ลดความอ้วน 1 เดือน ลดน้ำหนักเร่งด่วนด้วยการว่ายน้ำ

ลดความอ้วน 1 เดือน ลดน้ำหนักเร่งด่วนด้วยการว่ายน้ำ การว่ายน้ำถือเป็นการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนที่ดีอีกวิธีหนึ่ง
การออกกำลังกาย แนะนำว่าให้ไปว่ายน้ำครับ วันละ 1-2 ชั่วโมงพอ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อร่างกายที่แข็งแรง และ เต้นแอโรบิค 30นาที-1 ชม. ทำวันเว้นวันนะครับลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 1 เดือน
ลดความอ้วน 1 เดือน ถ้าอยากได้คลิปเต้นแอร์โรบิคดีๆ ก็มาที่ลิ้งนี้ได้เลย : เต้นแอโรบิค ลดน้ำหนักใน 30 นาที
สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน สูตรที่ 2 ลดน้ำหนักด่วน 6-8 กิโลกรัม
การลดน้ำหนักด่วนแบบมีสูตรอาหารตายตัวเลยทั้งมื้อเช้า กลางวันและเย็นมาดูกันเลยว่า ลดน้ำหนัก 1 เดือนต้องกินและออกกำลังกายอะไรบ้าง
มื้อเช้า กินไข่ต้ม 1-2 ฟอง เลือกกินแต่ไข่ขาวได้ก็ดี หรือถ้าเบื่อไข่แล้ว ลองกินน้ำเต้าหู้สัก 1 ถ้วยก็ได้ลดความอ้วน 1 เดือน
มื้อกลางวัน อนุญาตให้กินอาหารตามใจชอบ 1 จาน แต่ข้อควรระวัง อย่าเป็นอาหารประเภทข้าวขาหมู หรือหอยทอด น้ำมันท่วม
มื้อเย็น กินแอปเปิ้ลเขียว 1 ผล หรือสลัดผักก็ได้แต่จานเล็กๆ พอ อย่าซัดเยอะเกินไป ที่สำคัญไม่ควรกินอะไรหลังจาก 2 ทุ่มลดความอ้วน1เดือน
ลดน้ำหนักเร่งด่วน ด้วยการกระโดดเชือก
วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ด้วยการกระโดดเชือก จะช่วยทำให้เราแข็งแรงขึ้น
ส่วนการออกกำลังกาย จะใช้วิธีการกระโดดเชือก 1 ชม. สัปดาห์ล่ะ 2 ครั้ง และเต้นแอโรบิค 1 ชม. สัปดาห์ละ 4 ครั้ง
ถ้าอยากได้คลิปเต้นแอร์โรบิคดีๆ ก็มาที่ลิ้งนี้ได้เลย : วิดีโอแอร์โรบิค ลดน้ำหนัก ใน 25 นาที
สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน สูตรที่ 3 ลดน้ำหนักด่วน 9-10 กิโลกรัม
การลดน้ำหนักเร่งด่วนสูตรนี้นะครับ จริงๆไม่อยากแนะนำเท่าไหร่ เพราะโหดไปหน่อย แต่ก็เอามาให้อ่านเผื่อว่าจะมีคนที่อยากลดน้ำหนัก 1 เดือนให้ได้จริงๆจังๆลองทำดู มีอะไรบ้าง
มื้อเช้าและมื้อเย็น กินแต่ผักและผลไม้ หรืออาหารนึ่งๆ ต้มๆ เท่านั้น หลีกเลี่ยงไขมันสัตว์ ถ้าจะกินเนื้อ ให้กินได้แต่อกไก่กับเนื้อปลาเท่านั้น
มื้อกลางวัน ให้เลือกเอาว่าจะกินก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม เกาเหลา สลัด หรือส้มตำก็ต้องสั่งแบบไม่ใส่น้ำตาลนะลดความอ้วน 1 เดือน
หลัง 1 ทุ่ม ต้องงดอาหารทุกชนิด แต่ถ้าหิว ส้มหรือแอปเปิ้ล 1 ผล ก็โอเค
ลดน้ำหนักเร่งด่วน ด้วยการเต้นแอโรบิค
เต้นแอโรบิค ช่วยเรื่องการลดน้ำหนักได้ดีเลยทีเดียว
การออกกำลังกาย เต้นแอโรบิคหรือเปิดเพลงแดนซ์มันๆ 1 ชม. 4 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และว่ายน้ำหรือเล่นแบดมินตันก็ได้ 1 ชม. 2 ครั้งต่อสัปดาห์
ถ้าอยากได้คลิปเต้นแอร์โรบิคดีๆ ก็มาที่ลิ้งนี้ได้เลย : วิธีออกกำลังกายลดน้ำหนัก ด้วยแอโรบิค 30 นาทีลดความอ้วน 1 เดือน.

วิธีกินวิตามินซี สำหรับคนที่ดูแลตัวเองอยู่แล้ว

วิธีกินวิตามินซี สำหรับคนที่ดูแลตัวเองอยู่แล้ว ทานอาหารเสริมเป็นประจำ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่รู้จัก วิตามินซี และหลายๆคนก็กำลังทานวิตมินซีอยู่เช่นกัน แต่วิธีที่คุณทานอยู่นั้น ถูกต้องและได้ประสิทธิภาพสูงสุดหรือยังวิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และมีประโยชน์กับผิวหนังคือวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำ ได้จะช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวเต่งตึงช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวีของแสงแดด และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนซึ่งเป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม ออริเฟลมมีผลิตภัณฑ์แนะนำคือ ออฟติมอล เรเดี้ยนซ์เอเนอร์จี้ แคปซูล ที่บรรจุวิตามินซีเข้มข้น ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผิวกระจ่างใสวิธีกินวิตามินซี

ดังนั้นคนจึงหันมานิยมรับประทานวิตามินซีกันเป็นจำนวนมาก แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถรับวิตามินซี ได้ครั้งละจำนวนมากๆ ต่อให้ทานครั้งละ 500 mg หรือ 1000 mg ร่างกายก็จะรับได้ในระดับหนึ่งต่อครั้ง ซึ่งมันไม่ถึง 500 mg อยู่แล้ว ในการที่ร่างกายจะรับได้ต่อการทาน 1 ครั้งเพราะฉะนั้น หากคิดจะทาน ควรทานปริมาณ mg น้อย แต่ทานบ่อยจะดีกว่าทานปริมาณมาก แต่น้อยครั้ง เพราะส่วนเกินที่ดูดซึมไม่หมดอีกเยอะนั้นยังไงร่างกายก็ต้องขับออก และเป็นภาระให้ไตมากขึ้นวิธีกินวิตามินซี

แล้วหากมีวิตามินซีอยู่ 1000mg คุณควรจะหักครึ่งมันใช่ไหม?
อาจดูเป็นความคิดที่ดีเพื่อที่จะทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงคือ วิตามินซีนั้น ไวต่อแสง ความร้อน และเสื่อมสภาพได้ง่ายมากเมื่อเจอสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นครึ่งนึงที่หักไป ย่อมประสิทธิภาพลดลงอย่างแน่นอน และอีกอย่างมีวิตซีอีกจำพวก ที่เรียกกันว่า วิตซี Buffered ซึ่งวิตซีพวกนี้วิธีกินวิตามินซี
จะถูกเคลือบเม็ดยาด้วยสารที่จะทำให้เม็ดยาค่อยๆ ปลดปล่อยวิตามินซีออกมา ตลอดเวลาที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร ประมาณ 7-8 ชั่วโมง หากไปหักเม็ดยา จะทำให้คุณสมบัตินี้สูญเสียไป
ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีผิวที่ขาวสดใส ชวนมอง และน่าสัมผัส แต่กว่าที่จะได้มาซึ่งผิวพรรณที่งดงามเหล่านั้นมาครอบครอง หลายๆคนก็คงจะเข้าใจดีว่า จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายาม และสรรหา วิธีผิวใส มาปฎิบัติตามแบบลองผิดลองถูกกันอย่างมากมายกว่าที่จะพบ วิธีผิวใส ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากที่สุด สำหรับใครที่กำลังมองหา วิธีผิวใส ที่สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวสดใสได้อย่างรวดเร็วอยู่ บทความชิ้นนี้ก็ขอแนะนำวิธีช่วยทำให้ผิวพรรณของคูรขาวเนียน สดใส แลดูมีสุขภาพที่ดีมากขึ้นได้ โดยเพียงแค่วิธีง่ายๆ อย่างการทานวิตามินซีเท่านั้นวิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี สำหรับคนที่ดูแลตัวเองอยู่แล้ว

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี สำหรับคนที่ดูแลตัวเองอยู่แล้ว ทานอาหารเสริมเป็นประจำ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่รู้จัก วิตามินซี และหลายๆคนก็กำลังทานวิตมินซีอยู่เช่นกัน แต่วิธีที่คุณทานอยู่นั้น ถูกต้องและได้ประสิทธิภาพสูงสุดหรือยังวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และมีประโยชน์กับผิวหนังคือวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำ ได้จะช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวเต่งตึงช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวีของแสงแดด และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนซึ่งเป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม ออริเฟลมมีผลิตภัณฑ์แนะนำคือ ออฟติมอล เรเดี้ยนซ์เอเนอร์จี้ แคปซูล ที่บรรจุวิตามินซีเข้มข้น ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผิวกระจ่างใสวิตามินซียี่ห้อไหนดี

ดังนั้นคนจึงหันมานิยมรับประทานวิตามินซีกันเป็นจำนวนมาก แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถรับวิตามินซี ได้ครั้งละจำนวนมากๆ ต่อให้ทานครั้งละ 500 mg หรือ 1000 mg ร่างกายก็จะรับได้ในระดับหนึ่งต่อครั้ง ซึ่งมันไม่ถึง 500 mg อยู่แล้ว ในการที่ร่างกายจะรับได้ต่อการทาน 1 ครั้งเพราะฉะนั้น หากคิดจะทาน ควรทานปริมาณ mg น้อย แต่ทานบ่อยจะดีกว่าทานปริมาณมาก แต่น้อยครั้ง เพราะส่วนเกินที่ดูดซึมไม่หมดอีกเยอะนั้นยังไงร่างกายก็ต้องขับออก และเป็นภาระให้ไตมากขึ้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

แล้วหากมีวิตามินซีอยู่ 1000mg คุณควรจะหักครึ่งมันใช่ไหม?
อาจดูเป็นความคิดที่ดีเพื่อที่จะทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงคือ วิตามินซีนั้น ไวต่อแสง ความร้อน และเสื่อมสภาพได้ง่ายมากเมื่อเจอสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นครึ่งนึงที่หักไป ย่อมประสิทธิภาพลดลงอย่างแน่นอน และอีกอย่างมีวิตซีอีกจำพวก ที่เรียกกันว่า วิตซี Buffered ซึ่งวิตซีพวกนี้วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
จะถูกเคลือบเม็ดยาด้วยสารที่จะทำให้เม็ดยาค่อยๆ ปลดปล่อยวิตามินซีออกมา ตลอดเวลาที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร ประมาณ 7-8 ชั่วโมง หากไปหักเม็ดยา จะทำให้คุณสมบัตินี้สูญเสียไป
ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีผิวที่ขาวสดใส ชวนมอง และน่าสัมผัส แต่กว่าที่จะได้มาซึ่งผิวพรรณที่งดงามเหล่านั้นมาครอบครอง หลายๆคนก็คงจะเข้าใจดีว่า จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายาม และสรรหา วิธีผิวใส มาปฎิบัติตามแบบลองผิดลองถูกกันอย่างมากมายกว่าที่จะพบ วิธีผิวใส ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากที่สุด สำหรับใครที่กำลังมองหา วิธีผิวใส ที่สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวสดใสได้อย่างรวดเร็วอยู่ บทความชิ้นนี้ก็ขอแนะนำวิธีช่วยทำให้ผิวพรรณของคูรขาวเนียน สดใส แลดูมีสุขภาพที่ดีมากขึ้นได้ โดยเพียงแค่วิธีง่ายๆ อย่างการทานวิตามินซีเท่านั้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ฮูลา…ฮูลาฮูบ สนุกดี..ผอมด้วยนะ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ฮูลา…ฮูลาฮูบ สนุกดี..ผอมด้วยนะ นำเอาของเล่นสมัยเด็กมาเติมสีสัน และความสนุกสนานให้แก่การออกกำลังของคุณ แถมยังช่วยลดพุงได้ด้วยนะออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก อุปกรณ์ : เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรเลือกใช้ฮูลาฮูปที่หนักราว 3 ปอนด์ คุณอาจใช้ฮูลาฮูปแบบธรรมดาทั่วไปก็ได้ แต่อาจจะไม่เห็นผลในแง่การออกกำลังอย่างชัดเจน เท่ากับการใช้ห่วงที่หนักสักหน่อย

ระยะเวลา : 30-40 นาทีออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ขั้นตอน

1.ย่ำอยู่กับที่ 3 นาทีเพื่อวอร์มอัพ

2.คล้องห่วงเข้ากับสะโพก และหมุนไปมา 3-5 นาที

3.ยืนแยกขาให้กว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ออกด้านซ้ายเล็กน้อย จากนั้นวางห่วงบนพื้นข้างเท้าซ้าย จับส่วนบนของห่วงด้วยมือซ้าย ยกขาขวาขึ้นด้านข้างให้สูงระดับสะโพกหรือสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะเดียวกันกลิ้งห่วงออกให้ห่างตัว และยกแขนขวาขึ้นเหนือหัว ทำซ้ำ 12 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปอีกข้างหนึ่ง ทำซ้ำ 12 ครั้งเช่นกันออกกำลังกายลดน้ำหนัก

4.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาที

5.ยืนแยกขากว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า สองมือจับห่วงไว้หน้าตัวแบบเดียวกับจับพวงมาลัยรถ และยกเท้าขวาขึ้นทางด้านข้างสองครั้ง ขณะที่หมุนห่วงไปทางด้านขวา จากนั้น ยกขาซ้ายขึ้นทางด้านข้างสองครั้ง พร้อมกับหมุนห่วงไปทางซ้าย (ทั้งนี้นับเป็นหนึ่งครั้ง) ทำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง

6.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาที

7.ยืนแยกขากว้างเท่าช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า ถือห่วงไว้ในมือแบบเดียวกับจับพวงมาลัยรถ หมุนตัวไปข้างซ้ายเล็กน้อย และเหยียดแขนขวาข้ามไปจับด้านซ้ายของห่วง ขณะที่ทำท่านี้เขย่งปลายเท้าขวาขึ้นด้วย ทำซ้ำอีกด้านหนึ่ง (ทั้งหมดนับเป็นหนึ่งครั้ง) ทำสองเซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้งออกกำลังกายลดน้ำหนัก

8.หมุนห่วงรอบสะโพก 3-5 นาที

9.นอนหงายบนพื้น ยกขาทำมุม 90 องศากับพื้น ถือห่วงไว้ในมือซ้าย และวางเท้าทั้งสองข้างแตะเบา ๆ ที่ด้านล่างของห่วง เหยียดแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับยกไหล่ขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย (พยายามอย่าให้บั้นเอวยกตามไปด้วย) และลดขาลงจนกระทั่งอยู่เหนือพื้นสองสามนิ้ว กลับสู่ท่าเริ่มต้นนับเป็นหนึ่งครั้ง ทำซ้ำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง โดยเปลี่ยนมาเป็นข้างขวาในเซ็ตที่สอง

10.คูลดาวน์ด้วยการย่ำอยู่กับที่ 3 นาที (อย่าลืมยืดเส้นสายปิดท้ายสักหน่อยด้วย)ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว เป็นใครก็อยากผิวขาวใสกันทั้งนั้น

วิตามินผิวขาว เป็นใครก็อยากผิวขาวใสกันทั้งนั้น โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ให้สำคัญกับการดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ ทั้งรับประทานอาหารเสริมเพิ่มความขาว ชโลมครีมบำรุงผิวแสนแพง หรือบางคนถึงกับไปฉีดสีผิวก็มี นั่นแสดงให้เห็นว่าสาวๆในบ้านเราส่วนมากอยากผิวขาวใสอ่อนกว่าวัยกันมากแค่ไหนวิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว
วิตามินผิวขาว อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากผิวขาวใสออกมาจากข้างใน สิ่งที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ก็คือสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวอย่าง “วิตามินซี” ซึ่งต่างก็ทราบกันดีว่าวิตามินชนิดนี้มีอยู่ในผักผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้ม มะละกอ สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น ทว่าส่วนใหญ่มักไม่ชอบรับประทานผักผลไม้กัน ฉะนั้น อาหารเสริมวิตามินซี 1000 mg จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากผิวขาวใส ขาวไวนั่นเองวิตามินผิวขาว
การทำงานของ วิตามินซี 1000 mgวิตามินผิวขาว
เมื่อได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้มีสารอาหารที่เข้าไปกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับอาหารและมีระบบการไหลเวียนที่ดีขึ้นก็จะทำงานได้ดีขึ้น ผิวจึงแลดูมีสุขภาพดี เรียบเนียน สดใส ออร่าจับมากขึ้น รวมทั้งวิตามินซีเป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่น มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น จึงทำให้ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร
การรับประทานวิตามินซี นอกจากจะช่วยให้ผิวขาวสว่างกระจ่างใสขึ้นแล้ว ยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เพราะวิตามินซีช่วยให้ผิวมีกระบวนการซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้ดี โดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ นั่นหมายความว่าวิตามินชนิดนี้ช่วยทำให้จุดดำจุดแดง หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหายได้เร็ว ใบหน้าที่หมองคล้ำ จึงกลับมาสดใสมากขึ้น
สำหรับคำถามที่ว่า ถ้าอยากผิวขาวใส ขาวไว ทำไมถึงต้องรับประทานวิตามินซี 1000 mg คำตอบคือ การใช้วิตามินซีเพื่อช่วยให้ผิวขาวสดใสขึ้นนั้นควรรับประทานในปริมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป เพราะเป็นปริมาณที่เหมาะสม และไม่ส่งผลอันตราย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง เนื่องจากวิตามินชนิดนี้มีคุณสมบัติละลายในน้ำ ร่างกายจึงขับมันออกจากร่างกายทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป

ประโยชน์ที่มากกว่าผิวขาวใสวิตามินผิวขาว
ประโยชน์จากวิตามินซีนั้นมีมากมายสารพัด ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน ทั้งยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ วิตามินซียังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีก
1.แก้โรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้นร้อยละ 21 ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้
2.เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี มันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นที่มาของโรคหัวใจนั่นเอง
3.ป้องกันและต่อสู้กับมะเร็ง มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยววิตามินซีกับการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง แต่เนื่องจากวิตามินเป็นสารต่ออนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้
4.ป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลตที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก ทั้งยังมีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี มีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึงร้อยละ 77วิตามินผิวขาว
5.บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส โดยธรรมชาติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส ที่สำคัญคือมีการศึกษาค้นคว้าพบว่า วิตามินซีช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น
6.ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดยวิตามินซีจะเข้าไปช่วยในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น
7.ช่วยเรื่องความจำ โดยวิตามินซีจะช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย รอยแตกลาย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Stretch Marks

รอยแตกลาย รอยแตกลาย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Stretch Marks หรือ Striae เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ จึงเกิดเป็นรอยแตกลายบนผิวชั้นนอก ซึ่งเชื่อว่าครั้งหนึ่งหรือหลายครั้ง แต่ละคนต่างก็เคยผ่านปัญหารอยแตกลายกันมาแล้ว วันนี้เรามาดูกันว่าเจ้ารอยแตกลายเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมผิวเนียนสวยจึงต้องเกิดการแตกลาย รวมถึงวิธีการลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติ จะทำได้อย่างไรรอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลาย
หญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90 พบกับปัญหารอยแตกลาย เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่มีการสะสมมากขึ้น และยังมมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านม จากการศึกษาวิจัย พบว่าหญิงตั้งครรภ์มักจะมีรอยแตกช่วงปลายของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 6-7) ร้อยละ 75-90 เลยทีเดียว และมีการศึกษาหนึ่งของนักวิจัยชาวเยอรมัน ได้นำครีมที่มีส่วนผสมของสาร (Trofolastin) containing Gotu Kola extract and vitamin E มานวดบริเวณท้องของคนตั้งครรภ์ พบว่ามีแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ไม่เป็นรอยแตกลาย และพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดรอยแตกลาย ขณะท้องได้มากกว่า และรุนแรงกว่า
ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่าย
ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่ารอยแตกลาย

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติรอยแตกลาย
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไปรอยแตกลาย
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน

กระชับรูขุมขน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทยที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ จมูก และหน้าผาก ทำให้เกิดความมันที่บริเวณทีโซน สร้างความยากให้กับการแต่งหน้าสวยๆ เสียเหลือเกิน อีกทั้งยังเกิดการอุดตันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวอีกด้วย วันนี้ GFC จึงนำ 5 วิธีสุดเด็ด ที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้างบนใบหน้าไปได้เสียที หมั่นทำเป็นประจำรับรองช่วยได้และเห็นผลจริงๆค่ะกระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน 1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน
แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป กางล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า
โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ

3.เบคกิ้งโซดากระชับรูขุมขน
เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้กระชับรูขุมขน

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ตกระชับรูขุมขน
โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปไบโอติก ซึ่งมีคุณสมับติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้วกระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน

ลดหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน ด้วยวิธีแบบง่าย ๆ ที่สาว ๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ใครอยากมีหน้าท้องที่แบบราบได้อย่างรวดเร็วทันใจ ลองมาทำกันดูเลยลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงจะกำลังเครียดกับพุงย้วย ๆ และชั้นไขมันที่หนาแน่นเป็นห่วงยางของตัวเองกันอยู่แน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ แถมยังจะเสียเซลฟ์สุด ๆ เมื่อเวลามีคนมาทักว่ากำลังจะมีน้องหรือเปล่า !? โอ้แม่เจ้า… คำ ๆ นี้มันช่างสะท้านสะเทือนใจเสียจริง ฉันแค่มีพุงนะ ไม่ได้ท้องสักหน่อย คิดแล้วมันน่าน้อยใจจริง ๆ อย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้คงต้องหาวิธีจัดการเจ้าพุงตัวปัญหาแบบเร่งด่วนกันซะหน่อยแล้ว ว่าแต่จะทำยังไงดีนะ ? สำหรับใครที่อยากรู้วิธีจัดการไขมันหน้าท้องให้ได้แบบรวดเร็วทันใจ วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนมาให้สาว ๆ ได้ลองปฏิบัติกันดูค่ะ สาว ๆ คนไหนที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ อย่ารอช้า รีบมาฟิตพุงด้วยวิธีต่อไปนี้กันเลย
1. ควบคุมอาหารลดหน้าท้อง

เริ่มต้นจากการงดรับประทานพวกขนมขบเคี้ยว อาหารที่มีไขมัน อาหารทอด ๆ มัน ๆ และอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมาก ๆ โดยเด็ดขาด พร้อม ๆ กับควบคุมปริมาณอาหารด้วย โดยให้ลดปริมาณและมื้ออาหารให้น้อยลง ซึ่งปกติอาจจะรับประทาน 3-4 มื้อ ให้ลดเหลือเพียง 2 มื้อ และลดปริมาณข้าวให้น้อยลงครึ่งหนึ่ง และนอกจากนี้ควรจะเลือกรับประทานอาหารที่มีผลช่วยในการควบคุมน้ำหนักควบคู่กันไปด้วย เช่น ผัก ผลไม้ พริกไทย และนมเปรี้ยว เป็นต้น ซึ่งอาหารพวกนี้จะช่วยย่อยอาหาร และเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอลดหน้าท้อง

การควบคุมอาหารควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้องก็มีอยู่หลายวิธี แต่ที่ได้รับความนิยม และสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ก็คือ การออกกำลังกายโดยการซิทอัพ ถึงแม้จะเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบเบสิก แต่รับรองว่าได้ผลชัวร์ โดยให้เริ่มจากการซิทอัพ 20 ครั้งต่อวัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนให้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยให้ทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ทั้งนี้อาจจะออกกำลังกายอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วย อย่าง จ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน อย่างน้อย 20-30 นาที จะช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันออกไปได้ดียิ่งขึ้น

3. นอกพักผ่อนให้เพียงพอ

ใครที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ สิ่งสำคัญคือต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ คือ ก่อน 4 ทุ่ม (นอนพักผ่อนให้ได้อย่างต่ำ 6-8 ชั่วโมง) เพราะจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แถมยังจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่จะช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการกำจัดไขมันส่วนเกินได้ด้วย

4. ฝึกการหายใจเข้าออก

การหายใจมีส่วนอย่างมากในระบบไหลเวียนโลหิตและระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย แถมยังจะช่วยให้รู้สึกอิ่มจากอาหารแต่ละมื้อนานขึ้นและลดอาการอยากอาหารให้น้อยลงได้ด้วย โดยการหายใจที่ถูกต้องคือ จะต้องหายใจอย่างช้า ๆ และลึก ๆ และทุกครั้งที่หายใจเข้าหน้าท้องจะป่องออกเพื่อรับลมเข้าและแบนลงเมื่อหายใจออก โดยฝึกให้เป็นนิสัย เช่น เวลาว่าง ๆ ให้ลองนั่งหรือยืนตัวตรงในท่าสบายแล้วค่อย ๆ เริ่มหายใจเข้าออกช้า ๆ เป็นจังหวะ ทำวันละ 10 นาที รับรองระบบเผาผลาญจะดีขึ้นอย่างแน่นอนจ้า

5. ดีท็อกซ์ลำไส้ลดหน้าท้อง

การดีท็อกซ์ลำไส้ทำได้โดยการรับประทานโยเกิร์ตบ่อย ๆ จะถือเป็นการทำความสะอาดไขมันที่เกาะอยู่ที่ลำไส้ ซึ่งไขมันเหล่านี้จะทำให้กระเพาะอาหาร ตับ และม้าม เกิดการดูดซึมได้น้อยมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในส่วนของม้ามที่ชื้นจะยิ่งทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่ายขึ้น เมื่อทำการขจัดไขมันเหล่านี้ออกไปด้วยการดีท็อกซ์จะช่วยทำให้หน้าท้องเล็กลงตามไปด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนที่กระปุกดอทคอมเอามาฝากกันในวันนี้ ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ เชื่อว่าคุณสาว ๆ สามารถทำได้อย่างแน่นอน แต่อย่าลืมทำให้เป็นประจำสม่ำเสมอ และมีวินัยในตัวเองด้วยนะคะ รับรองว่าพุงสลาย ไขมันหด เหลือแต่หน้าท้องแบนราบได้ในเร็ววันอย่างแน่นอนจ้าลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ สาเหตุของสิวอักเสบ

สิวอักเสบ สาเหตุของสิวอักเสบ ในบรรดาสิวทั้งหลายต้องยอมรับเลยว่า “สิวอักเสบ” นั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ เพราะเจ้าสิวอักเสบนั้นถือเป็นสิวภาคต่อของสิวอุดตัน เพราะเมื่อสิวอุดตันเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย Propionibacterium acne หรือ พีแอ็คเน่ (P.acne) มันก็จะกลายร่างเป็นสิวอักเสบ ซึ่งจากสิวอุดตันที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมันก็จะดันตัวนูนขึ้นมากลายเป็นจุดแดง ๆ หรือเป็นหัวหนองที่แถมความเจ็บปวดมาให้ พอยุบตัวลงมันยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เจ็บชอกช้ำระกำใจอีกด้วยสิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ หนึ่งในสิวอักเสบที่เรารู้จักกันดีคือ “สิวหัวหนอง” แต่นอกจากสิวหัวหนองแล้ว ก็ยังมีสิวประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละประเภทจะถูกแบ่งออกตามลักษณะและความยากง่ายในการรักษา เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักสิวอักเสบแต่ละประเภทกันดีกว่า จะได้รู้ว่าสิวอักเสบที่มันผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเรานั้นจัดเป็นสิวอักเสบประเภทใดสิวอักเสบ

ประเภทของสิวอักเสบสิวอักเสบ
สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นสิวอักเสบที่พัฒนามาจากสิวอุดตันและสิวที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวของเรา เป็นสิวที่รักษาได้ง่าย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นละก็ ก่อนนอนให้โปะด้วยคลินดามัยซินลงบนหัวสิว พอตื่นมาสิวก็จะไม่เพิ่มขนาดขึ้น แถมยังช่วยลดความแข็งของหัวสิวลงได้อีกด้วย แต่สำหรับบางคนยาชนิดนี้อาจออกฤทธิ์ดีจัด จนทำให้สิวยุบลงไปเลยก็มี
สิวอักเสบแบบหัวหนอง (Pustule) สิวอักเสบหัวหนองแบบแรกจะเป็นสิวแบบตื้น ๆ รับมือได้ง่าย ไม่มีอาการเจ็บ มีลักษณะเป็นหนองเกาะนูนอยู่บนผิว โดยปกติแล้วถ้าเราจะใช้บีพี (BP หรือ Benzoyl peroxide) เป็นประจำ สิวอักเสบหัวหนองแบบตื้นก็แทบจะไม่มากวนใจเราเลย ส่วนอีกแบบจะเป็นสิวอักเสบแบบลึก จะใช้ระยะเวลาการรักษานานกว่าแบบแรก แถมยังเจ็บอีกด้วย เป็นสิวที่พัฒนามาจากแบบแรกจนกลายร่างเป็นแบบลึก เพราะเราปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งมันตั้งแต่แรก ถ้าเป็นถึงขั้นนี้ก็ให้รีบรักษา เพราะถ้าลุกลามไปมากกว่านี้จะรักษาได้ยากและทิ้งรอยไว้ให้หนักใจกันนานเลยทีเดียวสิวอักเสบ
สิวอักเสบแบบตุ่มแดงก้อนลึก (Nodule) จะมีลักษณะคล้ายกับสิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง แต่สิวแบบนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าและจะรู้สึกได้ว่ามันแข็งเป็นไต เมื่อสัมผัสหรือกดดูจะรู้ว่าสิวนั้นลึกลงไปถึงข้างใน ไม่ใช่แข็งเป็นไตนูนแค่บนผิว สิวแบบนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะยุบ แต่ถ้าเราดูแลดี ๆ สิวชนิดนี้ก็จะไม่ทิ้งรอยแผลไว้บนใบหน้าของเรา (ไม่สนับสนุนให้กด เพราะยิ่งกดจะยิ่งเห่อ)
สิวอักเสบแบบถุงใต้ผิวหนัง (Cyst acne) ถ้าเป็นสิวชนิดนี้แนะนำว่าให้รีบไปหาหมอโดยด่วน อย่าคิดรักษาด้วยตัวเองหรือลองใช้อะไรด้วยตัวเอง เพราะสิวชนิดนี้นับว่าเป็นสิวอักเสบที่รุนแรง มีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ รูปร่างไม่จำกัดอยู่แค่รูปวงกลมเท่านั้น เพราะบางทีก็เป็นตุ่มแดง ๆ บางทีก็เป็นถุงที่มีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งมักจะอยู่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ เมื่อเจ้าสิวชนิดนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องใจเย็นกับการรักษา หยุดทุกการกระทำกับใบหน้า เรื่องแต่งหน้าเลิกคิดไปได้ แล้วรีบไปหาหมอ แล้วอย่าลืมทำใจเอาไว้ด้วยว่าอาจมีรอยแผลเป็นแน่ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรักษาสิวให้หายก่อน ส่วนรอยแผลเป็นต่าง ๆ เดี๋ยวค่อยมาหาทางรักษาทีหลังก็ยังไม่สายสิวอักเสบ.

วิตามินซี สำหรับคนที่ดูแลตัวเองอยู่แล้ว

วิตามินซี สำหรับคนที่ดูแลตัวเองอยู่แล้ว ทานอาหารเสริมเป็นประจำ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่รู้จัก วิตามินซี และหลายๆคนก็กำลังทานวิตมินซีอยู่เช่นกัน แต่วิธีที่คุณทานอยู่นั้น ถูกต้องและได้ประสิทธิภาพสูงสุดหรือยังวิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และมีประโยชน์กับผิวหนังคือวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำ ได้จะช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวเต่งตึงช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวีของแสงแดด และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนซึ่งเป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม ออริเฟลมมีผลิตภัณฑ์แนะนำคือ ออฟติมอล เรเดี้ยนซ์เอเนอร์จี้ แคปซูล ที่บรรจุวิตามินซีเข้มข้น ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผิวกระจ่างใสวิตามินซี

ดังนั้นคนจึงหันมานิยมรับประทานวิตามินซีกันเป็นจำนวนมาก แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถรับวิตามินซี ได้ครั้งละจำนวนมากๆ ต่อให้ทานครั้งละ 500 mg หรือ 1000 mg ร่างกายก็จะรับได้ในระดับหนึ่งต่อครั้ง ซึ่งมันไม่ถึง 500 mg อยู่แล้ว ในการที่ร่างกายจะรับได้ต่อการทาน 1 ครั้งเพราะฉะนั้น หากคิดจะทาน ควรทานปริมาณ mg น้อย แต่ทานบ่อยจะดีกว่าทานปริมาณมาก แต่น้อยครั้ง เพราะส่วนเกินที่ดูดซึมไม่หมดอีกเยอะนั้นยังไงร่างกายก็ต้องขับออก และเป็นภาระให้ไตมากขึ้นวิตามินซี

แล้วหากมีวิตามินซีอยู่ 1000mg คุณควรจะหักครึ่งมันใช่ไหม?
อาจดูเป็นความคิดที่ดีเพื่อที่จะทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงคือ วิตามินซีนั้น ไวต่อแสง ความร้อน และเสื่อมสภาพได้ง่ายมากเมื่อเจอสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นครึ่งนึงที่หักไป ย่อมประสิทธิภาพลดลงอย่างแน่นอน และอีกอย่างมีวิตซีอีกจำพวก ที่เรียกกันว่า วิตซี Buffered ซึ่งวิตซีพวกนี้วิตามินซี
จะถูกเคลือบเม็ดยาด้วยสารที่จะทำให้เม็ดยาค่อยๆ ปลดปล่อยวิตามินซีออกมา ตลอดเวลาที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร ประมาณ 7-8 ชั่วโมง หากไปหักเม็ดยา จะทำให้คุณสมบัตินี้สูญเสียไป
ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีผิวที่ขาวสดใส ชวนมอง และน่าสัมผัส แต่กว่าที่จะได้มาซึ่งผิวพรรณที่งดงามเหล่านั้นมาครอบครอง หลายๆคนก็คงจะเข้าใจดีว่า จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายาม และสรรหา วิธีผิวใส มาปฎิบัติตามแบบลองผิดลองถูกกันอย่างมากมายกว่าที่จะพบ วิธีผิวใส ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากที่สุด สำหรับใครที่กำลังมองหา วิธีผิวใส ที่สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวสดใสได้อย่างรวดเร็วอยู่ บทความชิ้นนี้ก็ขอแนะนำวิธีช่วยทำให้ผิวพรรณของคูรขาวเนียน สดใส แลดูมีสุขภาพที่ดีมากขึ้นได้ โดยเพียงแค่วิธีง่ายๆ อย่างการทานวิตามินซีเท่านั้นวิตามินซี.