ลดความอ้วน 1 เดือน การลดน้ำหนักแบบนักมวยจริง ๆ

ลดความอ้วน 1 เดือน การลดน้ำหนักแบบนักมวยจริง ๆ เป็นการลดน้ำหนักที่ต้องใช้วินัยและความพยายามอย่างมากลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 1 เดือน

ลดความอ้วน 1 เดือน ซึ่งการลดน้ำหนักแบบนักมวยนั้น บางอย่างอาจไม่ได้เหมาะกับคนทั่วไป เนื่องจากบางอย่างผิดหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา เช่น ออกกำลังกายอย่างหักโหม การใส่เสื้อลดน้ำหนักเพื่อรีดน้ำออกจากร่างกายซึ่งเป็นการทรมานร่างกาย หรือบางอย่างก็ผิดหลักทางการแพทย์ เช่น การอดอาหารหรือลดการกินน้ำก่อนขึ้นชก 3-4 วัน โดยความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่จะกล่าวถึงในบทความนี้มาจากเจ้าของยิมมวยไทยแห่งหนึ่งลดความอ้วน1เดือน
นักมวยลดน้ำหนักกันครั้งละเท่าไหร่ ?
โดยปกติแล้วภายใน 1 เดือน นักมวยไทยจะต้องลดน้ำหนักให้ได้ประมาณ 8-10 กิโลกรัม หรือมากกว่า 15 กิโลกรัม ในกรณีที่นักมวยห่างหายจากเวทีไปนาน โดยน้ำหนักที่ต้องการลดจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวปัจจุบันกับน้ำหนักในพิกัดที่ต้องลดเพื่อขึ้นชก อย่างเช่นถ้าน้ำหนักปัจจุบันหนัก 60 กิโลกรัม ถ้าหัวหน้าค่ายสั่งให้ขึ้นชกในพิกัด 52 กิโลกรัม นักมวยก็ต้องลดน้ำหนักมาอยู่ในพิกัดที่หัวหน้าค่ายสั่งให้ได้

ทำไมต้องลดน้ำหนักเยอะขนาดนั้น ?ลดความอ้วน 1 เดือน
เพราะมวยเป็นกีฬาที่ต้องใช้น้ำหนักในการแบ่งรุ่น โดยปกติแล้วนักมวยจะมี “น้ำหนักธรรมชาติ” ที่ไม่ว่าจะซ้อมหนักแค่ไหนน้ำหนักก็จะลงมาอยู่ที่น้ำหนักธรรมชาตินี้ ซึ่งเจ้าของค่ายมวยต่างรู้ดีว่าถ้าอยากจะให้นักมวยได้เปรียบเรื่องรูปร่างจะต้องให้นักมวยลดน้ำหนักลงมาอีก 3 กิโลกรัม ทำให้เหมือนได้ชกกับนักมวยที่ตัวเล็กกว่า และสาเหตุหลักอีกอย่างก็คือ หัวหน้าค่ายเป็นคนสั่งให้ลดน้ำหนัก ถ้านักมวยไม่ลดน้ำหนักก็ไม่ได้ขึ้นชก ทำให้ไม่ได้เงินค่าตัว เพราะนักทุกคนจะได้รับค่าจ้างจากการขึ้นชกเท่านั้นไม่ใช่รับเงินค่าจ้างเป็นรายเดือนลดความอ้วน 1 เดือน.

วิธีกินวิตามินซี วิธีกินวิตามินซี ช่วยสร้างแอนติบอดี้

วิธีกินวิตามินซี วิธีกินวิตามินซี ช่วยสร้างแอนติบอดี้ซึ่งเป็นตัวสำคัญของ Immune System หรือภูมิชีวิตวิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี
วิธีกินวิตามินซี * เมื่อร่างกายเปลี่ยนไขมันที่สะสมไว้ให้เป็นน้ำตาลเพื่อสร้างพลังงาน วิตามินB5 จะเป็นตัวสำคัญในการเปลี่ยนไขมันเป็น น้ำตาล
* ช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซีวิธีกินวิตามินซี
* ช่วยให้ร่างกายหายจากการช็อคหลังการผ่าตัดใหญ่
* ช่วยให้อาการอ่อนเพลียหายเร็วขึ้น
ปริมาณที่แนะนำ
* ในรายที่ขาดวิตามิน B5 ควรกินเสริมวันละ 2 เม็ด เม็ดละ 100 mg

วิตามิน B Complex
ประโยชน์
* ช่วยในการย่อยหรือแตกตัวของคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นก ลูโคส ช่วยในการย่อยหรือแตกตัวของโปรตีนและ ไขมันวิธีกินวิตามินซี
* ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ตามปกติ
* ช่วยให้กล้ามเนื้อในกระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น
* ช่วยบำรุงผิวหนัง เส้นผม ตา ปาก และตับ วิธีกินวิตามินซี
* ในกลุ่มชีวจิตเราเชื่อว่าเมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป การดูดซึมของลำไส้จะทรุดโทรมลง ต้องแก้ไขด้วยการบริหารร่างกายและใช้วิตามินกลุ่ม B Complex
ปริมาณที่แนะนำวิธีกินวิตามินซี
* ตามปกติผู้ที่กินอาหารตามสูตรของชีวจิต จะได้รับวิตามิน 2 ชนิดนี้เพียงพอ
* ถ้าเป็นอาหาร วันหนึ่งๆ เรามีวิตามิน 2 ชนิดนี้รวมกันวันละ 300-400 mg ก็เพียงพอแล้วแต่ถ้าใช้เป็นยาต้องใช้ถึงวันละ 3,000-5,000 mgวิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี สามารถรับประทานเวลาใดก็ได้

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี สามารถรับประทานเวลาใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่แนะนำว่าอย่าทานตอนท้องว่าง ถ้าจะให้ดีควรทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารจะดีที่สุด เพราะอาหารจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีไปใช้ได้ และเป็นการป้องกันกระเพาะอาหารระคายเคืองด้วย เพราะวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดนั่นเองวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ทั้งนี้ เราอาจแบ่งรับประทานวิตามินซีตามมื้ออาหารก็ได้ เช่น วันละ 2 เวลาหลังอาหาร หรือ วันละ 3 เวลาหลังอาหาร จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ดีกว่าการรับประทานทั้งหมดในครั้งเดียวค่ะ
วิตามินซี กินมากไป ใช่ว่าดีวิตามินซียี่ห้อไหนดี

อาหารทุกอย่างทานน้อยไปก็ไม่ได้ ทานมากไปก็ไม่ดี รวมทั้งวิตามินซีด้วยค่ะ เพราะถ้าร่างกายได้รับน้อยเกินไปก็จะส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้เป็นหวัดง่าย เลือดออกตามไรฟัน ผิวพรรณดูไม่ผ่องใส เพราะวิตามินซีมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยชะลอความแก่ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย

แต่ถ้าทานมากเกินไป เช่น ทานเกิน 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน ๆ เข้า ก็อาจเกิดผลข้างเคียงอย่างเช่น ไม่สบายท้อง ปวดมวนท้อง ท้องเสียรุนแรง เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในไต แต่ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะอาการข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อยมาก เนื่องจากวิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ จึงขับออกทางปัสสาวะได้นั่นเอง ดังนั้นแล้วหากใครจำเป็นต้องทานวิตามินซีในปริมาณสูงกว่าที่กำหนด ก็ควรทานพร้อมหรือหลังอาหาร และดื่มน้ำตามมาก ๆ ด้วยค่ะวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซีเสริมเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วก็สู้วิตามินซีที่เราได้จากธรรมชาติไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นหมั่นทานผักผลไม้ให้มาก ๆ โดยเฉพาะฝรั่ง ส้ม มะละกอ มะนาว มะม่วง มะเขือเทศ มันฝรั่ง กีวี สตรอว์เบอร์รี ผักใบเขียว อาหารเหล่านี้เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินซีที่จะช่วยคุ้มกันร่างกายให้ปลอดและหายจากโรค โดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารเสริมมาทานเลยวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ออกกำลังกายในน้ำลดความอ้วนได้

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ออกกำลังกายในน้ำลดความอ้วนได้ ออกกำลังกายในน้ำลดความอ้วนได้วารีบำบัดหรือการออกกำลังายในน้ำนั่นเองค่ะ การออกกำลังกายในน้ำนี้จะสนุก ง่าย และช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงได้เหมือนกับออกกำลังกายบนบกทั้วๆ ไปค่ะ วิธีนี้นอกจากจะไม่รู้สึกเหนื่อยแล้ว ยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วยนะคะ ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำเป็นก็ทำได้ค่ะออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ก่อนอื่นต้องหาบริเวณของสระว่ายน้ำที่เราสามารถยืนถึงค่ะจากนั้นเริ่มต้นอุ่นเครื่องดังนี้ค่ะ

เอาน้ำลูบตัวสักหน่อยเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนลงน้ำ

เมื่อลงไปแช่น้ำแล้ว ออกเดินก้าวยาวๆ รอบๆ สระ 3-4 รอบ ต่อมาให้ก้าวสั้นลง แล้วเปลี่ยนมาเป็นวิ่งจากช้าๆ แล้วเร่งให้เร็วขึ้น ประมาณ 5 นาทีออกกำลังกายลดน้ำหนัก

เกาะขอบสระ กางแขนออก ตั้งลำตัวให้ขนานกับขอบสระแล้วยกลำตัวขึ้น เหยียดแขนให้ตรง แล้วปล่อยตัวลงไปยืนตามเดิม ทำซ้ำประมาณ 5 นาที
จากนั้นมาเริ่มต้นบริหารเพื่อลดไขมันได้เลยค่ะ

1. กระชับหน้าท้องออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ยืนเกาะขอบสระ แล้วดึงขาทั้งสองข้างให้เข่าชิดอก ปลายเท้าแตะขอบสระ เอามือข้างหนึ่งลงมาแตะที่ผนังสระเพื่อช่วยพยุงตัว แล้วปล่อยหัวเข่าลง เหยียดขาออกไปข้างหลังให้ตรง และขนานกับพื้นสระ อย่าให้หลังแอ่น โดยต้องเกร็งหน้าท้องเอาไว้ จากนั้นหดขาทำซ้ำเช่นนี้ประมาณ 2-3 นาที

2. ลดเอวออกกำลังกายลดน้ำหนัก

เกาะขอบสระ วางมือให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ยืนให้ขาทั้งสองข้างแนบชิดกัน จากนั้นยกขาทั้งสองข้างมาทางขวาให้ขนานขอบสระ โดยที่ขายังชิดกันอยู่ค่ะ แล้ววาดขาทั้งสองข้างด้วยแรงถีบจากปลายเท้าเบาๆ ไปข้างหลังให้วนมาตรกงกลางโดยใช้กล้ามเนื้อเอวบังคับ แล้วสลับมาเป็นข้างซ้ายบ้าง ทำซ้ำ 2-3 นาที

3. ลดกระชับสะโพก

จับขอบสระ ลอยตัวคว่ำยืดขาให้ตรง เตะขาสลับกันถี่ๆ ในน้ำ 1-2 นาทีออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว ประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อร่างกาย

วิตามินผิวขาว  ประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อร่างกายวิตามินผิวขาว .

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว  วิตามินซีช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น และช่วยป้องกันการติดเชื้อจากบาดแผล
วิตามินซีจะช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากผักที่เรารับประทานเข้าไป ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคโลหิตจางวิตามินผิวขาว
วิตามินซีจะช่วยให้ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง และทำให้ผิวหนังแข็งแรง
วิตามินซีจะช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทำให้เหงือกและฟันแข็งแรงวิตามินผิวขาว
บทบาทของวิตามินซีในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื้อที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ และเส้นเลือดให้แข็งแรง เส้นเลือดไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดี นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงทำให้ผิวขาวใสขึ้น และยังช่วยลดการเกิดริ้วรอย รอยด่างดำ ลดรอยสิว อื่น ๆ เป็นต้นได้เป็นอย่างดีวิตามินผิวขาว .

รอยแตกลาย รอยแตกลายคืออะไร

รอยแตกลาย รอยแตกลายคืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ก็จะบอกตรงกันค่ะ ว่ารอยแตกลายนี่เป็นแผลอย่างนึงที่เกิดในชั้นหนังแท้ (mid dermal layer) โดยที่มีความผิดปกติมาตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าที่ฝ่อบางลงค่ะรอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย สาเหตุ
ถ้าสาเหตุจริงๆยังไม่ทราบ (เคยมีผู้อ่านต่อว่าเรื่องอื่นมาว่า ไม่รู้สาเหตุแล้วมาโพสท์ทำไม หมอก็ขอแจ้งให้ทราบว่าเรื่องทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนก็ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ นักวิจัยดังๆระดับโลกเค้ายังไม่ทราบเลย หมอก็คงตอบเหมือนเค้าค่ะว่าไม่ทราบ แต่ทางการแพทย์แม้ว่าเค้าไม่ทราบกัน เค้าก็มักจะมีการคาดคะเนสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ค่ะ แต่ไม่ใช่มั่วๆตอบไป มีการตัดชิ้นเนื้อจากที่เป็นรอยแตกพิสูจน์ด้วยค่ะ)
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย มักมี 3 เหตุผลนี้อยู่ด้วยกันค่ะ (ไม่ใช่อย่างใดอย่างนึงค่ะ) คือ
1.การยืดขยายของผิวหนัง ในคนตั้งครรภ์ ผนังหน้าท้องก็มีการขยายอย่างเร็ว (striae gravidarum ดูตามรูป 2) , ในคนที่อ้วน อาจจะเป็นเด็กก็ได้ก็เกิดรอยแตกขึ้น (striae distensae) นอกจากนี้ในผู้ชายที่เล่นกล้ามก็มีการขยายขนาดของกล้ามเนื้อ และผิวหนังก็ต้องมีการขยายไปด้วยและมีรอยแตกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและไหล่ ต้นแขน (striae distensae ดูตามรูป 3 )
2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงการเข้าสู่วัยสาว(รอยแตกมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าชาย) จริงๆในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเช่นสะโพกผายออก ก็มีรอยแตกบริเวณสะโพก ต้นขา,การตั้งครรภ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
3. พันธุกรรม เช่นคุณแม่ตอนตั้งท้องมีรอยแตกลาย ลูกเมื่อตั้งท้องก็มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้มาก เพราะโครงสร้างในผิวหนังมีความเสี่ยงกับการเกิดรอยแตก (อันนี้ไม่เสมอไปค่ะ พบความเกี่ยวโยงกันได้มาก แต่บางคนไม่เป็นตามนี้ก็ได้)รอยแตกลาย
การเกิดรอยแตกลาย เกิดได้ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
– คนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนขึ้นเร็ว มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (ปรึกษาสูตินารีที่ฝากท้องด้วยนะคะ เรื่องว่าควรมีน้ำหนักเพิ่มอย่างไรเวลาตั้งครรภ์)
– คนเข้าสู่วัยสาว (ตามที่บอกไปแล้ว) , คนเพาะกายจนมีขนาดกล้ามเนื้อและผิวหนังที่ต้องยืดขยายตาม ,การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งแบบกินและทาเป็นเวลานาน (ถ้าท่านที่มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา ก็รบกวนถามคุณหมอที่ดูแลอยู่นะคะ ว่าจะให้ใช้ยาไปนานเท่าไหร่ โรคบางโรคจำเป็นคุณหมอก็พยาบยามปรับให้มีปัญหากับคนไข้น้อยสุด แต่โรคที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาก็ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ คุณหมอที่รักษาท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ อย่ามาถามหมอนะคะ ว่าจะหยุดยาอะไรทำนองนี้ ให้ถามคุณหมอที่รักษาค่ะ) กลุ่มพวกทายาผิวขาวตัวขาว แล้วแอบผสมสเตียรอยด์เมื่อใช้ไป 2-3 เดือน ก็เกิดรอยแตกขึ้นได้ (ดูรูป 8 ซึ่งเป็นรูปเด็กนักเรียนหญิงที่ทาครีมกลุ่มนี้ แล้วเป็นกันหลายคนตามข่าวเมื่อนานแล้วค่ะ)
– โรคบางชนิด (ขอไม่พูดถึง เพราะจะต้องอธิบายกันมึน คุณหมออายุรกรรมท่านดูแลเรื่องนั้นค่ะ)
ตำแหน่งที่พบรอยแตกได้ ถ้าเรียงจากบนลงล่าง ก็เช่นรอบๆรักแร้ ,ต้นแขน , ข้อพับด้านในของแขน , หน้าอก(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ,ท้อง, หลัง ,สะโพก,ต้นขา,เข่า,น่อง
ลักษณะการตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่เป็นรอยแตกมาย้อมสี ส่องกล้องจุลทรรศน์ หลักๆคือ elastin ซึ่งมีมากในชั้นหนังแท้ มีการเรียงตัวที่ผิดปกติไปจากเดิม คลอลาเจนผิดปกติ หนังกำพร้าฝ่อ (นึกๆแบบนี้แล้ว ก็คงนึกได้ว่า รอยแตกซึ่งเป็นการปริของผิวหนังลงไปในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง มีโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติไปมาก คงยากมากที่จะทาครีมแล้วเปลี่ยนแปลงได้ ขนาดเลเซอร์ลงลึกยังยากเลยรอยแตกลาย
ป้องกันยังไงไม่ให้เป็นรอยแตก ?
ถ้าตอบกันแบบตรงๆคือยากค่ะ อาจจะทำได้ข้อนึงคืออย่าอ้วนเร็ว ข้ออื่นๆที่เป็นเหตุที่น่าจะทำให้เกิด ไม่ว่าระดับฮอร์โมน ในเลือดหรือพันธุกรรม เราก็ป้องกันไม่ได้ค่ะ ส่วนครีมที่คนตั้งครรภ์ทาที่ท้องกันเวลาท้องโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีส่วนผสมของ oil หรือชุ่มชื้น ในงานวิจัยหลายๆอัน พบว่าช่วยได้น้อย แต่จะทาก็ไม่เป็นอันตรายค่ะ
การรักษา
ถ้าพูดแบบตรงๆ รอยแตกที่กว้างและยาวเช่นที่ท้องหรือสะโพก หมอยังไม่เคยเห็นว่าการรักษาใดๆก็ตามทำให้หายกลายเป็นผิวปกติ แบบดูไม่ออกว่าตรงนั้นมีรอยแตก ไม่เคยเจอค่ะ
ตอนที่รอยแตกยังเป็นเส้นสีแดงๆ (striae rubra) ถือกันว่าเป็นช่วงที่ดีในการรักษา (แต่ถ้าเกิดในสตรีตั้งท้องก็ต้องมีการคลอดบุตรให้เสร็จก่อนค่ะ ไม่ได้ยิงเลเซอร์ขณะที่มีเด็กในท้องค่ะ)
– ครีม หรือทา AHA peeling งานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ไม่ค่อยคิดว่าจะได้ผลนักค่ะ บ้างก็ว่าดูดีขึ้นจากการที่ทำให้ผิวรอบๆรอยแตกดูขาวกลมกลืนกับรอยแตกมากขึ้น ตัดชิ้นเนื้อไปส่องกล้องจุลทรรศน์ก็ไม่ได้ดีขึ้น
– เลเซอร์ มีหลายชนิดเลเซอร์มาก ส่วนใหญ่เมื่อรักษาไปหลายครั้ง ก็ดูกลมกลืนขึ้น รอยแตกเล็กลง แคบเข้า เนียนขึ้น แบบรูปที่ 10 ที่มีงานวิจัยทางการแพทย์ต่างประเทศแสดงให้เห็นผลหลังเลเซอร์หลายครั้งรอยแตกลาย
เลเซอร์แต่ละชนิด ก็มีงานวิจัยที่บอกว่าผลดีแตกต่างกันไป แต่ไม่เคยมีงานวิจัยไหนที่บอกได้ว่า เลเซอร์รักษาจนทำให้รอยแตกหายไปจนเหมือนผิวปกติเปี๊ยบค่ะ สรุปว่าทำให้ดีขึ้น แต่รักษาจนเป็นเหมือนผิวปกติไม่ได้
ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นข้อมูลที่เป็นความจริง มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ แม้ว่ารอยแตกลายจะเป็นปัญหาที่พบกันได้มาก แต่การรักษาให้หายสนิทยังไม่มี โดยที่เลเซอร์ถือว่าได้ผลมากในระดับนึงแล้ว ความคาดหวังก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้านึกถึงไปในผิวหนัง รอยแตกซึ่งเป็นการปริ ฉีกของหนังแท้ ก็ยากที่จะซ่อมจนเหมือนปกติได้ ที่คลินิคหมอไม่ได้ทำเพราะหมอไม่ชอบมีปัญหากับความคาดหวังนี่ล่ะค่ะ เลเซอร์ก็ต้องทำหลายครั้ง ทุกๆครั้งก็ต้องมีรายจ่าย เคสก็กลุ้มใจว่าเมื่อไหร่จะหาย หมอที่รักษาก็กลุ้มใจเหมือนกันนะคะ ถ้าพูดตรงๆคือไม่หายจนมองไม่เห็น ยิ่งลองบีบเนื้อแบบรูป 9 ยิ่งเห็นใหญ่ ตัดชิ้นเนื้อที่รักษาด้วยเลเซอร์ก็ดีขึ้น แต่ไม่เคยกลับไปเหมือนปกติค่ะรอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน รูขุมขนบนใบหน้า รูขุมขนกว้าง

กระชับรูขุมขน  รูขุมขนบนใบหน้า รูขุมขนกว้าง ปัญหาผิวพรรณที่ทำเอาสาวๆเครียดกันมาหลายคนแล้ว วันนี้เบ็ดเตล็ดไอเดียขอแนะนำวิธีแก้รูขุมขนบนใบหน้าแบบง่ายๆที่รับรองว่าเห็นผลดีและปลอดภัยมากๆเลยค่ะกระชับรูขุมขน .

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน  สำหรับวิธีกระชับรูขุมขนกว้างบนใบหน้าง่ายๆนั้น สาวๆสามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างด้วยสูตรกระชับรูขุมขนจากวิธีธรรมชาติดังต่อไปนี้ค่ะกระชับรูขุมขน
1. มะเขือเทศ หากพอกหน้าด้วยมะเขือเทศปั่นวันละ 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน สมานผิวหน้าให้เต่งตึง รักษาสิว และช่วยกระชับรูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัดอีกด้วยค่ะกระชับรูขุมขน

2. ประคบน้ำแข็ง เพียงแค่นำเอาก้อนน้ำแข็งสะอาดมาประคบบนใบหน้า หรือถ้าเย็นมากจนทนไม่ไหวก็ให้ใช้ผ้าบางๆ ห่อน้ำแข็งเอาไว้ ก่อนจะนำมาถูก็ได้ จากนั้นถูวนเบาๆและเน้นบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง ทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 15-30 วินาที ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

3. มะนาว เพียงแค่นำน้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับดินสอพองหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ช่วยลดปัญหารูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัด นอกจากนี้แล้วมะนาวยังช่วยให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อมๆกับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ช่วยให้รอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลงอีกด้วยค่ะ

4. น้ำผึ้ง อีกหนึ่งตัวช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยกระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลงอีกด้วย เพียงแค่นำน้ำผึ้งไปผสมกับโยเกิร์ต แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15 นาที หรือนำมานวดแบบเพียวๆก็ได้เช่นกันค่ะ

5. ใบบัวบก อีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยกระชับรูขุมขนที่ได้ผลดีไม่น้อยไปกว่าวิธีอื่นๆ เนื่องจากใบบัวบกมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายนั่นเอง สำหรับวิธีใช้ใบบัวบกลดรูขุมขนนั้น เพียงแค่นำใบบัวบกเอามาปั่นผสมกับน้ำเย็น แล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 -30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้รูขุมขนก็จะค่อยๆเล็กลงๆจนหายไปในที่สุดค่ะกระชับรูขุมขน

6. น้ำตาลทราย อีกหนึ่งตัวช่วยลดและกระชับรูขุมขนที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแค่นำเอาน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก แล้วนำไปทาบนใบหน้าแล้วก็ขัดเบาๆ โดยค่อยๆหมุนนิ้วเป็นแนววงกลม เน้นส่วนที่มีรูขุมขนกว้างและผิวมัน จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำที่เย็นจัด น้ำผึ้งนั้นมีสรรพคุณในการช่วยลดความมันบนใบหน้าและทำให้รูขุมขนเล็กลง

7. แตงกวา สูตรนี้อาจทำให้หลายๆคนประทับใจไม่น้อย เพียงแค่นำแตงกวามา 1 ลูก ฝานและบดขยี้จนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นให้นำมาผสมกับมะนาวสัก 2-3 หยด แล้วนำมามาร์คบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แตงกวานั้นมีสารทำให้เย็นจึงสามารถช่วยในการลดรูขุมขนกว้างให้กระชับได้ และมะนาวช่วยลดจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอบนใบหน้าได้อีกด้วยกระชับรูขุมขน .

ลดหน้าท้อง สาว ๆ คนไหนก็อยากมีหุ่นดี

ลดหน้าท้อง สาว ๆ คนไหนก็อยากมีหุ่นดี ที่สำคัญหน้าท้องต้องแบนราบ เพราะเวลาจะใส่ชุดไหน จะได้มั่นใจว่าสวยชัวร์ ๆ (ไม่มีห่วงยางน้อย ๆ โผล่ออกมาโดยไม่ได้รับเชิญ อิอิ) และหากคุณคือคนที่ต้องการลดขนาดรอบเอว และอยากมีหน้าท้องที่แบนราบ นี่คือทิปส์เด็ด ๆ ที่ awomensclub นำมาบอกต่อกันค่ะลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง 1.บอกลาอาหารจังก์ฟู้ดส์ เพราะอาหารจังก์ฟู้ดส์เหล่านี้ มักมีทั้งน้ำตาล และไขมันอิ่มตัวเป็นส่วนประกอบแทบทั้งนั้น

2.น้ำตาลคือจอมวายร้าย เพราะฉะนั้นเลือกทานอาหารประเภทซูการ์ฟรีซะ มันช่วยทำให้หน้าท้องของคุณลดลงได้ลดหน้าท้อง

3.หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งขัดขาว ขนมปังขัดขาว พาสต้า โดนัท เค้ก และบิสกิต เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้คุณอ้วนขึ้น แถมยังส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารด้วย และยังทำให้เกิดไขมันเก็บสะสมในร่างกายอีกต่างหากลดหน้าท้อง

4.อย่ากินขนมตอนกลางคืน นั่นก็เพราะการรับประทานขนมตอนกลางคืน จะทำให้คุณไม่สามารถเผาผลาญไขมันออกไปได้ เพราะช่วงกลางคืนเราทานแล้วก็นอน แทบไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรที่เผาผลาญพลังงานอีกแล้วนั่นเอง

5.เปิดไฟนอน เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้มีการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า การนอนหลับในห้องที่เปิดไฟ จะมีช่วยลดความอยากอาหารได้มากกว่านอนในสภาพบรรยากาศมืด ๆ ซึ่งแน่นอนว่า มันเกี่ยวข้องกับขนาด “พุง” ของคุณอย่างไม่ต้องสงสัย

6.ออกกำลังกายลดความอ้วน คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก กำจัดพุง ก็คือ การออกกำลังกายนี่เอง เพราะมันจะช่วยเผาผลาญไขมัน และน้ำหนักให้คุณได้

7.ดื่มชาเขียว วันละ 3-4 แก้ว เพราะมันจะช่วยให้การออกซิเดชั่นไขมันดีขึ้น เร่งอัตราการเผาผลาญในร่างกาย แถมยังสามารถลดคอเลสเตอรอลได้อีกต่างหากลดหน้าท้อง

8.เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำมะนาวอุ่น ๆ รับรองว่าเวิร์ก

9.อย่าปล่อยให้หิว เพราะหากยิ่งปล่อยให้หิว ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความอยากอาหารจะยิ่งหลั่งออกมา และหากคุณกินตามใจฮอร์โมน น้ำหนักเพิ่มขึ้นแน่นอน

10.ลดทานเค็ม นั่นก็เพราะการทานอาหารรสเค็มจัดเกินไปเป็นสาเหตุให้ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความอ้วน และน้ำหนักในเด็กผู้หญิงเปลี่ยนแปลงได้ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ วิธีปฏิบัติตัว เมื่อเป็นสิวมีดังนี้

สิวอักเสบ วิธีปฏิบัติตัว เมื่อเป็นสิวมีดังนี้สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะการแกะหรือบีบสิวจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น หรือหลุมสิวได้
ล้างหน้าให้สะอาด ในแต่ละวันเราจะต้องเจอ โดยเฉพาะวันที่มีเหงื่อมากๆ
ไม่เอามือไปจับหรือสัมผัสที่หัวสิว เพราะจะยิ่งทำให้สิวยิ่งอักเสบ
ไม่ขัดผิวหรือถูแรงๆ บริเวรณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและติดเชื้อได้
ไม่ใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ใส่ผมต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะเพิ่มความอักเสบให้เพิ่มขึ้นไปอีกสิวอักเสบ
หากว่า เราสามารถปฏิบัติและดูแลได้อย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็จะช่วยทำให้รักษาสิวได้ง่ายขึ้น และเวลาที่สิวหายก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ให้เราดูต่างหน้า ไม่ว่าจะเป็น รอยแผลเป็น หรือว่าจุดด่างดำก็ตาม

ป้องกันสิวอย่างไรดีสิวอักเสบ
แน่หละว่า คงไม่มีใครปลาบปลื้มเวลาที่มีสิวอยู่บนหน้าเพราะ มันทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาเสียเฉยๆ แต่เราก็สามารถดูแลรักษาตัวของเราเองให้ปราศจากสิว โดยสามารถทำได้ง่าย ดังต่อไปนี้
ควบคุมความมันบนใบหน้า หากว่า บนหน้าของเรามีน้ำมันส่วนเกินมาก โอกาสที่ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจะมาติดก็มากตาม และก็จะทำให้รูขุมขนอุดตันเกิดเป็นสิวได้
รักษาความสะอาดของผิวหน้า โดยล้างหน้าให้สะอาด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกมาอุดตัน
ไม่ไว้ผมละหน้าผาก หรือหน้าม้า และควรดูแลทำความสะอาดผมให้สะอาด เพราะความสกปรกจากเส้นผมก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นสิวสิวอักเสบ
สำหรับคนที่มีผิวมันอยู่แล้ว ไม่ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือมอยส์เจอไรเซอร์ เพราะว่าจะทำให้มีโอกาสเป็นสิวมากขึ้น
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็จะเป็นการรักษาความสะอาดของใบหน้าทั่วไป รวมไปถึงการรับประทานอาหารไม่ให้เลอะติดปาก เพราะเศษอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีสิวบริเวณรอบปากนั่นเองสิวอักเสบ.

วิตามินซี เอาใจคนรักสวยรักงามอีกครั้งค่ะ

วิตามินซี เอาใจคนรักสวยรักงามอีกครั้งค่ะ สำหรับใครที่ใส่ใจเรื่องการบำรุงผิวพรรณเป็นพิเศษ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ล้วนช่วยให้คุณมีผิวพรรณที่ดีได้ แต่ในยุคสมัยที่เร่งด่วนแบบนี้ การเลือกสรรอาหารดีๆ หรือพักผ่อนให้เพียงพอ อาจเป็นเรื่องยาก การทาโลชั่นที่ผสมวิตามินบำรุงผิว หรือทานอาหารเสริม สามารถเข้ามามาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้ได้ เพื่อไม่ให้ผิวพรรณของเราแย่ไปกว่าเดิม เรารวม 6 วิตามินที่นิยมใช้ในการบำรุงผิว ทำให้เราผิวสวย ผิวดี ขาวอมชมพูได้ไม่ยาก มีอะไรบ้างนะวิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี 1. วิตามิน C

มีคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดริ้วรอย วิตามินซีในปริมาณมากพอจะกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูสดใสอ่อนเยาว์ และยังช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง โดยการเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้แผลหายเร็ว ลดการอักเสบ นอกจากนี้ ยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ทำให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และรอยสิวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญช่วยปกป้องผิวจากยูวีด้วยค่ะ แต่เนื่องจากเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำได้ ร่างกายจึงไม่สามารถสะสมวิตามินนี้ไว้ได้นาน เราจึงต้องเติมวิตามินซี เข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ

2. วิตามิน Eวิตามินซี

มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวมากมาย ทั้งเป็นสารบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบของสิว และปกป้องผิวจากรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตอีกด้วย โดยมากวิตามิน E จะถูกใช้ในการป้องกันและรักษาผิวพรรณ เพราะช่วยลดอัตราการทำลายผิวจากแสงแดดที่ทำให้เกิดรอยแดง ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง ช่วยชะลอการเหี่ยวย่น ลดริ้วรอย และสมานรอยแตกลายบนผิว

3. วิตามินบีรวมวิตามินซี

เป็นกลุ่มวิตามิน ประกอบได้ด้วย วิตามิน B1 B2 ไนอะซีน แพนโทธีนิกแอซิด B6 B12 โฟลิกแอซิด ไอโอซิทอล และโคลีน วิตามินบีรวม ช่วยบำรุงผิวให้สดชื่น สดใส เปล่งปลั่ง แต่ต้องระวังอย่าทานก่อนนอนนะคะ เพราะวิตามินบีรวมจะทำให้เราตื่นตัว จนคุณอาจกลายเป็นนกฮูกทั้งคืนได้
4. L – Glutathione

แอล – กลูต้าไธโอน เป็นสารต้านอนูมูลอิสระที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และขับสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งทำให้ผิวใสขึ้น ทั้งนี้ กลูต้าไธโอนมีผลข้างเคียงทำให้เม็ดสีผิวเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว ทำให้คนนิยมนำมาทำให้ผิวขาว แต่เพราะเกิดจากผลข้างเคียงของยา จึงไม่ผ่านการรับรองข้อบ่งใช้สำหรับทำให้ผิวขาว กลูต้าไธโอนมีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซ้อมมือ สตรอเบอร์รี่ องุ่น อะโวคาโด หน่อไม้ฝรั่ง เนื้อปลา และเนื้อแดง อย่างเนื้อหมูและเนื้อวัว

5. Co – enzyme Q10วิตามินซี

โคเอ็นไซม์ คิวเท็น มีบทบาทในการบำรุงผิวพรรณในเรื่องของการชะลอการแก่ก่อนวัย ป้องกันริ้วรอย และช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ที่สำคัญโคเอ็นไซม์ คิวเท็น ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน จึงลดความเสื่อมของเซลล์ และกำจัดของเสียออกจากเซลล์ ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นด้วย

6. Zinc หรือ สังกะสี

สังกะสีช่วยรักษาบาดแผลในร่างกาย ควบคุมฮอร์โมน และควบคุมอาการผิดปกติของผิว จึงทำให้การเกิดสิวลดลง จึงนิยมนำมาเพิ่มในอาหารเสริมเพื่อบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใสวิตามินซี.