วิตามินผิวขาว แน่นอนว่าจะต้องมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมหาศาล

วิตามินผิวขาว แน่นอนว่าจะต้องมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมหาศาล เพราะไม่ว่า วิตามินซี จะถูกสกัดออกมาในรูปแบบใด ทั้งเป็นส่วนผสมของอาหารเสริม หรือ วิตามิน ซี ที่เป็นส่วนผสมของครีมบำรุงต่างๆ หรือ วิตามิน ซี ที่อยู่ในผักและผลไม้ ที่เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้ร่างกาย และผิวพรรณได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว

ประโยชน์ของ วิตามินซี

เมื่อรับประทานทาน วิตามินซี เข้าสู่ร่างกาย สิ่งที่คุณจะได้รับก็คือ มีการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอความชรา ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ซึ่งสังเกตได้จากการที่คุณได้รับประทานอาหาร อย่างผัก และผลไม้รสเปรี้ยว อยู่เป็นประจำ วิตามิน ซี ที่อยู่ในผลไม้ จะช่วยให้ผิวใส เนียน นุ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเลยทีเดียววิตามินผิวขาว

นอกจากนี้ การทานวิตามินซี ยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา มีความแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทาน วิตามิน ซี ป้องกันหวัด

ประโยชน์ vitamin-c

เป็นที่รู้กันมานานว่า หากใครได้ ทาน วิตามินซี อย่างเพียงพอ จะทำให้ไม่เป็นโรคหวัดได้ง่าย เพราะสารที่อยู่ใน วิตามิน ซี จะช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัดได้เป็นอย่างดี รวมถึงสรรพคุณของ วิตามิน ซี ที่สามารถ ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเด็กๆ ส่วนใหญ่จะชอบ ทาน วิตามินซีแบบอัดเม็ด

ยังมีประโยชน์ของการทาน วิตามินซี อีกมากมาย เพราะการทาน วิตามินซี จะสามารถช่วยในการลดความเสี่ยง และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด ซึ่ง วิตามิน ซี ยังสามารถช่วยต่อต้าน ในการสร้างสารที่จะก่อให้เกิดมะเร็ง อีกด้วย วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย วิธีการลดรอยแตกลาย มาฝากคุณสาวๆ

รอยแตกลาย วิธีการลดรอยแตกลาย มาฝากคุณสาวๆ ให้ไปทดลองทำกันค่ะ บอกลา ผิวแตกลาย รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย อีกหนึ่งการดูแลผิวพรรณด้วยวิธีที่สาวๆ ทั้งหลายต้องให้ความสนใจอย่างแน่นอนสำหรับ วิธีการลดรอยแตกลาย เชื่อ สิค่ะว่าปัญหาผิวแตกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลาย หนักใจเป็นอย่างมากไม่แพ้กับปัญหาที่เป็นอุปสรรคอื่นๆ ที่มาขัดขวางความงามเลยแหละ และเราก็รู้ๆ กันดีว่าทุกวันนี้การดูแลผิวแตกลายมีมากมายหลายวิธีทั้งที่เห็นผลและไม่เห็น ผลจนกลายเป็นการแก้ปัญหาที่หน้าปวดหัวของคุณผู้หญิงเป็นอย่างมาก วันนี้เราก็เลยนำเอา
ลาก่อน ด้วย วิธีการลดรอยแตกลาย เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่คุณก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองและไม่ยุ่งยากจนเกินไปเตรียมตัวบอกลา ผิวแตกลายรอยแตกลาย

ลาก่อน กันได้เลยนะค่ะรับรองว่านับจากนี้ปัญหาผิวแตกลายจะไม่สามารถกวนใจคุณได้อีก ถ้าพร้อมสวยแล้วเราก็เข้าไปทำตามวิธีดีๆ แล้วโบกมือลาปัญหาผิวแตกลายพร้อมกันเลยค่ะ

วิธีการลดรอยแตกลาย “ผิวแตกลาย … ลาก่อน”

ขั้นตอนที่ 1 อาบน้ำใช้ใยบวบขัดผิวเพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

ขั้น ตอนที่ 2 ใช้วุ้นสีขาวขุ่นที่ได้จากการปอกเปลือกว่านหางจระเข้มาทาแล้วนวดเบาๆ หรือถ้ามีน้ำมันมะกอกก็ให้นำไปอุ่นจนเกือบร้อนแล้วนำมานวดบริเวณผิวที่มี ปัญหา ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วค่อยอาบน้ำตามปกติ รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน หลายคนที่ทำให้ต้องกลุ้มใจไปตาม ๆ กัน

กระชับรูขุมขน หลายคนที่ทำให้ต้องกลุ้มใจไปตาม ๆ กัน เพราะเวลาแต่งหน้าออกมาทีไรก็จะดูไม่เนียนใส แถมยังเป็นตัวการทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นได้ง่าย นี่แหละจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องมองหาวิธีกำจัดรูขุมขนกว้างให้กระชับและเล็กลง ทั้งนี้กระปุกดอทคอมเองก็เข้าใจถึงหัวอกของคุณสาว ๆ ดีค่ะ จึงได้นำวิธีจัดการปัญหารูขุมขนกว้างมาให้สาว ๆ ได้ลองเอาไปใช้กันดู ถ้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีไหนบ้าง ตามมาดูกันเลย กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและน้ำเย็น

โดยในตอนเช้าและตอนเย็น ให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อนเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนให้กว้าง จากนั้นทำความสะอาดตามปกติ แล้วปิดท้ายด้วยการล้างน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน วิธีนี้จะช่วยทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างล้ำลึก และทำบ่อย ๆ รูขุมขนก็จะค่อย ๆ กระชับขึ้นอีกด้วย

ประคบน้ำแข็ง

หลังจากล้างหน้าเสร็จ ให้ใช้น้ำแข็งก้อนประคบบนใบหน้าและบริเวณรูขุมขนประมาณ 2-3 นาที จะช่วยทำให้รูขุมขนตึงกระชับมากขึ้น และถ้าหากทำบ่อย ๆ รูขุมขนจะเล็กลงจนสังเกตเห็นได้ชัด

ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้ากระชับรูขุมขน

หลังล้างหน้าทุกครั้งให้ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าให้สะอาดหมดจด เพราะถ้าหากใบหน้าสะอาด รูขุมขนก็จะไม่มีสิ่งอุดตัน ซึ่งจะส่งผลให้รูขุมขนค่อย ๆ เล็กลง และหน้าก็จะดูใสขึ้นด้วย

มาสก์หน้าด้วยแตงกวากับน้ำผึ้งกระชับรูขุมขน

นำแตงกวามาปอกเปลือกสับให้ละเอียด ใส่น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมามาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ทำบ่อย ๆ จะช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า และทำให้หน้ากระจ่างขาวใสขึ้นได้

เช็ดหน้าด้วยน้ำมะนาว

นำมะนาวสดมาผ่าครึ่ง บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วย จากนั้นให้นำสำลีมาชุบและทาบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาทีแล้วล้างออก น้ำมะนาวจะช่วยกระชับให้ผิวหน้าเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

นวดหน้าด้วยเบกกิ้งโซดา

นำเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำอุ่นประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาลงใบหน้าบริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง นวดอย่างเบามือประมาณ 1 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด โดยให้ทำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง รูขุมขนจะเล็กลง หน้าจะเนียนขึ้น ที่สำคัญสูตรนี้ยังจะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้อีกด้วย

เมื่อรู้เคล็ดลับจัดการกับปัญหารูขุมขนกว้างกันไปแล้วก็อย่าลืมเอาไปลองทำตามกันดูนะคะสาว ๆ คราวนี้ก็มั่นใจได้เลยว่าคุณจะมีใบหน้าเนียนใสเอาไว้อวดเพื่อน ๆ แน่นอน กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง การลดหน้าท้องใช้เพียงความตั้งใจเพียงเล็กน้อย

ลดหน้าท้อง การลดหน้าท้องใช้เพียงความตั้งใจเพียงเล็กน้อย ควบคู่ไปกับวิธีการง่ายๆดังที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ คุณก็จะสามารถลดหน้าท้องส่วนเกินที่เคยทำให้กังวลใจ กลับมามีความมั่นใจในหน้าท้องที่เรียบเนียนได้เหมือนเดิม ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง วิธีการลดหน้าท้องได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

1. ควบคุมอาหาร ควรหลีกเลี่ยงการตามใจปากด้วยอาหารที่มีน้ำตาล อาหารทอด และอาหารที่มีไขมันจำนวนมากๆ สัดส่วนของหน้าท้องก็จะขยายตามไปด้วย ดังนั้นจึงควรที่จะควบคุมปริมาณ รวมไปถึงคุณภาพของอาหารในแต่ละมื้อ เช่น หากเคยทานข้าว 2 จานต่อมื้อ ก็ให้เปลี่ยนมาเป็นทานเพียงจานครึ่ง หรือหนึ่งจาน เป็นต้น

แต่ขอแนะนำว่า ห้ามใช้วิธีการลดหน้าท้องโดยการอดอาหารโดยเด็ดขาด เพราะถึงแม้จะทำให้น้ำหนักตัวลดลง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานจะทำให้การเผาผลาญพลังงานช้าลง ทำให้กล้ามเนื้อเริ่มเหลว ถึงแม้จะช่วยลดหน้าท้องได้เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ไขมันหายไป ให้ลองเปลี่ยนมาทานผักผลไม้ พร้อมกับดื่มน้ำในแต่ละวันให้มากๆ

2. การนอนแต่หัวค่ำและพักผ่อนให้เพียงพอ การเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งเป็นการช่วยในการกำจัดไขมันส่วนเกิน และควรพักผ่อนนอนหลับอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงลดหน้าท้อง

3. การออกกำลังกายด้วยตัวเอง การควบคุมอาหารควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้องเองก็มีอยู่หลายวิธี แต่ที่ได้รับความนิยม และสามารถทำได้ง่ายๆด้วยตัวเอง มีดังต่อไปนี้ลดหน้าท้อง
ซิทอัพ + การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ โดยอาจเริ่มจากการซิทอัพ 20 ครั้ง แล้วค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ผสมกับการออกกำลังแบบคาร์ดิโอ เช่น การสิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เป็นต้น อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3 วัน ต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยทำให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันออกไปได้ดียิ่งขึ้น
การเต้น การเต้น 1 ชั่วโมง สามารถช่วยเผาผลาญไขมันได้ถึง 400 แคลอลี่ โดยเฉพาะการเต้นแบบ Belly Dance นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสาวๆ มีทรวดทรงที่กระชับเข้ารูปมากยิ่งขึ้น
แขม่วหน้าท้อง เป็นการออกกำลังกายง่ายๆที่สามารถทำได้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องอีกด้วย โดยการหายใจเข้าแล้วแขม่วท้องเอาให้ได้มากที่สุด จากนั้นค่อยๆผ่อนลมหายใจออกจากท้องให้มากที่สุด ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การนั่งยกขา โดยการนั่งหลังตรงพิงกับเกาอี้ ค่อยๆยกขาขึ้นให้ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ประมาณ 2-5 นิ้ว ขณะที่ทำการยกขาให้ใช้แรงจากหน้าท้องส่วนล่าง โดยยกขาค้างเอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วสลับข้าง ให้ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การเดิน ในขณะที่การออกกำลังกายโดยการเดิน หน้าท้องจะเกร็งเองโดยอัตโนมัติ ทำให้หน้าท้องกระชับ และยังช่วยลดต้นขาอีกด้วย ลดหน้าท้อง.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับ จากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกัน และ รักษาการอักเสบ อันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้
วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี และอีกอย่างคือวิธีกินอาหารเสริมด้วยว่าควรกินตอนไหน ก่อน หรือหลังอาหาร เพราะร่างกายจะเป็นตัวกำหนดในการนำไปใช้ และถ้าหากเราได้กินวิตามินอาหารเสริมถูกต้อง ร่างกายก็สามารถนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเช่นกัน และที่ถูกต้องอีกอย่างคือ การกินให้ตรงเวลาเพื่อจะได้ไม่ลืม เพราะวิตามินเสริมต้องการเวลาในการทำงานของตัววิตามินเอง

วิธีทาน:วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินรวมผสมแร่ธาตุ–ให้ทานพร้อมอาหารและน้ำ เนื่องจากน้ำและอาหารจะแยกวิตามินและแร่ธาตุออกจากกัน

วิตามินซี—เสื่อมสภาพเร็ว ไม่ควรซื้อขนาดใหญ่ให้ซื้อขนาดเล็กพอทานได้ 1 เดือน ทานเวลาไหนก็ได้กับน้ำเปล่า หรือพร้อมอาหาร วิตามินซีชนิดธรรมดาควรแบ่งกินครั้งละ 250-500 mg. (ยกเว้นชนิด Buffered, Time Release,Sustined ไม่ต้องแบ่ง)

วิตามินซี เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่ละลายและดูดซึมได้ง่ายที่สุด จะทานเวลาไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทานตอนท้องว่าง

ประโยชน์วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

ช่วยให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ แผล หายเร็วขึ้น ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือดขอด
ช่วยแผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้นฃช่วยให้การดูดซึมธาติเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในเด็กอ่อน
ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียด

เราสามารถที่จะทานวิตามินซีได้ทุกวัน เพราะวิตามินซีสามารถขับออกจากร่างกายได้ง่าย การรับประทานวิตามินซีทำให้ผิวดีขึ้นด้วย ในวิตามินซีนอกจากจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยในเรื่องชะลอความแก่ ป้องกันการเป็นมะเร็ง ภูมิแพ้ การเป็นหวัดแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย และไม่ตกค้างในร่างกายเพราะวิตามิน ซี ส่วนเกินจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะในที่สุด

การทานวิตามิน ซี เป็นประจำจะมีส่วนช่วยทำให้ไม่เป็นภูมิแพ้อากาศอีกเลย เราควรรับประทานวิตามินซี ตอนไหน? ควรรับประทานหลังอาหารเช้า เพราะช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมงเช้าจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหารต่างๆได้ดีที่สุดช่วงเวลานี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เพราะวิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรากินตอนท้องว่าง และไม่ควรกินวิตามิน ซี ก่อนนอน ในบางการค้นค้าพบว่าวิตามิน ซี อาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ปริมาณวิตามิน ซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน ร่างกายคนเราควรจะได้รับวิตามิน ซี ในแต่ละวันแตกต่างกันตามวิถีชีวิตและความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายของแต่ละคน เพราะร่างกายคนเราสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ทีละน้อยๆเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกายไป ถ้าร่างกายปกติ ควรได้รับวิตามินซีที่รางกายต้องการขั้นต่ำต่อวัน คือ 60 มิลลกิรัม ถ้าร่างกายมีอาการของหวัด เป็นโรคภมูิแพ้ หรือร่างกายอ่อนแอ ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม ถ้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ หรือมีความเครียดสูง ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกําลังกายเพื่อลดน้ําหนักมีอะไรบ้าง

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก  การออกกําลังกายเพื่อลดน้ําหนักมีอะไรบ้าง หุ่นสวยสุขภาพร่างกายแข็งแรง เรื่องง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้ เพียงแค่ออกกำลังกายวันละนิด ก็สามารถทำให้คุณมีรูปร่างดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย นอกจากนี้การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น และช่วยทำให้ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกอารมณ์ดี หน้าตาสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น อีกทั้งการออกกำลังกายยังช่วยควบคุมความอยากอาหาร ซึ่งทำให้คุณหิวน้อยลงได้อีกด้วย ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

นั้นมีวิธีการง่ายๆอย่างเช่น การวิ่งเหยาะๆ การเดินแบบเร็วๆ การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ และการออกกําลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic exercise) เป็นการออกกำลังกายที่กล้ามเนื้อได้พลังงานจากการใช้ออกซิเจน ช่วยในการเผาผลาญอาหารได้เป็นอย่างดี ซึ่งมักจะต้องมีการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ที่สำคัญคือสามารถออกกำลังกายลดน้ำหนักควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย และนอกจากนี้แล้ว การออกกําลังกายเพื่อลดน้ําหนักนั้น ถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพออกกำลังกายลดน้ำหนักสูงสุด ควรทำอย่างต่อเนื่องและมีระยะเวลาที่นานพอสมควร ซึ่งระยะเวลาของการออกกำลังกายในแต่ละครั้งนั้นควรไม่ต่ำกว่า 20-30 นาที สาเหตุที่ต?องนานถึงขนาดนั้น เนื่องมาจากการเผาผลาญอาหาร เพื่อให้ได้พลังงานในการออกกำลังกายในนาทีที่ 20 เป็นต้นไป ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ซึ่งจะใช้ไขมันเป็นหลัก จึงช่วยทำให้สามารถลดไขมันได้ แต่หากใครที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย ช่วงแรกๆอาจจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีก็พอ และถ้ากล้ามเนื้อเริ่มปรับสภาพได้แล้ว ก็เพิ่มระยะเวลาเป็น 10-15 นาที ตามลำดับ เพื่อไม่ให้เป็นการหักโหมจนเกินไป เพราะอาจทําให?เกิดการบาดเจ็บ และล?มเลิกการออกกําลังกายไปในที่สุดนั่นเอง

ท้ายนี้ การออกกําลังกายเพื่อลดน้ําหนัก ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยให้คุณมีหุ่นสวยสุขภาพร่างกายแข็งแรง ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล แต่ทั้งนี้ก็ควรดูแลเรื่องอาหารการกินควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้การลดน้ําหนักนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด และได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว วิตามินที่ช่วยเรื่องความสวยความงามของผิวพรรณอย่างได้ผล

วิตามินผิวขาว วิตามินที่ช่วยเรื่องความสวยความงามของผิวพรรณอย่างได้ผล ทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อวิตามินซีมาทานกันได้โดยง่าย และที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย มีประโยชน์มากมายในเรื่องของความสวยความงามสำหรับสาวๆ วิตามินซีนอกจากรับประทานจากอาหารเสริมแล้ว เรายังสามารถรับประทานวิตามินซีได้จากธรรมชาติอีกด้วย วิตามินซีพบมากใน ฝรั่งไร้เมล็ด ส้ม มะละกอ สตรอเบอรี่ มะขามเทศ พุทรา แอปเปิ้ล และมะเขือ เป็นต้น มาดูกันดีกว่าว่าวิตามินซีมีดีอะไรสำหรับผิวพรรณของเรากันบ้างค่ะ วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว วิตามินซีช่วยในการลบเลือนจุดด่างดำ เพราะเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มแอนตี้ออกซิแดนท์ มีคุณสมบัติในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำ วิตามินผิวขาว ช่วยทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ สามารถละลายในน้ำได้ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดจึงมักมีวิตามินซีเป็นส่วนผสม เพื่อช่วยในการปรับสภาพผิวหน้าให้กระจ่างใส ลบเลือนจุดด่างดำ เราสามารถใช้วิตามินซี เพื่อช่วยในการทำให้ผิวใสไร้ริ้วรอย ทั้งในรูปแบบการทานและการทา แต่ถ้าอยากให้ได้ผลดีควรใช้ทั้งวิธีทานและวิธีทาควบคู่กันไป เพราะการทานวิตามินซีจะเป็นการช่วยส่งเสริมวิตามินอี ที่เป็นวิตามินอีกตัวที่สามารถช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้วิตามินอีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้ดียิ่งขึ้นวิตามินผิวขาว
วิตามินซีช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ วิตามินซีมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายดูดซึมกลูต้าไธโอนทั้งจากตามธรรมชาติและแบบทานเสริมเข้าไปได้ดียิ่งขึ้น และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำไมผลิตภัณฑ์เสริมกลูต้าต่างๆ จึงมักแนะนำให้ทานวิตามินซีควบคู่กันไปด้วย สำหรับในคนที่ขาดวิตามินซีมักมีใบหน้าที่หมองคล้ำไม่สดใส การที่เราทานวิตามินซีเพิ่มขึ้นตามที่ร่างกายต้องการ จึงช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้ แต่จะให้ได้ผลดีและมีผิวขาวได้ตามต้องการควรทานไปสักระยะหนึ่ง ผิวของคุณก็จะค่อยๆ ขาวขึ้นได้
วิตามินซีช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง เพราะวิตามินซีมีความสามารถในการช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ คลอลาเจนมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึงไร้ริ้วรอย ถ้าผิวขาดคอลลาเจนผิวพรรณจะเหี่ยวย่นเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นการทานวิตามินซีให้พอเพียงต่อความต้องการของร่างกายจะสามารถช่วยให้เราดูแลรักษาชั้นคอลลาเจนให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราทานคอลลาเจนควบคู่กับการทานวิตามินซี ร่างกายก็จะสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยทำให้ผิวพรรณกระชับแต่งตึงมากขึ้นอีกด้วย วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย รอยแตกลายคืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์

รอยแตกลาย รอยแตกลายคืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ ก็จะบอกตรงกันค่ะ ว่ารอยแตกลายนี่เป็นแผลอย่างนึงที่เกิดในชั้นหนังแท้ (mid dermal layer) โดยที่มีความผิดปกติมาตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าที่ฝ่อบางลงค่ะรอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย สาเหตุ
ถ้าสาเหตุจริงๆยังไม่ทราบ (เคยมีผู้อ่านต่อว่าเรื่องอื่นมาว่า ไม่รู้สาเหตุแล้วมาโพสท์ทำไม หมอก็ขอแจ้งให้ทราบว่าเรื่องทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนก็ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ นักวิจัยดังๆระดับโลกเค้ายังไม่ทราบเลย หมอก็คงตอบเหมือนเค้าค่ะว่าไม่ทราบ แต่ทางการแพทย์แม้ว่าเค้าไม่ทราบกัน เค้าก็มักจะมีการคาดคะเนสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ค่ะ แต่ไม่ใช่มั่วๆตอบไป มีการตัดชิ้นเนื้อจากที่เป็นรอยแตกพิสูจน์ด้วยค่ะ)
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย มักมี 3 เหตุผลนี้อยู่ด้วยกันค่ะ (ไม่ใช่อย่างใดอย่างนึงค่ะ) คือ
1.การยืดขยายของผิวหนัง ในคนตั้งครรภ์ ผนังหน้าท้องก็มีการขยายอย่างเร็ว (striae gravidarum ดูตามรูป 2) , ในคนที่อ้วน อาจจะเป็นเด็กก็ได้ก็เกิดรอยแตกขึ้น (striae distensae) นอกจากนี้ในผู้ชายที่เล่นกล้ามก็มีการขยายขนาดของกล้ามเนื้อ และผิวหนังก็ต้องมีการขยายไปด้วยและมีรอยแตกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและไหล่ ต้นแขน (striae distensae ดูตามรูป 3 )
2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงการเข้าสู่วัยสาว(รอยแตกมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าชาย) จริงๆในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเช่นสะโพกผายออก ก็มีรอยแตกบริเวณสะโพก ต้นขา,การตั้งครรภ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
3. พันธุกรรม เช่นคุณแม่ตอนตั้งท้องมีรอยแตกลาย ลูกเมื่อตั้งท้องก็มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้มาก เพราะโครงสร้างในผิวหนังมีความเสี่ยงกับการเกิดรอยแตก (อันนี้ไม่เสมอไปค่ะ พบความเกี่ยวโยงกันได้มาก แต่บางคนไม่เป็นตามนี้ก็ได้)
การเกิดรอยแตกลาย เกิดได้ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
– คนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนขึ้นเร็ว มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (ปรึกษาสูตินารีที่ฝากท้องด้วยนะคะ เรื่องว่าควรมีน้ำหนักเพิ่มอย่างไรเวลาตั้งครรภ์)
– คนเข้าสู่วัยสาว (ตามที่บอกไปแล้ว) , คนเพาะกายจนมีขนาดกล้ามเนื้อและผิวหนังที่ต้องยืดขยายตาม ,การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งแบบกินและทาเป็นเวลานาน (ถ้าท่านที่มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา ก็รบกวนถามคุณหมอที่ดูแลอยู่นะคะ ว่าจะให้ใช้ยาไปนานเท่าไหร่ โรคบางโรคจำเป็นคุณหมอก็พยาบยามปรับให้มีปัญหากับคนไข้น้อยสุด แต่โรคที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาก็ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ คุณหมอที่รักษาท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ อย่ามาถามหมอนะคะ ว่าจะหยุดยาอะไรทำนองนี้ ให้ถามคุณหมอที่รักษาค่ะ) กลุ่มพวกทายาผิวขาวตัวขาว แล้วแอบผสมสเตียรอยด์เมื่อใช้ไป 2-3 เดือน ก็เกิดรอยแตกขึ้นได้ (ดูรูป 8 ซึ่งเป็นรูปเด็กนักเรียนหญิงที่ทาครีมกลุ่มนี้ แล้วเป็นกันหลายคนตามข่าวเมื่อนานแล้วค่ะ)
– โรคบางชนิด (ขอไม่พูดถึง เพราะจะต้องอธิบายกันมึน คุณหมออายุรกรรมท่านดูแลเรื่องนั้นค่ะ)
ตำแหน่งที่พบรอยแตกได้ ถ้าเรียงจากบนลงล่าง ก็เช่นรอบๆรักแร้ ,ต้นแขน , ข้อพับด้านในของแขน , หน้าอก(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ,ท้อง, หลัง ,สะโพก,ต้นขา,เข่า,น่อง
ลักษณะการตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่เป็นรอยแตกมาย้อมสี ส่องกล้องจุลทรรศน์ หลักๆคือ elastin ซึ่งมีมากในชั้นหนังแท้ มีการเรียงตัวที่ผิดปกติไปจากเดิม คลอลาเจนผิดปกติ หนังกำพร้าฝ่อ (นึกๆแบบนี้แล้ว ก็คงนึกได้ว่า รอยแตกซึ่งเป็นการปริของผิวหนังลงไปในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง มีโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติไปมาก คงยากมากที่จะทาครีมแล้วเปลี่ยนแปลงได้ ขนาดเลเซอร์ลงลึกยังยากเลย
ป้องกันยังไงไม่ให้เป็นรอยแตก ?
ถ้าตอบกันแบบตรงๆคือยากค่ะ อาจจะทำได้ข้อนึงคืออย่าอ้วนเร็ว ข้ออื่นๆที่เป็นเหตุที่น่าจะทำให้เกิด ไม่ว่าระดับฮอร์โมน ในเลือดหรือพันธุกรรม เราก็ป้องกันไม่ได้ค่ะ ส่วนครีมที่คนตั้งครรภ์ทาที่ท้องกันเวลาท้องโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีส่วนผสมของ oil หรือชุ่มชื้น ในงานวิจัยหลายๆอัน พบว่าช่วยได้น้อย แต่จะทาก็ไม่เป็นอันตรายค่ะ
การรักษา
ถ้าพูดแบบตรงๆ รอยแตกที่กว้างและยาวเช่นที่ท้องหรือสะโพก หมอยังไม่เคยเห็นว่าการรักษาใดๆก็ตามทำให้หายกลายเป็นผิวปกติ แบบดูไม่ออกว่าตรงนั้นมีรอยแตก ไม่เคยเจอค่ะ
ตอนที่รอยแตกยังเป็นเส้นสีแดงๆ (striae rubra) ถือกันว่าเป็นช่วงที่ดีในการรักษา (แต่ถ้าเกิดในสตรีตั้งท้องก็ต้องมีการคลอดบุตรให้เสร็จก่อนค่ะ ไม่ได้ยิงเลเซอร์ขณะที่มีเด็กในท้องค่ะ)
– ครีม หรือทา AHA peeling งานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ไม่ค่อยคิดว่าจะได้ผลนักค่ะ บ้างก็ว่าดูดีขึ้นจากการที่ทำให้ผิวรอบๆรอยแตกดูขาวกลมกลืนกับรอยแตกมากขึ้น ตัดชิ้นเนื้อไปส่องกล้องจุลทรรศน์ก็ไม่ได้ดีขึ้น
– เลเซอร์ มีหลายชนิดเลเซอร์มาก ส่วนใหญ่เมื่อรักษาไปหลายครั้ง ก็ดูกลมกลืนขึ้น รอยแตกเล็กลง แคบเข้า เนียนขึ้น แบบรูปที่ 10 ที่มีงานวิจัยทางการแพทย์ต่างประเทศแสดงให้เห็นผลหลังเลเซอร์หลายครั้ง
เลเซอร์แต่ละชนิด ก็มีงานวิจัยที่บอกว่าผลดีแตกต่างกันไป แต่ไม่เคยมีงานวิจัยไหนที่บอกได้ว่า เลเซอร์รักษาจนทำให้รอยแตกหายไปจนเหมือนผิวปกติเปี๊ยบค่ะ สรุปว่าทำให้ดีขึ้น แต่รักษาจนเป็นเหมือนผิวปกติไม่ได้
ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นข้อมูลที่เป็นความจริง มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ แม้ว่ารอยแตกลายจะเป็นปัญหาที่พบกันได้มาก แต่การรักษาให้หายสนิทยังไม่มี โดยที่เลเซอร์ถือว่าได้ผลมากในระดับนึงแล้ว ความคาดหวังก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้านึกถึงไปในผิวหนัง รอยแตกซึ่งเป็นการปริ ฉีกของหนังแท้ ก็ยากที่จะซ่อมจนเหมือนปกติได้ ที่คลินิคหมอไม่ได้ทำเพราะหมอไม่ชอบมีปัญหากับความคาดหวังนี่ล่ะค่ะ เลเซอร์ก็ต้องทำหลายครั้ง ทุกๆครั้งก็ต้องมีรายจ่าย เคสก็กลุ้มใจว่าเมื่อไหร่จะหาย หมอที่รักษาก็กลุ้มใจเหมือนกันนะคะ ถ้าพูดตรงๆคือไม่หายจนมองไม่เห็น ยิ่งลองบีบเนื้อแบบรูป 9 ยิ่งเห็นใหญ่ ตัดชิ้นเนื้อที่รักษาด้วยเลเซอร์ก็ดีขึ้น แต่ไม่เคยกลับไปเหมือนปกติค่ะ
รอยแตกลาย.

กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้า

กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้า หรือบริเวณอื่นๆ และกำลังมองหาวิธีรักษาฝ้า ขอแนะนำวิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณช่วยในการป้องกัน ยับยั้ง ฟื้นฟูและปรับสภาพเซลล์ผิวหนัง มาประยุกต์ใช้ในการรักษาฝ้าด้วยวิธีต่างๆเช่น ขัด ทา ถู พอกบนผิวหนัง ซึ่งวิธีการรักษาฝ้าแบบนี้จะปราศจากการใช้สารเคมี สารปรอท สิ่งเจือปนและเครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง นอกจากนี้แล้วยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษาอีกด้วย เนื่องจากวัตถุดิบที่นำมารักษานั้นหาได้ง่ายภายในครัวเรือน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ มีอะไรบ้าง ?

มะขามเปียก
มะขามเปียกมีสรรพคุณช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีเช่นกัน สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยมะขามเปียกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบางๆให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ดีเยี่ยม ทำเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า รอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้แล้วหากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้เช่นกัน

หัวไชเท้ากระ ฝ้า
หัวไชเท้านอกจากใช้ทำอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้าก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) แล้วนำมาพอกไว้ให้ทั่วใบหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

หอมแดง
หอมแดงเป็นพืชผักคู่ครัวไทยอีกชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันมานาน มีสรรพคุณมากมาย ในทางยาหอมแดงช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สาเหตุที่หอมแดงมีส่วนช่วยในการรักษาฝ้าและรอยดำต่างๆ ก็เป็นเพราะในหอมแดง ประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย ที่มีสารไดอัลลิน ไตรซัลไฟ กลูโคคินิน (เช่นเดียวที่อยู่ในกระเทียม) ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยหอมแดงก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหอมแดงมาทุบหรือฝานให้เป็นแว่นบางๆ แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้ารอยดำจากสิว หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวัน เพียงไม่กี่สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ว่านหางจระเข้กระ ฝ้า
ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีกรดอ่อนๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือกออกให้เหลือแต่เนื้อสีขาวๆ จากนั้นนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวันประมาณ 2-3 สัปดาห์ ก็จะสังเกตุได้ว่ารอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ใบบัวบก
ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิวได้เป็นอย่างดี ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยใบบัวบกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบบัวบกมาตำหรือจะปั่นก็ได้ และผสมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้จากการปั่นมาพอกหน้าทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นอันเสร็จสิ้น ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับ วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากธรรมชาติล้วนๆไม่เป็นอันตราย ปลอดภัยจากสารเคมี หากใครที่สนใจก็ลองนำไปประยุกต์ใช้กันได้เลย
* หมายเหตุพืชสมุนไพรบางชนิดอาจจะมีส่วนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่น ยาง, เศษดินที่ปะปนติดมากับพืชสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชคลุมดิน อย่างเช่น ใบบัวบก, ว่านหางจระเข้ ดังนั้นจึงควรนำพืชสมุนไพรมาล้างทำความสะอาดก่อนการใช้งานทุกครั้ง กระ ฝ้า.

ครีมรักษาสิว สำหรับสาวๆ ทั่วไปสิวมีหลายชนิดแต่สิวที่เราจะพบเจอบ่อยๆ

ครีมรักษาสิว สำหรับสาวๆ ทั่วไปสิวมีหลายชนิดแต่สิวที่เราจะพบเจอบ่อยๆ และมันพร้อมที่จะผุดขึ้นมาทักทายบนใบหน้าของเราได้ทุกเมื่อนั่นก็คือ สิวผด เป็นตุ่มเล็กๆ มองไม่เห็นในช่วงเช้า แต่ช่วงบ่ายจะพบว่า มีตุ่มผดโผล่ขึ้นมา และ สิวอุดตัน ซึ่งเกิดจาก การอุดตันของต่อมไขมัน นั่นเอง ครีมรักษาสิว.

ครีมรักษาสิว

ครีมรักษาสิว เมื่อสิวตุ่มเล็กๆสร้างความรำคาญใจให้แก่สาวๆ วันนี้ดิฉันมี 4 วิธีการรักษาสิวแบบธรรมชาติใกล้ตัว และใกล้ครัว มารับมือกับเจ้า สิวผด สิวอุดตัน เหล่านี้ค่ะ

วิธีรักษา สิวผด สิวอุดตัน แบบธรรมชาติ

ไข่ขาวรักษาสิว

ไข่ขาว

ไข่ เป็นวัตถุดิบที่มีประจำตู้เย็นแทบจะทุกบ้าน เพราะเมนูไข่ถือว่าเป็น เมนูประจำชาติ ได้เลยทีเดียว อีกหนึ่งคุณประโยชน์ของไข่ที่สาวๆ หลายคนอาจยังไม่ทราบนั่นคือ

ไข่ขาว สามารถพิชิต สิวผด สิวอุดตัน ได้เป็นอย่างดี และวิธีก็ง่ายแสนง่าย แค่ล้างหน้าให้สะอาดแล้วพอกด้วยไข่ขาว ทิ้งไว้ 10 -20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดครีมรักษาสิว

ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ แล้วบอกลากับบรรดาสิวๆได้เลยค่ะ

หมายเหตุ: ช่วงแรกในการบอกหน้าสาวบางคน อาจพบปัญหาสิวเห่อ เพราะเป็นช่วงที่มีการขับสารพิษออกมา ให้อดทนทำต่ออีก 2-3 วันนะคะ

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ คล้ายกับยาปฏิชีวนะอ่อนๆ ดังนั้น การนำน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ มาพอกหน้า 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำอุ่น

จะทำให้ผิวสะอาด ลดการเกิด สิวผด สิวอุดตัน ได้ เนื่องจาก น้ำผึ้ง จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุการเกิดสิว

น้ำมะนาวครีมรักษาสิว

น้ำมะนาว อุดมไปด้วย กรดผลไม้ หรือ AHA (Alpha Hydroxy Acids) ซึ่งจะเร่งให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

วิธีการใช้ ก็แค่บีบน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย เพื่อเจือจาง ไม่ให้น้ำมะนาวเข้มข้นมากเกินไป

แล้วทาไปบริเวณที่เกิดสิวทิ้งไว้ 10-20 นาทีแล้วล้างออก หรือบางสูตรอาจนำ น้ำมะนาวผสมผงยาสีฟันสมัยโบราณ แล้วพอกหน้า 10-15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดก็ได้

รับรองเจ้า สิวผด สิวอุดตัน หายเกลี้ยงเลยค่ะ

มะนาวรักษาสิว

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ มีสารสำคัญที่ดีต่อผิวพรรณมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไลโคปีน แคโรทีนอยด์ เบต้าแคโรทีน กรดอะมิโน วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะ วิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ

สามารถรักษา สิวผด สิวอุดตัน ได้ แค่ทำการหั่นมะเขือเทศเป็นแว่นๆ หรือบดให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์

พบวิธีรักษา สิวผด สิวอุดตัน ง่ายๆ และปลอดภัยจากธรรมชาติ แล้วอย่าลืมไปลองทำดูนะคะสาวๆ แต่อย่างไรก็ตาม

ป้องกันดีกว่าแก้ไข แค่ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลผิวหน้าให้สะอาด แค่นี้ก็ลดการเกิดสิวผด สิวอุดตัน ได้แล้วค่ะ ครีมรักษาสิว.