รอยแตกลาย สาเหตุถ้าสาเหตุจริงๆยังไม่ทราบ

รอยแตกลาย สาเหตุถ้าสาเหตุจริงๆยังไม่ทราบ (เคยมีผู้อ่านต่อว่าเรื่องอื่นมาว่า ไม่รู้สาเหตุแล้วมาโพสท์ทำไม หมอก็ขอแจ้งให้ทราบว่าเรื่องทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนก็ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ นักวิจัยดังๆระดับโลกเค้ายังไม่ทราบเลย หมอก็คงตอบเหมือนเค้าค่ะว่าไม่ทราบ แต่ทางการแพทย์แม้ว่าเค้าไม่ทราบกัน เค้าก็มักจะมีการคาดคะเนสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ค่ะ แต่ไม่ใช่มั่วๆตอบไป มีการตัดชิ้นเนื้อจากที่เป็นรอยแตกพิสูจน์ด้วยค่ะ)  รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย มักมี 3 เหตุผลนี้อยู่ด้วยกันค่ะ (ไม่ใช่อย่างใดอย่างนึงค่ะ) คือ
1.การยืดขยายของผิวหนัง ในคนตั้งครรภ์ ผนังหน้าท้องก็มีการขยายอย่างเร็ว (striae gravidarum ดูตามรูป 2) , ในคนที่อ้วน อาจจะเป็นเด็กก็ได้ก็เกิดรอยแตกขึ้น (striae distensae) นอกจากนี้ในผู้ชายที่เล่นกล้ามก็มีการขยายขนาดของกล้ามเนื้อ และผิวหนังก็ต้องมีการขยายไปด้วยและมีรอยแตกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและไหล่ ต้นแขน (striae distensae ดูตามรูป 3 )
2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงการเข้าสู่วัยสาว(รอยแตกมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าชาย) จริงๆในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเช่นสะโพกผายออก ก็มีรอยแตกบริเวณสะโพก ต้นขา,การตั้งครรภ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
3. พันธุกรรม เช่นคุณแม่ตอนตั้งท้องมีรอยแตกลาย ลูกเมื่อตั้งท้องก็มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้มาก เพราะโครงสร้างในผิวหนังมีความเสี่ยงกับการเกิดรอยแตก (อันนี้ไม่เสมอไปค่ะ พบความเกี่ยวโยงกันได้มาก แต่บางคนไม่เป็นตามนี้ก็ได้)รอยแตกลาย
การเกิดรอยแตกลาย เกิดได้ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
– คนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนขึ้นเร็ว มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (ปรึกษาสูตินารีที่ฝากท้องด้วยนะคะ เรื่องว่าควรมีน้ำหนักเพิ่มอย่างไรเวลาตั้งครรภ์)
– คนเข้าสู่วัยสาว (ตามที่บอกไปแล้ว) , คนเพาะกายจนมีขนาดกล้ามเนื้อและผิวหนังที่ต้องยืดขยายตาม ,การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งแบบกินและทาเป็นเวลานาน (ถ้าท่านที่มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา ก็รบกวนถามคุณหมอที่ดูแลอยู่นะคะ ว่าจะให้ใช้ยาไปนานเท่าไหร่ โรคบางโรคจำเป็นคุณหมอก็พยาบยามปรับให้มีปัญหากับคนไข้น้อยสุด แต่โรคที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาก็ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ คุณหมอที่รักษาท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ อย่ามาถามหมอนะคะ ว่าจะหยุดยาอะไรทำนองนี้ ให้ถามคุณหมอที่รักษาค่ะ) กลุ่มพวกทายาผิวขาวตัวขาว แล้วแอบผสมสเตียรอยด์เมื่อใช้ไป 2-3 เดือน ก็เกิดรอยแตกขึ้นได้ (ดูรูป 8 ซึ่งเป็นรูปเด็กนักเรียนหญิงที่ทาครีมกลุ่มนี้ แล้วเป็นกันหลายคนตามข่าวเมื่อนานแล้วค่ะ)
– โรคบางชนิด (ขอไม่พูดถึง เพราะจะต้องอธิบายกันมึน คุณหมออายุรกรรมท่านดูแลเรื่องนั้นค่ะ)
ตำแหน่งที่พบรอยแตกได้ ถ้าเรียงจากบนลงล่าง ก็เช่นรอบๆรักแร้ ,ต้นแขน , ข้อพับด้านในของแขน , หน้าอก(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ,ท้อง, หลัง ,สะโพก,ต้นขา,เข่า,น่อง
ลักษณะการตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่เป็นรอยแตกมาย้อมสี ส่องกล้องจุลทรรศน์ หลักๆคือ elastin ซึ่งมีมากในชั้นหนังแท้ มีการเรียงตัวที่ผิดปกติไปจากเดิม คลอลาเจนผิดปกติ หนังกำพร้าฝ่อ (นึกๆแบบนี้แล้ว ก็คงนึกได้ว่า รอยแตกซึ่งเป็นการปริของผิวหนังลงไปในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง มีโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติไปมาก คงยากมากที่จะทาครีมแล้วเปลี่ยนแปลงได้ ขนาดเลเซอร์ลงลึกยังยากเลยรอยแตกลาย
ป้องกันยังไงไม่ให้เป็นรอยแตก ?
ถ้าตอบกันแบบตรงๆคือยากค่ะ อาจจะทำได้ข้อนึงคืออย่าอ้วนเร็ว ข้ออื่นๆที่เป็นเหตุที่น่าจะทำให้เกิด ไม่ว่าระดับฮอร์โมน ในเลือดหรือพันธุกรรม เราก็ป้องกันไม่ได้ค่ะ ส่วนครีมที่คนตั้งครรภ์ทาที่ท้องกันเวลาท้องโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีส่วนผสมของ oil หรือชุ่มชื้น ในงานวิจัยหลายๆอัน พบว่าช่วยได้น้อย แต่จะทาก็ไม่เป็นอันตรายค่ะ
การรักษา
ถ้าพูดแบบตรงๆ รอยแตกที่กว้างและยาวเช่นที่ท้องหรือสะโพก หมอยังไม่เคยเห็นว่าการรักษาใดๆก็ตามทำให้หายกลายเป็นผิวปกติ แบบดูไม่ออกว่าตรงนั้นมีรอยแตก ไม่เคยเจอค่ะ
ตอนที่รอยแตกยังเป็นเส้นสีแดงๆ (striae rubra) ถือกันว่าเป็นช่วงที่ดีในการรักษา (แต่ถ้าเกิดในสตรีตั้งท้องก็ต้องมีการคลอดบุตรให้เสร็จก่อนค่ะ ไม่ได้ยิงเลเซอร์ขณะที่มีเด็กในท้องค่ะ)
– ครีม หรือทา AHA peeling งานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ไม่ค่อยคิดว่าจะได้ผลนักค่ะ บ้างก็ว่าดูดีขึ้นจากการที่ทำให้ผิวรอบๆรอยแตกดูขาวกลมกลืนกับรอยแตกมากขึ้น ตัดชิ้นเนื้อไปส่องกล้องจุลทรรศน์ก็ไม่ได้ดีขึ้น
– เลเซอร์ มีหลายชนิดเลเซอร์มาก ส่วนใหญ่เมื่อรักษาไปหลายครั้ง ก็ดูกลมกลืนขึ้น รอยแตกเล็กลง แคบเข้า เนียนขึ้น แบบรูปที่ 10 ที่มีงานวิจัยทางการแพทย์ต่างประเทศแสดงให้เห็นผลหลังเลเซอร์หลายครั้งรอยแตกลาย
เลเซอร์แต่ละชนิด ก็มีงานวิจัยที่บอกว่าผลดีแตกต่างกันไป แต่ไม่เคยมีงานวิจัยไหนที่บอกได้ว่า เลเซอร์รักษาจนทำให้รอยแตกหายไปจนเหมือนผิวปกติเปี๊ยบค่ะ สรุปว่าทำให้ดีขึ้น แต่รักษาจนเป็นเหมือนผิวปกติไม่ได้
ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นข้อมูลที่เป็นความจริง มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ แม้ว่ารอยแตกลายจะเป็นปัญหาที่พบกันได้มาก แต่การรักษาให้หายสนิทยังไม่มี โดยที่เลเซอร์ถือว่าได้ผลมากในระดับนึงแล้ว ความคาดหวังก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้านึกถึงไปในผิวหนัง รอยแตกซึ่งเป็นการปริ ฉีกของหนังแท้ ก็ยากที่จะซ่อมจนเหมือนปกติได้ ที่คลินิคหมอไม่ได้ทำเพราะหมอไม่ชอบมีปัญหากับความคาดหวังนี่ล่ะค่ะ เลเซอร์ก็ต้องทำหลายครั้ง ทุกๆครั้งก็ต้องมีรายจ่าย เคสก็กลุ้มใจว่าเมื่อไหร่จะหาย หมอที่รักษาก็กลุ้มใจเหมือนกันนะคะ ถ้าพูดตรงๆคือไม่หายจนมองไม่เห็น ยิ่งลองบีบเนื้อแบบรูป 9 ยิ่งเห็นใหญ่ ตัดชิ้นเนื้อที่รักษาด้วยเลเซอร์ก็ดีขึ้น แต่ไม่เคยกลับไปเหมือนปกติค่ะรอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน เชื่อว่าปัญหาผิวหน้าที่คุณสาว ๆ หลายคนเป็นกังวลใจและแก้ไม่ตก

กระชับรูขุมขน เชื่อว่าปัญหาผิวหน้าที่คุณสาว ๆ หลายคนเป็นกังวลใจและแก้ไม่ตก คงจะหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง เมคอัพปกปิดยังไงก็ไม่เรียบเนียน มิหนำซ้ำรูขุมขนที่กว้างยังทำให้มีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันจนทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบได้ง่ายอีกด้วย คิดแล้วก็กลุ้มใช่ไหมล่ะคะ ? ซึ่งปัญหารูขุมขนกว้างนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ ความเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสติน รวมไปถึงหน้ามันก็เป็นอีกสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้รูขุมขนกว้างได้เช่นกันค่ะ และหากใครที่กำลังมองหาวิธีทำให้รูขุมขนเล็กลงกันอยู่ละก็  กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

1. ทำความสะอาดผิวหน้าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

คุณสาว ๆ ห้ามปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเด็ดขาดนะคะ ! การล้างหน้าให้สะอาดเอี่ยม ทุกเช้าและก่อนนอนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออก โดยวิธีทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่ใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเสียก่อน จากนั้นใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิวล้างและนวดสครับให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากผิวหน้า ปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและกระชับรูขุมขน หากทำอย่างสม่ำเสมอนอกจากรูขุมขนจะเล็กลงแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าดูเนียนใสขึ้นอีกด้วยค่ะ

วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลงกระชับรูขุมขน

2. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือประคบหน้าด้วยน้ำแข็งกระชับรูขุมขน

การใช้น้ำเย็นล้างหน้าในตอนเช้าหลังจากที่ล้างด้วยน้ำอุ่น หรือนำผ้ามาห่อน้ำแข็งแล้วประคบเบา ๆ ที่ผิวหน้าหลังจากล้างหน้าเสร็จ เป็นวิธีปิดรูขุมขนที่ให้ผลลัพธ์เยี่ยม เพราะการที่ผิวถูกความร้อนจากน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ดังนั้นการปิดรูขุมขนหลังล้างหน้าจึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ค่ะ

วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลงกระชับรูขุมขน

3. ทาครีมกันแดดปกป้องผิวจากรังสียูวีตัวการที่ทำให้รูขุมขนกว้าง

แสงแดดที่เต็มไปด้วยรังสียูวีสามารถทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ อีกทั้งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกายลดลง ส่งผลให้รูขุมขนขยายตัวกว้างขึ้น ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยลึกก่อนวัยอันควร ควรปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวีด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 30-50 สำหรับสาว ๆ ที่รูขุมขนกว้างแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน จะช่วยไม่ให้รูขุมขนอุดตันอันเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบได้ค่ะ

วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

4. สครับผิวหน้าทำความสะอาดรูขุมขนเผยผิวหน้าใสเด้ง

ในรูขุมขนเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่มากมาย ทั้งไขมัน สารตกค้างจากเครื่องสำอาง รวมถึงฝุ่นจากมลภาวะ ดังนั้นสาว ๆ ควรขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปและปรับสมดุลให้ผิวหน้า ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดาสครับผิว โดยผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชากับน้ำสะอาด 1 ช้อนชาคนให้เข้ากัน นำมานวดลงบนผิวหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ โดยใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนาง จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้สิ่งสกปรกบนผิวหน้าก็จะหลุดออก ผิวหน้าจะกลับมาขาวใสสวยปิ๊งราวกับเป็นคนใหม่เลยล่ะ

วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

5. มาสก์หน้าสูตรกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้เรียบเนียน

ถึงเวลาที่คุณสาว ๆ ต้องบำรุงผิวหน้ากันหน่อยแล้วล่ะค่ะ ด้วยสูตรมาสก์หน้ากระชับรูขมขน โดยใช้ไข่ขาว 2 ฟองและน้ำมะนาว 1 ซีก คนให้เข้ากัน จากนั้นผสมข้าวโอ๊ตบด 2 ช้อนโต๊ะลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้งแล้วนำมาพอกลงบนใบหน้า ใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางนวดสครับเบา ๆ เป็นเวลา 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นให้บำรุงผิวหน้าด้วยครีมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ อย่างเช่น มะละกอ ว่านหางจระเข้ หรือแตงกวา จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มและชุ่มชื่นหลังจากมาสก์หน้าได้ค่ะ กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง อาหารบางอย่างก็สามารถช่วยเผาผลาญสลายไขมันหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง อาหารบางอย่างก็สามารถช่วยเผาผลาญสลายไขมันหน้าท้อง ได้ดีไม่แพ้กัน แถมยังกระตุ้นฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ในร่างกาย ช่วยให้คุณซัดดาวน์หลับลึก-สนิทขึ้นตลอดคืน ไม่รู้สึกหิวตื่นกลางดึกอีกด้วย และนี่คือ 4 อาหารเซย์กู๊ดบาย พุงย้วยๆ ของคุณไปได้เลย ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง
ลดหน้าท้อง หุ่นสวยเป๊ะเว่อร์ !
1. เนื้อปลา?

เมื่อคุณเริ่มไดเอท และห่วงเรื่องน้ำหนักมากขึ้น กลัวไขมันรอบเอวปรากฏ นั่นอาจทำให้คุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน และกรดไขมันโอเมก้า 3 (ที่มีอยู่ในปลา) ซึ่งคุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว มันเป็นอาหารเกรดเอที่ช่วยลดความอยากอาหารของคุณลงได้ ทำให้คุณรู้สึกเบื่อ เอียน แถมยังช่วยคุณเบิร์นแคลอรีมากกว่าที่คุณทานไขมัน และคาร์โบไฮเดรตเป็นไหนๆ ข้อสำคัญมันจะไปกระตุ้น ‘ต่อมไพเนียล’ ในสมองคุณให้สร้างฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ในตอนกลางคืน (ฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายที่จะช่วยควบคุมการนอนหลับ และตื่นนอน) ทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน อยากพักผ่อนมากขึ้นลดหน้าท้อง

เมื่อคุณรู้สึกเพลียอยากพักผ่อน นั่นจึงทำให้คุณไม่รู้สึกหิวท้องร้องกลางดึก (ทานตอนดึก … สาเหตุของความอ้วน) ฉะนั้นหากคุณขาดโอเมก้า 3 มากๆ มันก็จะพลอยส่งผลให้คุณหลับไม่สนิท สุขภาพแย่ และรู้สึกหิวช่วงกลางดึกไปด้วย ในทางกลับกันถ้าคุณได้รับโอเมก้า 3 ที่เพียงพอ มันจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของหัวใจ และลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม !ลดหน้าท้อง

ปล. หากใครมีความเครียดสูงทำให้นอนหลับยาก ลองเลือกทานเมนูจากปลาทะเล (เมนูประจำสำหรับมื้อเย็น) ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3, น้ำมันปลา, และแมกนีเซียม อย่างเช่น ข้าวต้มปลา ปลาผัดขึ้นฉ่าย ปลาย่างซีอิ๊ว ปลานึ่ง สเต๊กปลา ก็ช่วยลดระดับความเครียดลงได้ไม่น้อยนะ

2. ถั่วต่างๆ ?

โดยเฉพาะถั่วฝักยาว แหล่งอุดมแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมระดับพรีเมี่ยม … ไม่เพียงมันจะช่วยบำรุงกระดูก และฟัน, ป้องกันโรคกระดูกพรุน, ควบคุมการทำงานของไต หากแต่ยังมีส่วนช่วยเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และทำให้คุณอยากทานอาหารน้อยลงกว่าเดิม รวมถึงช่วยแก้ปัญหาการนอนหลับของคุณให้หลับสนิทขึ้นตลอดคืนด้วย ยิ่งถ้าคุณทานถั่วฝักยาวทุกวัน มันจะช่วยคุณเบิร์นพลังงาน/ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง ให้เพรียว-แบนราบลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ

อย่างไรก็ดี มันช่วยลดอัตราการเกิดโรคต่างๆ หรือภาวะอื่นๆ ได้เช่นกัน (ต่อต้านระบบภูมิคุ้มกัน) อย่างโรคหัวใจ, โรคเบาหวาน และภาวะน้ำหนักตัวเกิน/โรคอ้วน หากคุณอยากทานถั่วประเภทอื่นๆ นอกจากถั่วฝักยาว เราแนะนำว่าควรทานถั่วที่ ‘ไม่ผ่านการทอด’ เพราะการทอดจะทำให้น้ำมันดูดซับเข้าไปในเนื้อถั่วจำนวนมาก เมื่อทานเข้าไปจะทำให้เกิดไขมันสะสมตามร่างกาย แต่ทว่าคุณควรเน้นทาน ‘ถั่วต้ม’ ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นานกว่า …

3. นมสดลดหน้าท้อง

ใครว่า ‘นมสด’ ดีต่อสุขภาพแค่ช่วยบำรุงร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเพียงอย่างเดียว จริงๆ มันยังมีอีกหนึ่งประโยชน์ซ่อนอยู่! จากผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภค 100 มิลลิกรัมของแคลเซียมต่อวัน (ครึ่งถ้วยของโยเกิร์ตนุ่มๆ) จะสามารถลดสลายไขมันหน้าท้องลงได้ประมาณ 1 นิ้ว และช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง นอนหลับสนิทมากขึ้น (จนคุณรู้สึกพักผ่อนได้เต็มที่) ถึงแม้ระหว่างนอนหลับ คุณจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือเป็นตะคริวขึ้นมา แต่เกลือแร่ และแคลเซียมจากนมสดก็จะช่วยคุณรีแล็กซ์เส้นประสาทกล้ามเนื้อ และเส้นประสาทนำความรู้สึก ให้คุณหลับลึกได้ดีตลอดคืน

เราแนะนำให้คุณเลือกดื่มนมอุ่นๆ ก่อนเข้านอนเป็นประจำทุกวัน เพราะมันจะช่วยสร้าง ‘เมลาโทนิน’ ให้กับร่างกาย คุณจะหลับสนิท และไม่รู้สึกหิวระหว่างนอนหลับ อีกทั้งแคลเซียมจะเข้าไปขัดขวางการสร้าง-สะสมไขมัน (ระหว่างนอนหลับ) เมื่อไขมันลดลง ร่างกายก็จะเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น …

4. ผลเชอร์รี่

?ถ้าคุณอยากหาอะไรเบาๆ รองท้องเข้านอนแล้ว ผลเชอร์รี่ ‘Montmorency’ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนะ ทั้งมีสารประกอบในธรรมชาติอยู่ถึง 17 ชนิด ที่มีคุณสมบัติป้องกันการอักเสบต่างๆ บรรเทาโรคข้ออักเสบ, ช่วยผลิตฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ระหว่างการนอนหลับ ซึ่งจะช่วยให้คุณนอนหลับสบาย-สนิทขึ้นตลอดคืน (คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น 5-6% และหลับได้นานขึ้นคืนละ 34 นาที) และไม่ทำให้คุณรู้สึกหิวจนต้องตื่นขึ้นกลางดึก แถมยังอุดมด้วยสารแอนติออกซิแดนท์ … สุดยอดตัวช่วยลดน้ำหนัก ที่ช่วยให้น้ำหนักของคุณลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ด้วย ลดหน้าท้อง.