carotenoid family) พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เป็นสารสีแดงที่พบในปลาแซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ เปลือกกุ้งปู และ Microalgae Haematococcus Pluvialis ร่างกายไม่สามารถสร้างสารชนิดนี้ขึ้นเองได้ เราจะได้รับสารชนิดนี้จากอาหารที่รับประทานเข้าไป ในปริมาณที่น้อยมาก เช่น ปลาแซลมอน 200 กรัม จะมีแอสตาแซนธิน เพียง 1 มิลลิกรัม อย่างไรก็ดี แอสตาแซนธินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงเหมาะสมในการใช้บำรุงผิว กระจ่างใสเป็นอย่างยิ่ง
5.โคเอนไซม์คิวเทน ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายแขนง มีส่วนช่วยในการชะลอริ้วรอยบนใยหน้าได้ด้วย โดยเฉพาะโคเอนไซม์คิวเท็น ซึ่งเป็นโคแฟกเตอร์ที่ช่วยทำให้ผิวไม่ถูกอนุมูลอิสระจากแสงยูวีทำร้าย และเบต้าแคโรทีน ซึ่งเปรียบเสมือนสารกันแดดจากภายใน ทั้งนี้ ควรเลือกรับประทานคิวเท็นในตอนเช้าหลังมื้ออาหารวิตามินผิวขาว.