วิตามินผิวขาว วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธีอาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ

วิตามินผิวขาว วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธีอาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ ในไทยมีมากหลายยี่ห้อ และที่ได้คุณภาพหรือด้อยคุณภาพก็มีอยู่ แต่ส่วนใหญ่อาจใช้ราคาเป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ แต่จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ราคาเป็นหลัก แต่ราคาก็ยังมีส่วนด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องมีความรู้บ้างในการเลือกสินค้าที่คุณภาพ เพราะเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกกินอาหารเสริมมากกว่า ไม่ใช่ที่ราคา เพื่อเราจะได้เสียงเงินไปโดยได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าพอกับราคา วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว และอีกอย่างคือวิธีกินอาหารเสริมด้วยว่าควรกินตอนไหน ก่อน หรือหลังอาหาร เพราะร่างกายจะเป็นตัวกำหนดในการนำไปใช้ และถ้าหากเราได้กินวิตามินอาหารเสริมถูกต้อง ร่างกายก็สามารถนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเช่นกัน และที่ถูกต้องอีกอย่างคือ การกินให้ตรงเวลาเพื่อจะได้ไม่ลืม เพราะวิตามินเสริมต้องการเวลาในการทำงานของตัววิตามินเอง

วิธีทาน:วิตามินผิวขาว

วิตามินรวมผสมแร่ธาตุ–ให้ทานพร้อมอาหารและน้ำ เนื่องจากน้ำและอาหารจะแยกวิตามินและแร่ธาตุออกจากกัน

วิตามินซี—เสื่อมสภาพเร็ว ไม่ควรซื้อขนาดใหญ่ให้ซื้อขนาดเล็กพอทานได้ 1 เดือน ทานเวลาไหนก็ได้กับน้ำเปล่า หรือพร้อมอาหาร วิตามินซีชนิดธรรมดาควรแบ่งกินครั้งละ 250-500 mg. (ยกเว้นชนิด Buffered, Time Release,Sustined ไม่ต้องแบ่ง)

วิตามินซี เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่ละลายและดูดซึมได้ง่ายที่สุด จะทานเวลาไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทานตอนท้องว่าง

ประโยชน์

ช่วยให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ แผล หายเร็วขึ้น ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือดขอด
ช่วยแผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้นฃช่วยให้การดูดซึมธาติเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในเด็กอ่อน
ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียดวิตามินผิวขาว

เราสามารถที่จะทานวิตามินซีได้ทุกวัน เพราะวิตามินซีสามารถขับออกจากร่างกายได้ง่าย การรับประทานวิตามินซีทำให้ผิวดีขึ้นด้วย ในวิตามินซีนอกจากจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยในเรื่องชะลอความแก่ ป้องกันการเป็นมะเร็ง ภูมิแพ้ การเป็นหวัดแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย และไม่ตกค้างในร่างกายเพราะวิตามิน ซี ส่วนเกินจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะในที่สุด

การทานวิตามิน ซี เป็นประจำจะมีส่วนช่วยทำให้ไม่เป็นภูมิแพ้อากาศอีกเลย เราควรรับประทานวิตามินซี ตอนไหน? ควรรับประทานหลังอาหารเช้า เพราะช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมงเช้าจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหารต่างๆได้ดีที่สุดช่วงเวลานี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เพราะวิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรากินตอนท้องว่าง และไม่ควรกินวิตามิน ซี ก่อนนอน ในบางการค้นค้าพบว่าวิตามิน ซี อาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ปริมาณวิตามิน ซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน ร่างกายคนเราควรจะได้รับวิตามิน ซี ในแต่ละวันแตกต่างกันตามวิถีชีวิตและความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายของแต่ละคน เพราะร่างกายคนเราสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ทีละน้อยๆเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกายไป ถ้าร่างกายปกติ ควรได้รับวิตามินซีที่รางกายต้องการขั้นต่ำต่อวัน คือ 60 มิลลกิรัม ถ้าร่างกายมีอาการของหวัด เป็นโรคภมูิแพ้ หรือร่างกายอ่อนแอ ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม ถ้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ หรือมีความเครียดสูง ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัมวิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย รอยแตกลายบางคนเรียกรอยแส้เฆี่ยน

รอยแตกลาย รอยแตกลายบางคนเรียกรอยแส้เฆี่ยน (striae, stretch marks) เรื่องนี้เป็นปัญหาทางผิวหนัง ที่มีผู้อ่านขอให้เขียนมากๆ ตอนแรกหมอก็ไม่ได้จะเขียนหรอกค่ะ เพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร ไม่ว่าจะบริษัทครีม หรือคลินิคไหนๆ ดังนั้นก่อนจะอ่าน ขอทำความเข้าใจดังนี้นะคะ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย
1. ที่คลินิคหมอเองไม่ได้รักษาเรื่องรอยแตกลาย ไม่มีคลินิคที่จะแนะนำ และไม่ทราบว่าเค้าคิดค่ารักษาอย่างไรค่ะ
2. หมอจะพูดตรงๆตามเนื้อหาวิชาการค่ะ ไม่ได้เอาใจใครเลย แต่ก็จะไม่ได้เขียนยี่ห้อของครีม หรือเลเซอร์ต่างๆนะคะรอยแตกลาย
3. ไม่ต้องสอบถามหมอว่าครีมนั่นนี่ดีมั้ย หรือส่งรูปหลอดครีมมาใน inbox ให้หมอดูนะคะ 40 คน 40 ยี่ห้อ หมอไม่ได้ตอบค่ะ หมอได้เขียนเหตุผลต่างๆในเนื้อหาแล้ว ต้องช่วยตัวเองอ่านแล้ววิเคราะห์เหตุผลดูเองบ้างค่ะ ถ้าใครลองใช้ครีมนั่นนี่ก็ไม่ถือว่าอันตรายร้ายแรงอะไรก็จะลองดูก็ได้ ถ้าใช้แล้วเห็นผล เวลาผ่านไป 6 เดือนก็ควรจะเห็นผลบ้างค่ะ ถ้าได้ผลแล้วหยุดนิ่งไม่ดีขึ้นนานๆ ก็อาจได้ผลแค่ประมาณนั้นค่ะ ส่วนสีจากสีเข้มแล้วจางลง จริงๆแล้วไม่ต้องทาอะไรก็จางลงเองอยู่แล้วค่ะ
4. เช่นเดียวกันค่ะ อย่าถามว่าเลเซอร์ตัวไหนดี ไม่ดี ทำที่ไหนดี ไม่ทราบเลยค่ะ รบกวนอ่านในเนื้อหานะคะรอยแตกลาย
ถ้าเขียนมาถามสิ่งเหล่านี้ หมอจะไม่ได้ตอบคำถาม แต่จะบอกให้ไปอ่านในเนื้อหาค่ะ เข้าใจตรงกันก็เริ่มเลยนะคะ
“รอยแตกลาย” stretch marks หรือ striae นี้ หมอขอใช้ภาษาไทยง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพพจน์ว่า “รอยปริ” นะคะ เป็นการฉีกขาดในชั้นหนังแท้ค่ะ รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลงด้วยเทคนิคง่ายที่จะมาเป็นตัวช่วย

กระชับรูขุมขน วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลงด้วยเทคนิคง่ายที่จะมาเป็นตัวช่วย ให้คุณสาว ๆ รับมือกับปัญหารูขุมขนกว้างได้อย่างอยู่หมัด งานนี้เตรียมบอกลาผิวเปลือกส้ม เผยผิวเนียนนุ่ม ดูอ่อนเยาว์ราวกับเป็นคนใหม่ได้เลย กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

1. ทำความสะอาดผิวหน้าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

คุณสาว ๆ ห้ามปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเด็ดขาดนะคะ ! การล้างหน้าให้สะอาดเอี่ยม ทุกเช้าและก่อนนอนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออก โดยวิธีทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่ใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเสียก่อน จากนั้นใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิวล้างและนวดสครับให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากผิวหน้า ปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและกระชับรูขุมขน หากทำอย่างสม่ำเสมอนอกจากรูขุมขนจะเล็กลงแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าดูเนียนใสขึ้นอีกด้วยค่ะกระชับรูขุมขน

2. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือประคบหน้าด้วยน้ำแข็งกระชับรูขุมขน

การใช้น้ำเย็นล้างหน้าในตอนเช้าหลังจากที่ล้างด้วยน้ำอุ่น หรือนำผ้ามาห่อน้ำแข็งแล้วประคบเบา ๆ ที่ผิวหน้าหลังจากล้างหน้าเสร็จ เป็นวิธีปิดรูขุมขนที่ให้ผลลัพธ์เยี่ยม เพราะการที่ผิวถูกความร้อนจากน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ดังนั้นการปิดรูขุมขนหลังล้างหน้าจึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ค่ะ

3. ทาครีมกันแดดปกป้องผิวจากรังสียูวีตัวการที่ทำให้รูขุมขนกว้าง

แสงแดดที่เต็มไปด้วยรังสียูวีสามารถทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ อีกทั้งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกายลดลง ส่งผลให้รูขุมขนขยายตัวกว้างขึ้น ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยลึกก่อนวัยอันควร ควรปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวีด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 30-50 สำหรับสาว ๆ ที่รูขุมขนกว้างแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน จะช่วยไม่ให้รูขุมขนอุดตันอันเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบได้ค่ะกระชับรูขุมขน

4. สครับผิวหน้าทำความสะอาดรูขุมขนเผยผิวหน้าใสเด้ง

ในรูขุมขนเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่มากมาย ทั้งไขมัน สารตกค้างจากเครื่องสำอาง รวมถึงฝุ่นจากมลภาวะ ดังนั้นสาว ๆ ควรขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปและปรับสมดุลให้ผิวหน้า ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดาสครับผิว โดยผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชากับน้ำสะอาด 1 ช้อนชาคนให้เข้ากัน นำมานวดลงบนผิวหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ โดยใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนาง จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้สิ่งสกปรกบนผิวหน้าก็จะหลุดออก ผิวหน้าจะกลับมาขาวใสสวยปิ๊งราวกับเป็นคนใหม่เลยล่ะ

5. มาสก์หน้าสูตรกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้เรียบเนียน

ถึงเวลาที่คุณสาว ๆ ต้องบำรุงผิวหน้ากันหน่อยแล้วล่ะค่ะ ด้วยสูตรมาสก์หน้ากระชับรูขมขน โดยใช้ไข่ขาว 2 ฟองและน้ำมะนาว 1 ซีก คนให้เข้ากัน จากนั้นผสมข้าวโอ๊ตบด 2 ช้อนโต๊ะลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้งแล้วนำมาพอกลงบนใบหน้า ใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางนวดสครับเบา ๆ เป็นเวลา 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นให้บำรุงผิวหน้าด้วยครีมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ อย่างเช่น มะละกอ ว่านหางจระเข้ หรือแตงกวา จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มและชุ่มชื่นหลังจากมาสก์หน้าได้ค่ะ กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง วันนี้มีวิธีลดหน้าท้องด้วยท่าโยคะง่ายๆมาฝาก

ลดหน้าท้อง วันนี้มีวิธีลดหน้าท้องด้วยท่าโยคะง่ายๆมาฝาก รับรองว่าถ้าได้ลองทำกันแล้วหน้าท้องของคุณจะตึงเปรี๊ยะแน่นอน ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง
ลดหน้าท้อง โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 1

มาเริ่มกันกับท่าเบสิคๆกันก่อน ท่านี้ทำได้โดยเริ่มจากให้เรานอนราบลงไปกับพื้นก่อน ชันเข่าทั้ง 2 ข้างขึ้น จากนั้นยกตัวขึ้นพร้อมกับเอามือทั้ง 2 ข้างมาประสานไว้ใต้ช่องว่างด้านล่างดังรูป โดยในขณะที่เรายกตัวขึ้นให้เราหายใจเข้านับ 1-10 แล้วค่อยผ่อนตัวลงมาพร้อมกับปล่อยลมหายใจออก ทำเป็นเซ็ต เซ็ตละ 10 ครั้ง ทำวันละ 2-3 เซ็ตกำลังดี

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 2

ท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 2 เริ่มจากการนั่งคุกเข่าลงโดยให้ลำตัวตั้งตรง หายใจเข้าพร้อมกับกับโน้มตัวไปข้างหลัง ใช้มือทั้ง 2 ข้างจับที่ปลายส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง ข้างไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วกลับมาสู่ท่าคุกเข่าเตรียมท่าเดิม ทำเป็นเซ็ตเหมือนท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 1

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 3ลดหน้าท้อง

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 3 ท่าเตรียมจะคล้ายท่าเตรียมของการวิดพื้น แต่จากที่้เราต้องตั้งปลายเท้าก็ให้เราปล่อยหลังเท้าให้ราบไปกับพื้น จากนั้นให้เรากลั้นหายใจพร้อมกับเงยหน้าขึ้น นับ 1-10 ในใจ ในขณะที่ทำเราจะรู้สึกว่าหน้าท้องเราจะตึงมาก หลังจากนับ 10 แล้วให้เราผ่อนตังลงโดยกลับมานอนคง่ำหน้าราบไปกับพื้น จากนั้นก็ค่อยยกตัวขึ้นไปใหม่ ทำเป็นเซ็ตเหมือนกับท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 1 และ 2ลดหน้าท้อง

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 4

ท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 4 Advance ขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง เป็นท่าที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นของขาและสะโพก โดยเริ่มต้นให้นั่งแบบท่านั่งพับเพียบจากนั้นให้เรายกตัวขึ้นพร้อมกับยืดขาขวาออกไปด้านหลังให้ตึง โดยที่ขาซ้ายยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม จากนั้นให้เราเงยหน้าขึ้นพร้อมกับกลั้นลมหายใจเอาไว้ นับ 1-10 ในใจ และค่อยผ่อนตัวลงกลับมาสู่ท่านั่งพับเพียบตามเดิม ทำต่อเนื่องเป็นเซ็ตๆไป

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 5

โยคะลดหน้าท้องท่าสุดท้ายนี้เป็นท่าที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นท่าที่ใช้บริหารเพื่อลดหน้าท้องได้ดีที่สุด ใครทำแล้วหน้าท้องไม่ตึงผมให้กระโดดถีบสองขาคู่เลย วิธีทำให้เรานอนคว่ำหน้าราบไปกับพื้น หายใจเข้า จากนั้นให้เราเอามือทั้ง 2 ข้างไปข้างหลังเพื่อจับที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้างของเราดังรูป พยายามยกตัวของเราขึ้นมาให้ได้มากที่สุดโดยอาศัยแรงดึงของเราเป็นหลักนับ 1-10 หรือถ้าไม่ถึงก็ให้พยายามค้างไว้ไห้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่อนตัวลงพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมา แล้วค่อยเริ่มทำใหม่ ทำเป็นเซ็ตเหมือนกับโยคะลดหน้าท้องท่าอื่นๆ ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ สิวอักเสบนั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ

สิวอักเสบ สิวอักเสบนั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ ก็คือเราจะต้องเอาหัวหนองออกให้หมด จากนั้นจึงค่อยดูแลรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะหรือทายาภายนอก โดยการรักษาสิวอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ 1 . สิวเป็นไต มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและแข็ง เมื่อกดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บแต่ว่าไม่มีหัวหนอง เวลาล้างหน้าแล้วมือไปโดนนั้นเจ็บมาก ก่อให้เกิดความรำคาญและรักษาหายช้า อีกทั้งยังเห็นเป็นรอยนูนแดงชัดเจน สำหรับวิธีการรักษาคือให้แต้มยาทาสิวหรือสมุนไพรสำหรับทาสิวเพื่อลดการอักเสบ สิวจะค่อยๆ ยุบลงไปโดยไม่มีหัวหนอง แต่จะต้องใช้เวลานานพอสมควรสิวอักเสบ

2 . มีหัวหนองและหัวสิวยังไม่สุก วิธีการรักษาที่ดีที่สุดในระยะนี้คือ ควรกระตุ้นให้หัวสิวสุกโดยเร็วที่สุด เพราะเราจะต้องเอาหนองออกมาให้หมด แต่เพื่อเป็นการป้องกันเกิดรอยแผลเป็น ควรจะต้องเอาหนองออกในช่วงเวลาที่สิวสุก ด้วยการออกกำลังกายให้ร่างกายของเราเกิดความร้อนสิวอักเสบ

ซึ่งจะช่วยเร่งให้สิวสุกเป็นหนองเร็วมากขึ้น และเมื่อสิวสุกแล้วควรกดเอาหนองออกให้หมด จากนั้นใช้ครีมแต้มสิวทาบ่อยๆ ก็จะเริ่มตกสะเก็ดแล้วค่อยแต้มด้วยครีมลดรอยแผลเป็นจากสิว ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าการกดสิวจะต้องทำในช่วงที่สิวสุกเท่านั้น มิเช่นนั้นจะเกิดสิวหัวหนองซ้ำที่บริเวณเดิมๆ

3 . สิวสุก เราสามารถเจาะเอาหัวหนองออกให้หมดในระยะนี้ได้ ซึ่งสิวจะหายไปเองโดยไม่เกิดการติดเชื้อ หรืออาจจะทาครีมแต้มสิวและครีมลดรอย เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นในระยะยาว

วิธีป้องกันสิวอักเสบเบื้องต้น

1 . เลิกสัมผัสใบหน้าด้วยมือ เราต้องเลิกแคะ แกะ หรือเกาบนใบหน้าด้วยมือเสียที เนื่องจากมือของเราที่สัมผัสผิวหน้ามักจะมีสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียที่มองไม่เห็น ซึ่งถ้าหากมีสิวอยู่แล้วก็อาจจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่หัวสิวแล้วพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้

2 . หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมบางชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive oil และ Lanolin หรือมีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้

3 . ล้างหน้าให้สะอาด เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่คั่งค้างหรืออุดตันในรูขุมขนออกให้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการล้างหน้าบ่อยๆ เท่านั้น แต่ต้องล้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะช่วยขับของเสียและน้ำมันที่ตกค้างบนผิวหน้าไม่ให้อุดตันจนกลายเป็นสิว

4 . เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักและไม่ก่อให้เกิดสิว ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าประเภท Water – based หรือ Oil – free จะเหมาะกับผิวที่เป็นสิวมากกว่า เพราะผิวหน้าของเราต้องการความชุ่มชื้นมากกว่า เพื่อเป็นการสร้างความยืดหยุ่นเต่งตึงให้กับผิวพรรณ และไม่ก่อให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย (Non – Comedogence)

5 . การมาส์กหน้าด้วยสมุนไพร เป็นการรักษาสิวอักเสบด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ โดยให้ประสิทธิภาพในการรักษาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสูตรมาส์กหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเองด้วยสมุนไพรรักษาสิว สิวอักเสบ.

วิตามินซี วันนี้เราสามารถหาซื้อวิตามินซีมาทานกันได้โดยง่าย

วิตามินซี วันนี้เราสามารถหาซื้อวิตามินซีมาทานกันได้โดยง่าย และที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย มีประโยชน์มากมายในเรื่องของความสวยความงามสำหรับสาวๆ วิตามินซีนอกจากรับประทานจากอาหารเสริมแล้ว เรายังสามารถรับประทานวิตามินซีได้จากธรรมชาติอีกด้วย วิตามินซีพบมากใน ฝรั่งไร้เมล็ด ส้ม มะละกอ สตรอเบอรี่ มะขามเทศ พุทรา แอปเปิ้ล และมะเขือ เป็นต้น มาดูกันดีกว่าว่าวิตามินซีมีดีอะไรสำหรับผิวพรรณของเรากันบ้างค่ะ วิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี ช่วยในการลบเลือนจุดด่างดำ เพราะเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มแอนตี้ออกซิแดนท์ มีคุณสมบัติในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำ ช่วยทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ สามารถละลายในน้ำได้ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดจึงมักมีวิตามินซีเป็นส่วนผสม เพื่อช่วยในการปรับสภาพผิวหน้าให้กระจ่างใส ลบเลือนจุดด่างดำ เราสามารถใช้วิตามินซี เพื่อช่วยในการทำให้ผิวใสไร้ริ้วรอย ทั้งในรูปแบบการทานและการทา แต่ถ้าอยากให้ได้ผลดีควรใช้ทั้งวิธีทานและวิธีทาควบคู่กันไป เพราะการทานวิตามินซีจะเป็นการช่วยส่งเสริมวิตามินอี ที่เป็นวิตามินอีกตัวที่สามารถช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้วิตามินอีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้ดียิ่งขึ้น
วิตามินซีช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้วิตามินซีมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายดูดซึมกลูต้าไธโอนทั้งจากตามธรรมชาติและแบบทานเสริมเข้าไปได้ดียิ่งขึ้น และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำไมผลิตภัณฑ์เสริมกลูต้าต่างๆ จึงมักแนะนำให้ทานวิตามินซีควบคู่กันไปด้วย สำหรับในคนที่ขาดวิตามินซีมักมีใบหน้าที่หมองคล้ำไม่สดใส การที่เราทานวิตามินซีเพิ่มขึ้นตามที่ร่างกายต้องการ จึงช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้ แต่จะให้ได้ผลดีและมีผิวขาวได้ตามต้องการควรทานไปสักระยะหนึ่ง ผิวของคุณก็จะค่อยๆ ขาวขึ้นได้
วิตามินซีช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง เพราะวิตามินซีมีความสามารถในการช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ คลอลาเจนมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึงไร้ริ้วรอย ถ้าผิวขาดคอลลาเจนผิวพรรณจะเหี่ยวย่นเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นการทานวิตามินซีให้พอเพียงต่อความต้องการของร่างกายจะสามารถช่วยให้เราดูแลรักษาชั้นคอลลาเจนให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราทานคอลลาเจนควบคู่กับการทานวิตามินซี ร่างกายก็จะสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยทำให้ผิวพรรณกระชับแต่งตึงมากขึ้นอีกด้วยวิตามินซี.

ลดความอ้วน สาวๆที่กำลังลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ

ลดความอ้วน สาวๆที่กำลังลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมอาหารการกิน ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่า การอดอาหาร จะทำให้ผอม ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนๆ บางรายก็หันไปกินพวกอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก เพื่อทำให้ผอมเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อหลังจากหยุดกินก็จะเกิดอาการโยโย่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน บางคนก็คิดว่าหากไม่กินข้าวแล้ว อาจจะทำให้ผอมลงก็ได้ มาดูกันดีกว่าว่า การลดน้ำหนักที่จะได้ผลนั้น จะต้องกินข้าวหรือไม่ และจะมีหลักวิธีการกินอย่างไร

การลดน้ำหนักจำเป็นต้องกินข้าวหรือไม่

ลดน้ำหนัก มีวิธีการกินข้าวยังไง

วิธีลดน้ำหนักด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำ

การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องอดข้าวเลย แต่ที่ต้องเพิ่มปริมาณน้ำ ก็เพราะว่า น้ำเป็นตัวนำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยปรับความร้อนของร่างกายให้คงที่ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งไม่แห้งตึงลดความอ้วน

น้ำที่ดื่มเพื่อการลดน้ำหนัก จะช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น และหากดื่มน้ำก่อนที่จะรับประทานอาหาร ก็จะทำให้การรับประทานอาหารลดลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น จึงควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อการลดน้ำหนัก และควรงดดื่ม ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม โดยเด็ดขาด

วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทาน

การเลือกรับประทานอาหารด้วยการดื่มน้ำก่อนอาหาร หรือเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตแทนการกินอาหารฟาสต์ฟู๊ด เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำแทนน้ำสลัดครีม หรือเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องแทนข้าวสวย

ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไร ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืน จะทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างได้ผล และมีประสิทธิภาพลดความอ้วน

วิธีลดน้ำหนักกับการทิ้งอาหารขยะ

อาหารขยะ ลดน้ำหนัก ลดความอ้วนลดความอ้วน

คนที่ตั้งใจจะลดน้ำหนัก แต่ยังแอบไปรับประทานอาหารขยะ (Junk Food) ที่มีแป้งและไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก และมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ซึ่งประกอบไปด้วย ไขมัน หรือ แคลอรีในปริมาณสูง เป็นตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก

วิธีที่คุณจะลดน้ำหนักให้ได้ผลก็คือ กำจัดอาหารขยะให้หมดตู้เย็นให้หมด โดยไม่ต้องนึกเสียดาย หรือกินสั่งลาแต่อย่างใด เพราะหากตั้งใจจะลดน้ำหนัก แล้ว ก็ต้องตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อหุ่นที่ดีในวันข้างหน้า ลดความอ้วน.

ลดต้นขา วิธีทําให้ขาเล็กกับเทคนิคง่าย ๆ

ลดต้นขา วิธีทําให้ขาเล็กกับเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนขาอวบตัน ให้เรียวสวยได้อย่างรวดเร็วทันใจ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากมีต้นขาใหญ่ ๆ ลองมาทำกันดูเลยจ้า ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา ต้นขาเรียวเล็ก ถือเป็นขาในอุดมคติของสาว ๆ ทุกคน แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้วสาว ๆ ส่วนใหญ่นั้นมักจะมีต้นขาที่ใหญ่เกินหน้าเกินตา จะใส่กางเกงขาสั้น หรือกางเกงรัดรูปอวดเรียวขาก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะถ้าหากใส่ออกมาแล้วดูใหญ่ ๆ ตัน ๆ จนน่าเกลียด ก็อาจทำให้หมดความมั่นใจเอาได้ง่าย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วปัญหาของการมีต้นขาใหญ่นั้นอาจมาจากความอ้วนที่มีการสะสมไขมันอยู่บริเวณต้นขามากเกินไป หรืออาจเป็นเพราะออกกำลังกายตรงส่วนขามากเกินไปก็สามารถทำให้ขาใหญ่ได้เช่นเดียวกันเนื่องจากมีกล้ามเนื้อที่มากขึ้นนั่นเองค่ะ แต่ไม่ว่าจะเพราะสาเหตุใด กระปุกดอทคอมก็เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงจะกำลังหนักใจกับรูปร่างที่ไม่เอื้ออำนวยของตัวเองกันอยู่แน่ ๆ ซึ่งไม่ต้องเครียดไปนะคะสาว ๆ เพราะวันนี้เรามีเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ต้นขาของคุณเรียวเล็กลงได้มาฝากกัน แถมยังทำได้ง่ายมาก ๆ รับรองว่าสาว ๆ จะมีขาเรียวเล็กลงได้อย่างสมใจอยากแน่นอนลดต้นขา

เทคนิคลดต้นขาแบบง่าย ๆ สาว ๆ คนไหนที่อยากมีขาเรียวเล็กมาลองทำกันดูเลยจ้า…

วิธีทําให้ขาเล็กลดต้นขา

ลดต้นขาด้วยการนวด

การนวดขาเป็นประจำ ถือเป็นการนวดต่อมน้ำเหลือง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ขาของสาว ๆ มีอาการบวมน้ำได้ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นขาใหญ่และไม่สวย โดยขั้นตอนการนวดก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยค่ะ สำหรับบ้านใครที่มีอ่างอาบน้ำก็ให้นอนแช่ในน้ำอุ่นแล้วบีบนวดต้นขาเบา ๆ ไล่จากข้อเท้าขึ้นมายังต้นขา เพื่อให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี แต่สำหรับใครที่ไม่มีอ่างอาบน้ำ สามารถใช้วิธีผสมน้ำอุ่นในกะละมังใบใหญ่ ๆ แล้วแช่ขาลงแทนก็ได้ค่ะ โดยให้นวดสักครึ่งชั่วโมง หลังจากขึ้นจากน้ำก็ให้นวดซ้ำอีกรอบสัก 10-20 นาที ทำแบบนี้แค่อาทิตย์เดียวรับรองว่าขาอวบ ๆ จะเล็กลงได้อย่างน่าตกใจ เพราะนอกจากจะช่วยนวดต่อมน้ำเหลืองให้ไหลเวียนได้ดีแล้ว วิธีนี้ยังสามารถสลายไขมันบริเวณต้นขาได้อีกด้วยจ้า

วิธีทําให้ขาเล็ก

ลดต้นขาด้วยการยืดขา

การยืดเส้นที่ขาทุกวันจะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและสลายไขมันที่เกาะอยู่บริเวณใต้ผิวหนังได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบนั่งไขว่ห้างบ่อย ๆ หรือเดินเป็นเวลานาน ๆ โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นั่งกับพื้น กางขาทั้งสองข้างออกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก้มตัวลง เหยียดแขนขวาไปแตะปลายเท้าขวาค้างไว้ 10 วินาทีแล้วยืดตัวขึ้น จากนั้นให้สลับไปทำข้างซ้ายอีก 10 วินาที ทำสลับไปมาหลาย ๆ ครั้ง และให้ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยสลายเซลลูไลท์และป้องกันอาการขาหมูไปได้ในตัวค่ะ

วิธีทําให้ขาเล็ก

ลดต้นขาด้วยการวิ่งให้ถูกวิธี

การวิ่งอย่างถูกวิธี โดยที่จะไม่ทำให้ต้นขาใหญ่คือ ต้องวิ่งแบบยืดอก ตัวตรง ก้าวเท้าไปข้างหน้า และเอาส้นเท้าลงพื้นก่อนเหมือนกับเดินเพื่อป้องกันการรองรับน้ำหนักที่มากเกินไปของน่องขา โดยให้วิ่งบนพื้นเรียบ ๆ เท่านั้น จะช่วยลดทั้งขนาดกล้ามเนื้อและไขมันส่วนเกินบริเวณน่องได้ แถมยังจะทำให้ขาดูเรียวกระชับมากขึ้นอีกด้วย

วิธีทําให้ขาเล็ก

ลดต้นขาด้วยการบริหารต้นขา

วิธีนี้เป็นวิธีบริหารลดต้นขาแบบฉบับของสาวญี่ปุ่น ซึ่งทำได้ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ เพียงแค่นั่งลงบนเก้าอี้ แล้วหาหนังสือสัก 1-2 เล่มมาหนีบไว้ระหว่างขาให้แน่น (อย่าให้หนังสือตกนะคะ) โดยทำค้างไว้เท่าที่คุณสามารถทำได้ ยิ่งนานเท่าไรก็ยิ่งดีค่ะ หากสาว ๆ ทำเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง รับรองว่าต้นขาของคุณจะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ เห็นไหมคะว่าง่ายแสนง่าย แถมยังสามารถทำไปพร้อม ๆ กับกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น นั่งทำงาน นั่งดูโทรทัศน์ นั่งอ่านหนังสือ หรือนั่งเล่น เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นวิธีบริหารต้นขาที่สาว ๆ ญี่ปุ่นเขาปฏิบัติกันแล้วได้ผลมาก ๆ เลยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเทคนิคแสนง่ายที่จะช่วยเปลี่ยนขาอวบ ๆ ตัน ๆ ให้เรียวสวยที่กระปุกดอทคอมนำเอามาฝากกันในวันนี้ สำหรับสาว ๆ ที่ชื่นชอบวิธีไหนก็จัดกันไปได้เลยค่ะ หรือถ้าอยากให้ขาเล็กลงเร็ว ๆ ก็ทำให้ครบทุกวิธีเลยยิ่งดี รับรองว่าเห็นผลเร็วทันใจ อีกไม่นานสาว ๆ ก็จะสามารถโชว์เรียวขาสวย ๆ ได้แน่นอนจ้า ลดต้นขา.

สูตรลดริ้วรอย มีสาเหตุหลักมาจากความหย่อนคล้อยของผิว

สูตรลดริ้วรอย  มีสาเหตุหลักมาจากความหย่อนคล้อยของผิว อันเนื่องมาจากคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวเกิดเสื่อมประสิทธิภาพจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ริ้วรอยบริเวณร่องแก้มยังมาจากปัจจัยกระตุ้นและพฤติกรรมอื่น ๆ อีกเช่น การสูบบุหรี่ รังสียูวีจากแสงแดด ที่เป็นตัวส่งผลให้เกิดการทำลายโครงสร้างผิว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วรอยย่นที่แก้มจะมีลักษณะเป็นร่องลึกเป็นเส้นยาวตั้งแต่บริเวณปีกจมูกโค้งลงมาถึงที่มุมปาก หรืออาจยาวลงมาถึงคางเลยทีเดียว สูตรลดริ้วรอย.

สูตรลดริ้วรอย

สูตรลดริ้วรอย แต่งหน้าลดร่องแก้ม ด้วยเทคนิคดังต่อไปนี้จะช่วยทำให้คนที่มีปัญหาร่องแก้มลึกมีผิวเรียบเนียนได้อย่างไม่ยากเย็น ! โดยเริ่มจากให้แต้มครีมรองพื้น 5 จุด ให้ทั่วทั้งใบหน้า (หน้าผาก, จมูก, คาง และแก้มทั้งสองข้าง) จากนั้นให้ใช้ฟองน้ำเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าจนเรียบเนียน ส่วนบริเวณร่องแก้มให้ใช้คอนซีลเลอร์ชนิดดินสอเนื้อบาง ๆ ที่สีสว่างกว่าผิวจริง (คอนซีลเลอร์เนื้อดินสอจะเกาะผิวได้ดีกว่าชนิดอื่น ๆ) โดยเขียนลงไปบริเวณร่องแก้ม แล้วใช้ปลายนิ้วกลางค่อย ๆ ตบและเกลี่ยคอนซีลเลอร์แบบเบา ๆ จนกระทั่งเนื้อครีมเรียบกลมกลืนไปกับผิว (สาเหตุที่เป็นนิ้วกลางก็เพราะว่า นิ้วกลางจะมีคุณสมบัติในเรื่องของความอุ่นที่ช่วยทำให้ครีมรองพื้นและคอนซีลเลอร์ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน และช่วยลดปัญหารองพื้นเป็นคราบระหว่างวันได้เป็นอย่างดี) จากนั้นให้ใช้แป้งฝุ่นปัดทับเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าเพื่อรองพื้นเซตตัว แล้วจึงค่อยแต่งหน้าในขั้นตอนอื่นต่อไป
แต่งหน้าลดร่องแก้มสูตรลดริ้วรอย
นวดหน้าลดริ้วรอย การใช้มือนวดคลึงบนใบหน้าเบา ๆ เป็นประจำ ประมาณ 15 นาที จะช่วยทำให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณใบหน้ามากยิ่งขึ้น จึงช่วยทำให้ผิวเปล่งปลั่ง อัตราการเกิดริ้วรอยก็ลดน้อยลง
บริหารหน้าลดริ้วรอยร่องแก้ม ด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงแค่ออกเสียง เอ อี ไอ โอ ยู (A E I O U) โดยเกร็งกล้ามเนื้อให้มากที่สุด ซึ่งการออกเสียงโดยการเกร็งกล้ามเนื้อรอบปากก็เหมือนกับการทำโยคะหน้าไปในตัว แต่วิธีนี้จะช่วยเน้นการลดริ้วรอยร่องแก้ม ส่วนอีกสูตร ใน 1 เซ็ท จะมีอยู่อยู่กัน 5 สเต็ป โดยเริ่มจากสเต็ปแรก ให้อ้าปากให้กว้างมากเท่าที่จะทำได้ค้างไว้ นับ 1-10 สเต็ปต่อมา ให้ทำปากจู๋ ยื่นริมฝีปากออกไปให้มากที่สุด (แต่ห้ามเม้มปาก) นับ 1-10 สเต็ปที่ 3 ให้ยิ้มจนมุมปากตึงทั้งซ้ายและขวา นับ 1-10 สเต็ปที่ 4 ให้เหยียดริมฝีปากไปทางด้านซ้ายให้มากที่สุด นับ 1-10 และสเต็ปสุดท้ายให้เหยียดริมฝีปากไปด้านขวาให้ได้มากที่สุด แล้วนับ 1-10 โดยให้ทำวันละ 3 เซ็ท เป็นประจำทุกวัน
บริหารหน้าลดริ้วรอยร่องแก้มสูตรลดริ้วรอย
การทำทรีทเม้นท์ประเภทยกกระชับต่าง ๆ ที่ช่วยยกกล้ามเนื้อใบหน้าให้กระชับเต่งตึงยิ่งขึ้นได้ รวมไปถึงการทำไอออนโตหรือโฟโนโดยใช้เจลคอลลาเจนหรือไฮย่า ก็ช่วยลดริ้วรอยร่องแก้มได้เช่นกัน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมออาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง
ฉีดโบท็อกซ์ (ฉีดลดริ้วรอย) นับเป็นเทรนเสริมความงามยอดนิยมของโลก นอกจากจะช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลงได้แล้ว การฉีดโบท็อกซ์ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อก็ช่วยกระชับแก้มและลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้จางหายไปได้เหมือนกัน โดยจะเริ่มเห็นผลหลังการฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าข้างแก้มทั้งสองข้างจะดูเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น แต่วิธีนี้จะใช้ผลดีกับผู้ที่มีร่องแก้มตื้น ๆ เท่านั้น ถ้าร่องแก้มลึกมากก็อาจจะไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงมากนัก
ฉีดโบท็อกซ์ลดร่องแก้มสูตรลดริ้วรอย
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม (ฉีดร่องแก้ม) เทรนฮิตติดลมที่ตามโบท็อกซ์มาติด ๆ สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เติมร่องแก้ม จะเป็นการฉีดสารเติมเต็มตามธรรมชาติซุึ่งอยู่ได้ชั่วคราว (Hyaluronic acid – ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมและผ่าน อย. ในบ้านเราจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ยี่ห้อ คือ Restylane และ Esthelis) เข้าไปในผิวหนังบริเวณที่เป็นริ้วรอยร่องลึกเพื่อเต็มเติมให้ผิวดูเรียบเนียนและเต่งตึงไร้ริ้วรอย หลังฉีดเสร็จบริเวณที่ฉีดจะมีอาการบวมตึง แดงเล็กน้อย หรือเขียวช้ำประมาณ 1-2 วัน และจะหายไปเองประมาณ 1-2 สัปดาห์ วิธีนี้เรียกได้ว่าฉีดเสร็จปุ๊ป ผิวจะอวบอิ่มและเต่งตึงขึ้นมาแบบทันตาเลยทีเดียว โดยทั่วไปแล้วสารเติมเต็ม (Hyaluronic acid) จะอยู่ได้นานประมาณหนึ่งถึงสองปี (ถ้าเป็นของแท้) แต่หากอยู่ในสภาวะที่ต้องเจอความร้อนสูงอย่างการเข้าซาวน่าเป็นประจำจะทำให้อายุของสารเติมเต็มน้อยลง
ฉีดร่องแก้ม
ร้อยไหมดึงหน้า จัดเป็นการยกกระชับอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้ผลดีและรวดเร็ว เมื่อไหมเข้าสู่ผิวหนังจะทำให้เกิดการอักเสบเล็ก ๆ ของผิวหนังที่ร้อยไหมเข้าไป จึงเป็นการช่วยกระตุ้นการสร้างเลือดใหม่ ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น และมีผลให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนรอบ ๆ เส้นไหม จึงเกิดการยกกระชับมากขึ้น
ร้อยไหมลดร่องแก้มสูตรลดริ้วรอย
ลดริ้วรอยด้วยเลเซอร์ (เลเซอร์ร่องแก้ม) เป็นการใช้เครื่องมือเลเซอร์ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อเป็นการช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ได้แก่ Nd:YAG, Fractional laser และ IPL
สร้างคอลลาเจนจากเกล็ดเลือด (PRP – Platelet Rich Plasma) เป็นการนำเลือดของเราเองที่ผ่านกระบวนการคัดแยกเกล็ดเลือด (ใช้เลือดเพียงไม่กี่ซีซี) แล้วนำมาฉีดกลับเข้าไปที่ผิวในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งเกล็ดเลือดนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์รอบ ๆ ตัวมัน จึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอวบอิ่ม แต่วิธีนี้จะต้องทำเดือนละครั้งติดต่อกัน 3 เดือน หลังจากนั้นก็สามารถเว้นระยะได้เกือบปี
PRP
ใช้สารเติมเต็มที่สร้างจาก Stem cell ซึ่งสกัดมากจากเซลล์ในร่างกายของเราเอง วิธีนี้จะเป็นการดูดเอาไขมันบริเวณหน้าท้องออกมา แล้วนำมาผ่านกระบวนการคัดแยกเซลล์ต้นกำเนิดจากไขมัน และกระตุ้น ซึ่งจะได้เซลล์ต้นกำเนิดที่ดีกว่าในเลือด สามารถให้ผลการรักษาที่ดีกว่าการสร้างคอลลาเจนจากเกล็ดเลือด ทำเพียงปีละครั้ง แต่ราคาทำต่อครั้งค่อนข้างแพง และมีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก เพราะการเอาเลือดออกมาเพียงไม่กี่ซีซีย่อมง่ายกว่าการเอาไขมันออกมาจากร่างกาย
Fractional RF Microneedle เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มมวลของผิวให้กับใบหน้า โดยเป็นการใช้เทคโนโลยีพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ส่งพลังงานไปกระตุ้นองค์ประกอบสำคัญของผิว คือ คอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูโรนิค แอซิดพร้อมกันในคราวเดียวกัน เป็นการส่งพลังงานลงไปที่ใต้ผิวเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างมวลผิวด้วยตัวเอง จุดเด่นอีกอย่างของเครื่องมือชนิดนี้ก็คือมันจะส่งพลังงานเป็นระยะ ๆ ในอุณหภูมิแบบคงที่ด้วยเข็มนาโนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้พลังงานลงสู่ผิวชั้นลึกที่เราต้องการได้โดยตรง ไม่เกิดการสูญเสียพลังงานไประหว่างชั้นผิวและไม่ทำลายเซลล์ผิวส่วนอื่น ๆสูตรลดริ้วรอย.

วิธีขาวเร็วที่สุด ค่านิยมของคนในบ้านเรามักชอบคนผิวขาวสวยสุขภาพดี

วิธีขาวเร็วที่สุด ค่านิยมของคนในบ้านเรามักชอบคนผิวขาวสวยสุขภาพดี จึงไม่แปลกที่คนในยุคนี้โดยเฉพาะบรรดาสาวๆจะหันไปพึ่งนวัตกรรมในการทำให้ผิวของตัวเองแลดูขาวสดใส ออร่าจับอย่างการฉีดสีผิวให้ขาวแบบรวดเร็วทันใจ ทั้งนี้ อย่าลืมว่าวิธีการดังกล่าวอาจส่งผลข้างเคียงได้หากใช้ส่วนผสมที่ไม่เหมาะสม หรือขาดความเชี่ยวชาญ ที่สำคัญต้องแลกไปกับค่าใช้จ่ายแสนแพง วันนี้เราจะพามาดูวิธีขาวไว ขาวใสแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งสารเคมี ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย วิธีขาวเร็วที่สุด.

วิธีขาวเร็วที่สุด
วิธีขาวเร็วที่สุด สูตรพอกผิวเร่งด่วน ขาวได้ภายใน 7 วัน
หากใครยังไม่พอใจกับวิธีขาวไวข้างต้น ลองมาดูสูตรธรรมชาติที่ใช้พอกผิวให้ขาวแบบเร่งด่วน ภายใน 7 วัน โดยวิธีขาวไวด้วยสูตรพอกผิว มีส่วนผสมดังนี้วิธีขาวเร็วที่สุด
– มะขามเปียก 2 กำ
– มะนาว 1 ลูก
– ผงขมิ้น
– น้ำมันมะพร้าว
– น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะวิธีขาวเร็วที่สุด
– โยเกิร์ตรสธรรมชาติแช่เย็น 1 ถ้วย
– นมสดแช่เย็น 1 กล่อง
สำหรับขั้นตอนการทำ ให้ผสมมะขามเปียก มะนาว ผงขมิ้น น้ำมันมะพร้าว น้ำผึ้งลงในภาชนะ คนส่วนผสมให้เข้ากัน โดยให้หยิบกากมะขามเปียกออกไป ไม่เช่นนั้นถ้านำมาขัดผิวอาจทำให้ผิวถลอกปลอกเกิดได้ ส่วนผงขมิ้นใส่ให้พอดี อย่ามากเกินไป เพราะเดี๋ยวตัวเหลืองเว่อร์ คนเห็นอาจตกอกตกใจ
เตรียมส่วนผสมเรียบร้อยแล้วก็ให้พักไว้ ไปอาบน้ำให้เสร็จสรรพ จากนั้นนำส่วนผสมมาทาถูให้ทั่วเรือนร่าง พร้อมๆกับขัดผิว โดยให้ขัดวนเป็นวงกลมทีละจุด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที (อาจรู้สึกเหนียวเหนอะหนะก็ทนเอาหน่อย) แล้วล้างออกให้สะอาด
ขั้นตอนต่อไปให้นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติผสมกับนมสด แล้วคนให้เข้ากัน ทีนี้ก็ได้เวลาอาบน้ำแร่แช่น้ำนม โดยนำโยเกิร์ตกับนมที่ผสมไว้มาพอกให้ทั่วตัว รวมถึงใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก พอกทิ้งไว้สัก 30-60 นาทีจึงค่อยล้างออกให้สะอาด หากกลัวไม่สะอาดให้ล้างด้วยน้ำสบู่เบาๆอีกรอบ สุดท้ายเช็ดตัวให้แห้ง ควรทาโลชั้นหรือครีมบำรุงผิวที่ท่านคุ้นเคย เป็นอันเสร็จ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรใช้สูตรพวกตัวนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งสูตรนี้อาจเป็นทำให้รู้สึกระคายเคือง แสบๆคันๆเล็กน้อย ก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะสูตรพอกผิวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เผยผิวใหม่ที่สุขภาพียิ่งกว่าจนลืมเรื่องผิวหมองคล้ำไปได้เลย อย่างไรก็ดี หากรู้สึกระคายเคืองผิวมากเกินกว่าปกติ ให้ล้างน้ำออกให้สะอาดทันที เพราะผิวของคุณอาจบอบบางจนเกิดอาการแพ้ วิธีขาวเร็วที่สุด.