ครีมหน้าขาว เวชสำอางค์คืออะไร? เวชสำอางค์ คือ

ครีมหน้าขาว เวชสำอางค์คืออะไร? เวชสำอางค์ คือ เครื่องสำอางค์ ครีม ที่ใส่สารออกฤทธิ์เข้าไปใน % ที่มากกว่าปกติ แต่ก็ไม่ถึงกับที่หมอใช้ได้ ซึ่งสารแต่ละตัวจะถูกกำหนดให้ใส่ในปริมาณไม่เกินเท่านี้ แต่ถ้าเกินกว่านี้ก็ทำได้แต่จะถูกจัดให้เป็นเวชสำอางค์ไป ไม่ใช่เครื่องสำอางแล้ว ซึ่งเวชสำอางค์นั้นจะมีการควบคุมการผลิตที่เข้มงวดกว่าเครื่องสำอางค์แบบทั่วๆไปมาก ถ้าพูดแบบเห็นภาพง่ายๆก็คือ เวชสำอางค์ จะอยู่กึ่งกลางระหว่างเครื่องสำอางค์กับยานั่นเอง ครีมหน้าขาว.

ครีมหน้าขาว

ครีมหน้าขาว ไปเรื่องเวชสำอางค์ซะยาว กลับมาที่ผลิตภัณฑ์แบบเนื้อซีรั่มกันต่อ ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์แบบเนื้อซีรั่มนั้นมันใส่สารบำรุงผิวเข้าไปเยอะจึงไม่ต้องแปลกใจที่มันจะมีราคาแพงกว่าครีมแบบทั่วๆไป สังเกตดูได้ ผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่มีคำว่าซีรั่มอยู่ในชื่อ ส่วนใหญ่ราคาสูงทุกตัว บางยี่ห้อขวดเล็กนิดเดียวราคาหลายพันก็มี ถามว่าแพงอย่างนี้แล้วใช้ดีมั้ย ถ้าตอบแบบตรงไปตรงมาก็ใช้ดีถึงดีมาก เพราะมันมีสารบำรุงผิวแบบเข้มข้นผสมอยู่ด้วย เวลาใช้ย่อมเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าได้ดีกว่าครีมแบบทั่วๆไปแน่นอนครีมหน้าขาว

ผลิตภัณฑ์แบบเนื้อฟลูอิด(Fluid) หรือ เอสเซ้นส์ (Essence)

ฟังชื่อแล้วหลายคนอาจไม่ค่อยคุ้น ผมเองตอนฟังครั้งแรกก็ยังสงสัยว่ามันคืออะไรเหมือนกัน ปกติเราก็จะรู้จักผลิตภัณฑ์แบบเนื้อเจล โลชั่น ครีม และซีรั่มกันมากกว่า ผลิตภัณฑ์แบบเนื้อฟลูอิด(Fluid) หรือ เอสเซ้นส์ (Essence) คือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำโมเลกุลของครีมหรือสารให้มีขนาดเล็กลง หรือที่เราคุ้นหูว่าแบบนาโน ซึ่งมันช่วยให้ผลิตภัณฑ์แบบเนื้อฟลูอิดนี้ซึมเข้าผิวได้ดีขึ้น ส่วนใหญ่จะอยู่รูปแบบ water base ซึ่งเป็นเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงซีรั่มมาก ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาในรูปแบบนี้มาขึ้นเช่นกัน ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์เคาน์เตอร์แบร์นด หรือผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงครีมหน้าขาว

แล้วคนเป็นสิวควรใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อแบบไหนดีที่สุด?

ความจริงแล้วการที่เราจะบอกว่าเราเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์เนื้อแบบไหน ผมว่ามันขึ้นอยู่กับลักษณะผิวของคนเรามากกว่า เช่น ถ้าเราผิวแห้งเราก็น่าจะเหมาะกับผลิตภัณฑ์แบบครีม ถ้าเราผิวผสมหรือผิวมันเราก็จะเหมาะกับผลิตภัณฑ์แบบโลชั่นหรือเจลมากกว่า ซึ่งถ้ามองจากจุดนี้คนเป็นสิวก็น่าจะเหมาะกับผลิตภัณฑ์แบบเนื้อเจลมากที่สุด เพราะคนเป็นสิวส่วนใหญ่มักจะมีผิวมัน ซึ่งไม่ถูกต้องเสมอไป มีหลายคนที่เข้าใจผิดว่าตัวเองผิวมัน แต่พอไปตรวจดูกลับพบว่าตัวเองเป็นคนผิวแห้งก็มี ส่วนเนื้อผลิตภัณฑ์แบบซีรั่มและแบบฟลูอิดก็เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่น่าสนใจ จะเหมาะกับเรื่องการดูแลผิวให้ออ่นกว่าวัย ช่วยลดริ้วรอย รอยตีนกา ร่องลึก หรือที่เราเรียกว่าผลิตภัณฑ์ Anti Aging นั่นเอง

นอกจากที่เราจะใส่ใจกับเนื้อผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังต้องคำนึงถึงสารสำคัญที่ผสมอยู่ในครีมต่างๆอีกด้วย สมมุติว่าเราบอกว่าเราเป็นคนผิวมันก็เลยเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์เนื้อเจล แต่บังเอิญว่าผิวเราไม่ถูกกับสารที่ผสมอยู่ในเจลที่ว่า ทำให้ผิวเราเกิดการอุดตันทำให้สิวขึ้น หรืออาจทำให้เกิดอาการแพ้ หน้าเป็นตุ่ม ผื่น เป็นสิวผดขึ้นมาก็มี เพราะฉะนั้นการเลือกใช้ครีมทาผิวเราจำเป็นต้องมองทั้ง 2 เรื่องนี้ควบคู่กันไป เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้เลือกครีมที่เหมาะสมกับผิวหน้าของเราจริงๆ และมั่นใจได้ว่าทาหน้าแล้วสิวจะไม่ขึ้นเพิ่ม (แค่ที่เป็นอยู่ก็กลุ้มใจมากพอแล้ว) สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านบล็อก Acnedefend ทุกคนนะครับ ครีมหน้าขาว.

ลดริ้วรอย สำหรับใครที่กำลังมองหาคำตอบในการดูแลรักษารอยย่นเป็นร่อง

ลดริ้วรอย สำหรับใครที่กำลังมองหาคำตอบในการดูแลรักษารอยย่นเป็นร่องบริเวณแก้ม งานนี้ห้ามพลาด ! เพราะเราได้นำเคล็ดลับในการดูแลตัวเองและวิธีรักษาร่องแก้มอย่างได้ผลมาฝาก !! ถ้าอยากจะเพิ่มความสดใสไร้ริ้วรอย เปลี่ยนใบหน้าตัวเองให้ดูเด็กลงก็อย่ารอช้าไปดูกันลดริ้วรอย.

ลดริ้วรอย

ลดริ้วรอย วิธีลดร่องแก้ม
นอนหงายไร้ริ้วรอย ท่านอนถือเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการเกิดริ้วรอย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม” ซึ่งปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ชอบนอนตะแคงเป็นประจำ เพราะจะทำให้ใบหน้าถูกกดทับเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดรอยย่นเป็นร่องลึกแบบยากที่จะแก้ไข ลองคิดดูว่าแค่เพียง 1 คืน ผิวหน้าของคุณถูกกดทับนานแค่ไหน? ดังนั้นการนอนอย่างถูกวิธีด้วยการนอนหงายจึงเป็นการป้องกันและลดการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดีลดริ้วรอย
ไม่หัวเราะเกินความจำเป็น แม้การหัวเราะจะเป็นสิ่งที่ดีและเป็นตัวบ่งบอกถึงความสุขของมนุษย์อย่างเราก็ตาม แต่การหัวเราะที่มากเกินความจำเป็น หัวเราะจนไม่แคร์ผิวหน้า ก็คงจะไม่ดีต่อสุขภาพผิวหน้านัก ! เพราะสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยร่องแก้มก็มาจากการหัวเราะหรือยิ้มมากจนเกินไปนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้ความว่าคุณจะต้องทำหน้านิ่งหรือบึ้งตลอดเวลานะ เพียงแค่ลดการหัวเราะที่ไม่จำเป็นหรือหัวเราะกว้างจนเกินไปก็เท่านั้น
หลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดรังสี UV เพราะแสงแดดเป็นตัวการทำลายผิว หากต้องออกไปข้างนอก คุณควรหมั่นทาครีมกันแดดบริเวณใบหน้าและลำคอเป็นประจำ
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะเครียด การล้างถูหน้าแรง ๆ การเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดริ้วรอยและความเหี่ยวย่นที่มากยิ่งขึ้น
ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นประจำก็สามารถช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีใบหน้าที่แสนอ่อนเยาว์และไร้ริ้วรอยอยู่ตลอดเวลา เพราะการออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ รวมทั้งริ้วรอยร่องแก้มได้อย่างไม่น่าเชื่อลดริ้วรอย
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว ผลไม้ หรืออาหารทะเล ซึ่งอาหารเหล่านี้จะอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รวมถึงเกลือแร่ที่มีส่วนช่วยทำให้ผิวสดใสและคงความชุ่มชื่นอยู่เสมอ และที่สำคัญคุณควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยบำรุงผิวให้ดูและช่วยระบบการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ
อาหารเสริมช่วยได้ ให้เลือกอาหารเสริมหรือวิตามินที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและฟื้นฟูสภาพผิว ปกป้องผิว ลดรอยเหี่ยวย่น และป้องกันการทำลายของอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของพลังงาน อย่างเช่น วิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยกักเก็บและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นประจำ อย่างพวกครีมหรือเซรั่มที่มีสารบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้นและชะลอการเกิดริ้วรอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครเป็นคนผิวแห้งก็ยิ่งไม่ควรละเลยการทาครีมบำรุงโดยเด็ดขาด ส่วนเวลาทาครีมนั้นก็ให้ปัดขึ้นเสมอ (ประมาณ 10-20 ครั้ง) โดยใช้นิ้วกลางปักจากลางริมฝีปากไล่เรื่อยไปหาโหนกแก้มลดริ้วรอย.

กระ ฝ้า เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป

กระ ฝ้า เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกัน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า
กระ ฝ้า แต่อย่างไรก็ตามการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลง
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้กระ ฝ้า
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัด
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัด
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที
กระนั้นก็ตาม วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำแบบธรรมชาติ ท่านผู้อ่านต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีผิวที่แพ้ง่าย ดังนั้น อีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยสุขภาพดีอีกครั้ง ก็คือการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว แม้จะเป็นผิวแพ้ง่าย กระ ฝ้า.

ครีมรักษาสิว วิธีสั่งเกตุง่ายๆนะคะสิวอักเสบจะเป็นสิวไม่มีหัว

ครีมรักษาสิว วิธีสั่งเกตุง่ายๆนะคะสิวอักเสบจะเป็นสิวไม่มีหัว หมายความว่า ไม่มีหัวหนองเลย ถ้ามีหนองจะเรียกว่าสิวอุดตัน จะเป็นหัวแดง ๆ คล้าย ๆ กับการอักเสบของผิวเป็นตุ่มขึ้นมา ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนนึกภาพไม่ออกก็ดูตามรูปด้านบนเลย นะคะ สำหรับสาเหตุการเกิดส่วนมากจะเกิดมาจากการที่เราใช้เครื่องสำอาง หรือว่าครีมต่าง ๆ แล้วเกิดการสะสม พอมีการสะสมไปเรื่อย ๆ สารต่าง ๆ จะเกิดปฎิกิริยากับผิว ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น สำหรับคนที่ไม่ใช้เครื่องสำอาง เรื่องของฝุ่นเองก็มีส่สวนทำให้สิวอักเสบขึ้นมาเหมือนกัน ครีมรักษาสิว.

ครีมรักษาสิว
ครีมรักษาสิว วิธีรักษาสิวอักเสบ ยารักษาสิวอักเสบ กับวิธีรักษาที่ได้ผลที่สุด รับรองหน้าใสไร้สิวแน่นอน
วิธีรักษาสิวอักเสบ ยารักษาสิวอักเสบ กับวิธีรักษาที่ได้ผลที่สุด รับรองหน้าใสไร้สิวแน่นอน
ขั้นตอนที่ 1 ให้หยุดการใช้ครีมต่าง ๆ โดยเฉพาะใครที่ใช้ครีมหน้าขาว หน้าใส ให้งดเลยนะคะ เพราะว่าครีมเหล่านี้จะมีสารไลท์เทนนิ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบเลย และถ้ามีการใช้เครื่องสำอางอยู่ให้พยายามลดการใช้ลง จากใช้สัปดาห์ละ 7 วัน ให้พักหน้าสัก 1- 2 วัน ถ้าไม่ใช้เลยยิ่งดี แต่อย่างเรา ๆ คงหยุดไม่ได้อยู่แล้ว อิอิ พยายามพักหน้าก่อนนะคะ ตอนนี้เราก็ตัดสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบได้ไปหมดแล้ว ทีนี้เรามาเริ่มรักษากันครีมรักษาสิว

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากที่เราพักสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบทั้งหมด ให้เปลี่ยนมาใช้ Aloe Gel ลองหาข้อมูลดูนะคะ เป็นครีมบำรุงเพื่อให้หน้าของเราชุ่มชื้นและลดการอักเสบของสิวอักเสบได้ แนะนำให้ถามเภสัชว่า ALoe Gel ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกฮออล์ ซึ่งขั้นตอนนี้เราจะไม่มีการเติมเชื้อสิวเข้าไป (ขั้นตอนที่1 งดสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ)

ขั้นตอนที่ 3 ลองหาสบู่ที่ช่วยล้างเชื้อสิวออกมาได้มาล้างหน้า ตรงนี้เราจะล้างเชื่อสิวที่สะสมมาที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบ แนะนำเป็น Paris White & Acne นะคะ (ค้นหาบนเว็บเลย หรือว่าเราแนะนำที่นี่)หลาย ๆ คนทำไมเป็นสิวแล้ว เป็น ๆ หาย ๆ เพราะว่าเรามีการสะสมเชื้อสิว( เชื้อสิวคือ อ่านได้ที่ ขั้นตอนที่ 1 ) สะสมที่ผิวของเรา ทำให้ไม่หายสักทีสบู่ตัวนี้จะช่วยล้างออกมาได้ ให้ล้างวันละ 2 ครั้ง และทา Aloe Gel ตาม จะทำให้สิวอักเสบยุบเร็วและที่สำคุัญเชื้อสิวต่าง ๆ จะค่อย ๆ หมดไป ให้ทำประมาณ 2- 3 สัปดาห์ติดต่อกัน ตอนนี้หน้าของอ้อดีขึ้นแล้ว ครีมรักษาสิว.

ลดความอ้วนผู้ชาย วันนี้เราเลยสรรหาวิธีลดพุงมาฝากกันด้วย

ลดความอ้วนผู้ชาย วันนี้เราเลยสรรหาวิธีลดพุงมาฝากกันด้วย หนุ่ม ๆ สมัยนี้นิยมหันมาออกกำลังกายหวังลดไขมันส่วนเกิน เพื่อรูปร่างที่ดีกันมากขึ้น โดยเฉพาะไขมันหน้าท้องที่ค่อนข้างกำจัดได้ยาก ซึ่งลำพังการออกกำลังอย่างเดียวยังไม่พอ แต่ยังต้องควบคุมอาหาร เลือกทานแต่ของที่มีประโยชน์ด้วย กล้ามเนื้อหน้าท้องถึงจะสวยและแข็งแรง  ลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

ลดความอ้วนผู้ชาย – เพิ่มความเข้มข้นให้การฝึกคาร์ดิโอ

แม้จะออกกำลังทุกวัน แต่หากคุณแค่ทำ ๆ ไปอย่างนั้นให้ครบชั่วโมงแบบไม่ตั้งใจ เชื่อเถอะว่ายังไงผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็ไม่เป็นอย่างที่ต้องการ ลองเพิ่มความเข้มข้นให้กับการออกกำลังด้วยการคาร์ดิโอให้หนักขึ้นสิ เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ามันเป็นวิธีออกกำลังที่เผาผลาญไขมันได้ดีเอามาก ๆ เนื่องจากร่างกายจะรีดเอาไขมันส่วนเกินออกไปแทบทุกส่วน นั้นรวมถึงพุงด้วย โดยแต่ละวันก็สลับกันออกกำลังด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน เป็นต้น

– แขม่วหน้าท้องเป็นระยะ ๆลดความอ้วนผู้ชาย

นี่เป็นเคล็ดลับการลดหน้าท้องที่หนุ่ม ๆ หลายคนอาจมองข้าม ทั้งที่การแขม่วท้องนั้นช่วยให้หน้าท้องหายไปได้จริง ง่าย ๆ เลยให้คุณแขม่วพุงค้างไว้ครั้ง 10-15 วินาที ทำอย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง แล้วคุณจะทึ่งกับผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งวิธีนี้มันเจ๋งตรงที่จะทำที่ไหนเมื่อไรก็ได้ แม้กระทั่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

ดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 10-12 แก้วต่อวัน

– ดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 10-12 แก้วต่อวันลดความอ้วนผู้ชาย

เราอาจเคยได้ยินบ่อย ๆ ว่าอย่างน้อยให้ดื่มน้ำเปล่าวันละ 8 แก้วต่อวัน แต่หากดื่มได้มากกว่านั้นอีกนิด ร่างกายของคุณจะขับของเสียในร่างกายออกไปทางปัสสาวะได้มาก และยังช่วยลดอาการท้องอืดได้อีกต่างหาก ฟังดูอาจเป็นอะไรที่ทำได้ยากสักหน่อยโดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยดื่มน้ำ แต่หากพยายามฝึกให้เป็นนิสัยได้ รับรองว่าคุณจะมีหน้าท้องที่สวยได้

– ลดน้ำตาล ห่างไกลความหวานบ้างก็ได้

ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าบรรดาอาหารจานโปรด ขนมหวานที่แสนน่ากินต่าง ๆ หรือเครื่องดื่มบางชนิดนั้นมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เรียกได้ว่าหากนำมาเปรียบเทียบเป็นช้อนชาคุณต้องตกใจในปริมาณของมันมากชัวร์ ๆ

– แพลงกิ้งช่วยได้เยอะนะ

สำหรับคนที่เบื่อกับการซิทอัพลดพุงทุกวัน ลองสลับมาทำท่าแพลงกิ้งดูบ้างสิ รับประกันว่าผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้คุณร้องว้าววววว เลยทีเดียว ที่สำคัญยังเป็นวิธีบริหารหน้าท้องที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์แพง ๆ เลยด้วยซ้ำ แค่เสื่อออกกำลังหรือหาผ้ามาปูก็พอ ทั้งนี้ แนะนำให้ทำทั้งแพลงกิ้งแบบที่นอนคว่ำหน้าธรรมดา และแพลงกิ้งด้านข้างสลับไปกันนะ

– เน้นออกกำลังบริหารหน้าท้องให้มากขึ้น

ในเมื่อไม่อยากมีพุง คำตอบที่ชัดเจนที่สุดก็คือเน้นออกกำลังท่าที่ช่วยลดหน้าท้องให้มาก ๆ นอกเหนือจากซิทอัพและแพลงกิ้งแล้ว ท่า Leg Raises, Crunch และ V-sit ก็ช่วยให้กล้ามท้องของคุณแข็งแรงและสวยได้รูปได้เช่นกัน ขอเพียงฝึกบริหารอย่างต่อเนื่องและมีวินัยในการกิน ลดความอ้วนผู้ชาย.

สิวอุดตัน วันนี้เราจะมาบอกวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติมากัน

สิวอุดตัน วันนี้เราจะมาบอกวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติมากัน นั่นก็คือ วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยสับปะรด สาวๆ หลายคนคงจะสงสัยว่าผลไม้ชนิดนี้ มันสามารถนำมาใช้ในการรักษาสิวอักเสบได้อย่างไร ก็เนื่องจากสับปะรดมีเอนไซม์ papain ที่ช่วยย่อยเซลล์ที่ตายแล้วของชั้นผิวหนังให้หลุดออกมา ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น และที่เป็นจุดสำคัญอีกอย่างก็คือ สับปะรดมีเอนไซม์ Bromelain ที่ช่วยลดการอักเสบของแผลที่ผิวหนังได้อย่างดีเลยล่ะ สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน สูตรสับปะรดรักษาสิวฝ้าสิวอุดตัน

นำสับปะรดมาล้างแล้วหั่นสับปะรดเป็นชิ้นๆ ให้ได้ 1 จานรองถ้วยกาแฟ ใช้ส้อมยีๆ หรือปั่นให้เนื้อสับปะรดเละๆ จนละเอียด หลังจากนั้นล้างหน้า เช็ดหน้าพอหมาดๆ แล้วทาสับปะรดให้ทั่วผิวหน้าเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ใช้ปลายนิ้วนวดๆ คลึงๆ ไปด้วย หรือแต้มเฉพาะบริเวณสิวอักเสบ พอกทิ้งไว้ 10 นาที แล้วทิ้งไว้ 20-30 นาที จะเกิดอาการคันยิบๆเพราะสับปะรดกำลังกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกบนใบหน้าของเรา จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้สูตรนี้ได้ทุก 3-4 วัน ถ้าต้องการขจัดกระหรือฝ้าบนใบหน้า สูตรนี้ช่วยให้หน้าหายมันเยิ้ม สับปะรดจะช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างขึ้น ขาวขึ้น กระจะจางลง แต่ถ้าผิวหน้าค่อนข้างแห้งก็ควรใช้สูตรนี้แค่สัปดาห์ละครั้ง

สูตรพอกหน้ารักษาสิวอักเสบ

นำสับปะรดมาปลอกเปลือกและหั่นออกเป็นชิ้นๆไม่ต้องใหญ่มาก แล้วใส่ในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ เทน้ำผึ้งใส่ลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยสัก 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นให้บดส่วนผสมทั้งหมดที่อยู่ในภาชนะให้เข้ากันจนละเอียดพอประมาณ จากนั้นให้นำเอาทั้งน้ำทั้งเนื้อไปพอกที่ผิวหน้า หรือแต้มเฉพาะบริเวณสิวอักเสบก็ได้ แล้วทิ้งไว้ 20-30 นาที หากใครที่มีปัญหาเรื่องสิวอักเสบ ลองนำสูตรนี้ไปใช้ดูอาจจะช่วยได้มากเลยทีเดียว

สูตรพอกหน้าลดปัญหาสิวอุดตัน

นำสับปะรด 1/4 ลูก มาปั่นผสมเข้ากับแตงกวา 1 ลูก และวุ้นว่านหางจระเข้ ผสมเข้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาพอกที่ใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้ามัน จะช่วยลดความมันบนใบหน้า กำจัดสิ่งอุดตัน และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวเนียนขึ้นด้วย

บนใบหน้าของเรามักจะมีสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ ในทุกวันการใช้ชีวิตของเราจะต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศที่เป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ ดังนั้นสับปะรดจึงเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่หาได้ง่าย และที่สำคัญในสับปะรดสามารถกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกบนใบหน้าของเราให้หลุดออกมา ทำให้สิวอักเสบที่กำลังกวนใจคุณอยู่นั้นจะเริ่มยุบและจางหายไปในที่สุด สิวอุดตัน.

ลดความอ้วน 1 เดือน สูตรโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย

ลดความอ้วน 1 เดือน สูตรโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย นี้สามารถลดน้ำหนัก ลดหุ่น ลดพุง ได้จริง เห็นผลตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึงหนึ่งเดือน เลือกทำตามสูตรใดก็ได้ ที่สำคัญคือความมุ่งมั่นและอดทนของตัวเราเอง ความสม่ำเสมอในการควบคุมอาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เรามาดูแต่ละสูตรกันดีกว่า ลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 1 เดือน

ลดความอ้วน 1 เดือน สูตรที่ 1 ลด 7-8 กิโลกรัมใน 2 สัปดาห์

1. มื้อเช้า กินไข่ต้ม 1 ฟอง กินได้ทั้งไข่แดงและไข่ขาว หรือทานโยเกิร์ต 1 ถ้วย แทน
2. มื้อกลางวัน กินสลัดผัก 1 จาน ถ้าไม่ชอบสลัดให้ทานส้มตำ 1 จาน (ไม่หวาน) แทน
3. มื้อเย็น กินแอปเปิ้ล 1 ผล หรือแฮมนึ่ง 1-2 แผ่น แทนได้
4. งดอาหารหลัง 6 โมงเย็น ถ้าหิวให้ดื่มน้ำมากๆ แทน
5. เต้นแอโรบิก 60 นาที อย่างน้อย 4 ครั้งต่อสัปดาห์

สูตรที่ 2 ลด 3-5 กิโลกรัมใน 2 สัปดาห์

1. กินอาหารวันละ 700-800 แคลอรี่ลดความอ้วน 1 เดือน
2. กินสลัดผัก หรือผลไม้ 2 ผลหรือกินไข่ต้ม 1 ฟองเป็นมื้อเย็น
3. งดอาหารหลัง1 ทุ่ม ถ้าหิว ให้กินผลไม้ 1 ผลหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
4. ว่ายน้ำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์
5. เต้นแอโรบิก 40-60 นาทีทุกวัน

สูตรที่ 3 ลดน้ำหนัก 5-7 กิโลกรัม ได้ผลใน 3 สัปดาห์

1. มื้อเช้ากินโยเกิร์ต 1 ถ้วย (โยเกิร์ตจะช่วยเรื่องการขับถ่าย ให้พลังงานน้อย และดีต่อสุขภาพ)
2. มื้อกลางวันกินก๋วยเตี๋ยวน้ำ 1 ชามเท่านั้น
3. มื้อเย็นกินผักจิ้มน้ำพริก ทานข้าวนิดหน่อย งดข้าวได้ยิ่งดี ถ้าหิวหลังจาก 1 ทุ่มให้กินผลไม้ได้ 1 ผล (แต่ไม่ใช่กินทุเรียน มะม่วง หรือผลไม้ที่หวานมาก) ควรเป็นแอบเปิ้ลหรือส้ม
4. เปิดเพลง เต้นรำในจังหวะเร็วๆ 60 นาที วันเว้นวัน หรือวิ่งจ็อกกิ้ง 45 นาทีแทน
5. ว่ายน้ำ 60 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์

สูตรที่ 4 ลด 3-5 กิโลกรัมใน 4 สัปดาห์

1. กินอาหารไม่เกินวันละ 1000 แคลอรี่ ตัวอย่างปริมาณแคลอรี่ในอาหารเช่น
นมไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 240-250 แคลอรี
โยเกิร์ตไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 125 แคลอรี
โยเกิร์ต 1 ถ้วย ให้พลังงาน 140-150 แคลอรี
เนย 50 กรัม ให้พลังงาน 300 แคลอรี
ไข่ต้ม 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 แคลอรี
ไข่เจียว 2 ฟอง ให้พลังงาน 90-100 แคลอรี
2. งดของทอดๆ ที่ใช้น้ำมันปริมาณมากๆ
3. ของหวานกินได้สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น
4. ว่ายน้ำ 1 ชั่วโมงเต็ม สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
5. เต้นแอโรบิก 40-60 นาที วันเว้นวัน

สูตรที่ 5 ลด 6-8 กิโลกรัมใน 1 เดือนลดความอ้วน 1 เดือน

1. กินไข่ต้ม 1 ฟองหรือน้ำเต้าหู้ 1 ถ้วยเป็นมื้อเช้าเท่านั้น
2. มื้อกลางวันกินอาหารได้ 1 จาน แต่มื้อเย้นกินแค่แอปเปิ้ลเขียว 1 ผลหรือสลัดผัก 1 จานเล็กๆ เท่านั้น
3. งดอาหารหลัง 1 ทุ่มตรง ถ้าหิวให้กินโยเกิร์ต 1 ถ้วย
4. กระโดดเชือก 60 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์
5. เต้นแอโรบิก 60 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์  ลดความอ้วน 1 เดือน.

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซีช่วยในการดูแลผิวพรรณให้ข่าวเนียนสดใส

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซีช่วยในการดูแลผิวพรรณให้ข่าวเนียนสดใส เปล่งประกายได้อย่างไร?การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้ปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงจากการเกิดโรคภัยต่างๆแล้ว วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซี ยังเป็นหนึ่งใน วิธีผิวใส อย่างง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเมื่อทำการทานวิตามินซีแล้ว จะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดีอย่างรอบด้าน ดังต่อไปนี้

1.ช่วยในการป้องกัน และบำรุงผิวพรรณให้ขาว สดใส เรียบเนียน ชวนสัมผัสวิธีกินวิตามินซีวิธีกินวิตามินซี

2.ช่วยในการต่อต้าน และกำจัดอนุมูลอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากความชราของผิว

3.ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดดวิธีกินวิตามินซี

4.ช่วยกระตุ้นการสร้าง รักษาและปรับสภาพระดับคอลลาเจนที่ผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น ลดรอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาให้น้อยลง

5.ช่วยลดการทำงานของเอนไซต์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ส่งผลให้ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีกินวิตามินซี.

วิตามินผิวขาว เป็นที่ทราบกันดีว่าวิตามินซีคือสารอาหารที่จำเป็น

วิตามินผิวขาว เป็นที่ทราบกันดีว่าวิตามินซีคือสารอาหารที่จำเป็น และมีคุณประโยชน์มหาศาลต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ช่วยให้แผลหายเร็ว มีสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันเลือกออกตามไรฟัน และอื่นๆอีกมากมาย ที่สำคัญวิตามินซีช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยสดใส ทั้งนี้ มักมีคนสงสัยกันว่าวิตามินซี กินตอนไหนจึงจะส่งผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด วันนี้เรามาคำตอบกัน วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายสามารถขับออกได้ตามปกติทางไต หากเรารับประทานวิตามินซีน้อยกว่าที่ร่างกายควรได้รับ ผลเสียที่เห็นได้ชัดก็คือจะมีอาการของโรคเลือกออกตามไรฟัน แผลหายช้า รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา ดังนั้น ทุกคนจึงควรได้รับปริมาณวิตามินซีอย่างเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารอาหารที่เสื่อมสลายได้ง่ายจากการสัมผัสอากาศ ความร้อน และความชื้น จึงควรเลือกรับประทานผักผลไม้ที่สดและใหม่ จะถือเป็นการดีที่สุด กระนั้นก็ดี ในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะในสังคมเมือง เราไม่สามารถเดินไปเด็ดผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูง อย่างเช่นฝรั่งหรือส้มได้จากต้นด้วยตัวเอง แต่เราต้องไปหาซื้อผลไม้ดังกล่าวตามท้องตลาด ฉะนั้น เราจึงได้ผลไม้ที่ไม่สดใหม่ ซึ่งทำให้ปริมาณวิตามินซีลดน้อยลงไป วิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมจึงเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค

วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุดวิตามินผิวขาว
สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซี กินตอนไหน ถึงจะเป็นผลดีมากที่สุด การได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายนั้นควรเป็นเวลาหลังอาหารเช้า เนื่องจากช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ในช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมง และควรรับประทานวิตามินซีหลังอาหาร เพราะวิตามินซีที่ร่างกายดึงไปใช้ได้นั้นจะต้องมีตัวนำพา เช่น อาหาร ผักใบเขียว ผลไม้ต่างๆที่ให้วิตามินซีสูง หากได้รับวิตามินซีขณะที่ท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีตัวนำพาหรือตัวให้ดูดซึม สุดท้ายน้ำที่เราดื่มเข้าไปก็จะไปละลายวิตามินซี และโดนขับออกเป็นปัสสาวะ
อีกเหตุผลสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรารับมันเข้าสู่ร่างกายตอนท้องว่าง และไม่ควรรับประทานวิตามินซีก่อนนอน เพราะจากค้นคว้าวิจัยพบว่า วิตามินซีอาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอวิตามินผิวขาว

ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับต่อวัน
นอกจากจะทราบกันไปแล้วว่าวิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันต่อไปก็คือปริมาณวิตามินซีที่ควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้วิตามินซี โดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามิน ซี ในปริมาณที่เหมาะสม คืออย่างน้อย 60 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ ดังนั้น จึงควรบริโภคอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
นอกจากนี้ วิตามินซียังมีบทบาทในเป็นตัวช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ โดยที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว้างขวาง ในบางรายอาจจะจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่สูงขึ้น อย่างผู้ที่มีอาการเป็นหวัด โรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ และต้องอยู่กับความเครียด เช่น การทำงานหนัก ต้องใช้ความคิดมากๆ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม ขณะเดียวกันคนที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรได้รับวิตามันซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป

โดยสรุปแล้ววิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด คำตอบคือหลังอาหารเช้า เพราะมีอาหารที่รับประทานเข้าไปเป็นตัวนำพาให้ร่างกายนำวิตามินซีไปใช้ และเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายดูดซึมได้ดี ทั้งนี้ ในเรื่องของการรับประทานวิตามินซีเป็นอาหารเสริมก็เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและเป็นวิตามินที่ละลายน้ำ ถูกขับออกได้ทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย เชื่อว่าครั้งหนึ่งหรือหลายครั้งแต่ละคนต่างก็เคยผ่านปัญหา

รอยแตกลาย เชื่อว่าครั้งหนึ่งหรือหลายครั้งแต่ละคนต่างก็เคยผ่านปัญหา รอยแตกลายกันมาแล้ว วันนี้เรามาดูกันว่าเจ้ารอยแตกลายเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมผิวเนียนสวยจึงต้องเกิดการแตกลาย รวมถึงวิธีการลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติ จะทำได้อย่างไรรอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติรอยแตกลาย
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลมรอยแตกลาย
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไปรอยแตกลาย
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้รอยแตกลาย.