วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี การทานวิตามินซีแน่นอนว่าจะต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี การทานวิตามินซีแน่นอนว่าจะต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างมหาศาล เพราะไม่ว่า วิตามินซี จะถูกสกัดออกมาในรูปแบบใด ทั้งเป็นส่วนผสมของอาหารเสริม หรือ วิตามิน ซี ที่เป็นส่วนผสมของครีมบำรุงต่างๆ หรือ วิตามิน ซี ที่อยู่ในผักและผลไม้ ที่เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้ร่างกาย และผิวพรรณได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ส่วนการทานวิตามินซี เพื่อที่จะเพิ่มภูมิต้านทานโรค ต่างๆให้กับร่างกายของเรา หลายคนคงเกิดความสงสัยว่า..

ทาน วิตามินซี ตอนไหนดี จึงจะได้ผลอย่างชัดเจน

วิตามินซีแบบเม็ด

ทาน วิตามิน ซี หลังอาหารเช้า

การที่คุณได้ทาน วิตามินซี หลังอาหารเช้าจะถือว่าเป็นการดีที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของคนเรา จะทำการดูดซึมสารอาหารได้เป็นอย่างดี ซึ่งการทานวิตามินซี ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงหลังอาหารเช้า 9.00-10.00 น. ถือว่าเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้เป็นอย่างดีที่สุดช่วงเวลานี้

หลีกเลี่ยงการ ทาน วิตามิน ซี ตอนท้องกำลังว่าง

ช่วงเวลาที่ท้องคุณกำลังว่าง การรับประทานอาหารที่หนัก จะเป็นการดีกว่าที่จะรับประทานอาหารจำพวกที่มีกรดต่างๆ เพราะจะไปทำลายลำไส้ ของเราได้ง่าย

ไม่ควรทาน วิตามินซี ช่วงเวลาที่ท้องว่าง เพราะ วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นกรด และไม่ควรทาน วิตามินซี ก่อนนอน ซึ่งมีการค้นพบว่า วิตามิน ซี จะมีสารที่ทำให้ร่างกายมีการตื่นตัว เป็นสาเหตุของการนอนหลับยากขึ้น และเป็นผลทำให้ร่างกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ

วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุดวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

ประโยชน์ของ วิตามินซีวิตามินซียี่ห้อไหนดี

เมื่อรับประทานทาน วิตามินซี เข้าสู่ร่างกาย สิ่งที่คุณจะได้รับก็คือ มีการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอความชรา ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ซึ่งสังเกตได้จากการที่คุณได้รับประทานอาหาร อย่างผัก และผลไม้รสเปรี้ยว อยู่เป็นประจำ วิตามิน ซี ที่อยู่ในผลไม้ จะช่วยให้ผิวใส เนียน นุ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเลยทีเดียว

นอกจากนี้ การทานวิตามินซี ยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา มีความแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทาน วิตามิน ซี ป้องกันหวัด

ประโยชน์ vitamin-cวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

เป็นที่รู้กันมานานว่า หากใครได้ ทาน วิตามินซี อย่างเพียงพอ จะทำให้ไม่เป็นโรคหวัดได้ง่าย เพราะสารที่อยู่ใน วิตามิน ซี จะช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัดได้เป็นอย่างดี รวมถึงสรรพคุณของ วิตามิน ซี ที่สามารถ ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเด็กๆ ส่วนใหญ่จะชอบ ทาน วิตามินซีแบบอัดเม็ด

ยังมีประโยชน์ของการทาน วิตามินซี อีกมากมาย เพราะการทาน วิตามินซี จะสามารถช่วยในการลดความเสี่ยง และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด ซึ่ง วิตามิน ซี ยังสามารถช่วยต่อต้าน ในการสร้างสารที่จะก่อให้เกิดมะเร็ง อีกด้วย วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การลดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องไม่ยาก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การลดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องไม่ยาก ท่านสามารถลดน้ำหนักภายในเวลา 1-3 เดือนอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะควบคุมน้ำหนักให้พอเหมาะตลอดไป หรือที่เรียกว่าเป็นการลดน้ำหนักอย่างถาวรตลอดชีวิต คำตอบก็ไม่ยากเช่นกัน แต่จุดที่ยากที่สุดคือ เวลาปฏิบัติจะทำได้หรือไม่ จะทำได้จริง ทำต่อเนื่อง ทำจนเป็นนิสัย ทำอย่างมีเหตุผล และทำอย่างมีหลักการได้อย่างไร ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก หลักในการลดความอ้วนนั้นก็มีอยู่ง่าย ๆ ดังนี้

1. การลดน้ำหนักควรใช้วิธีควบคุมน้ำหนักอย่างมีเหตุผล รู้จักวิเคราะห์ วินิจฉัย ประเมินสาเหตุและผลลัพธ์ เข้าใจว่าความอ้วนเกิดขึ้นได้อย่างไร จะควบคุมด้วยวิธีไหน และจะเลือกวิธีใดที่เหมาะกับตัวเอง

2. ในการลดน้ำหนักควรเข้าใจว่าเรื่องของน้ำหนักเป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน การลดจึงควรใช้รูปแบบผสมผสานตั้งแต่การควบคุมทางโภชนาการ การออกกำลังกาย การสร้างกำลังใจ และการระบายความเครียดที่ถูกต้องออกกำลังกายลดน้ำหนัก

3. การลดควรตั้งเป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลดในอัตราสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือเดือนละสองกิโลกรัม การลดแบบค่อย ๆ ทำไปนี้จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวตามไป ไม่ทุรนทุรายจนหมดความอดทนจนต้องหวนกลับไปอ้วนอีกออกกำลังกายลดน้ำหนัก

4. ถ้าไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยตนเอง หรือลองมาหลายวิธีแล้วไม่ได้ผลดี ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะวิธีลดน้ำหนักอย่างถาวรนั้นคือ การเปลี่ยนรูปแบบของวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวันด้วยการกินที่พอเหมาะ การออกกำลังกายอย่างเพียงพอ และความตั้งใจกำลังใจที่กลายเป็นวินัยควบคุมตนเองจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

5. การบันทึกแสดงสัดส่วนของร่างกายเป็นระยะ เช่น บันทึกน้ำหนัก ส่วนรอบของอก-เอว ตะโพก ไว้เป็นรายเดือนหรือทุกสามเดือน ถ้าสามารถแสดงเป็นกราฟหรือถ่ายภาพเปรียบเทียบไว้ ก็จะช่วยให้ท่านมองเห็นผลสำเร็จหรือล้มเหลวของการควบคุมน้ำหนัก

6. การดูแลสุขภาพและสุขภาพจิตขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลดน้ำหนัก เพราะร่างกายและจิตใจสัมพันธ์กัน ถ้าสุขภาพโดยทั่วไปของท่านสุขกายสบายใจจะช่วยให้ภาวะการควบคุมน้ำหนักเป็นไปด้วยดี อารมณ์มั่นคง การควบคุมวินัยของตนเองจะทำได้ดีกว่าในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอหรืออารมณ์หงุดหงิด ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว ประโยชน์ที่มากกว่าผิวขาวใสประโยชน์จากวิตามินซี นั้นมีมากมายสารพัด

วิตามินผิวขาว ประโยชน์ที่มากกว่าผิวขาวใสประโยชน์จากวิตามินซี นั้นมีมากมายสารพัด ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน ทั้งยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ วิตามินซียังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีก วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว
วิตามินผิวขาว 1.แก้โรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้นร้อยละ 21 ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้วิตามินผิวขาว
2.เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี มันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นที่มาของโรคหัวใจนั่นเอง
3.ป้องกันและต่อสู้กับมะเร็ง มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยววิตามินซีกับการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง แต่เนื่องจากวิตามินเป็นสารต่ออนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้วิตามินผิวขาว
4.ป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลตที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก ทั้งยังมีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี มีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึงร้อยละ 77
5.บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส โดยธรรมชาติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส ที่สำคัญคือมีการศึกษาค้นคว้าพบว่า วิตามินซีช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว

รอยแตกลาย เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ จึงเกิดเป็นรอยแตกลายบนผิวชั้นนอก ซึ่งเชื่อว่าครั้งหนึ่งหรือหลายครั้ง แต่ละคนต่างก็เคยผ่านปัญหารอยแตกลายกันมาแล้ว วันนี้เรามาดูกันว่าเจ้ารอยแตกลายเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมผิวเนียนสวยจึงต้องเกิดการแตกลาย รวมถึงวิธีการลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติ จะทำได้อย่างไร รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิด
หญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90 พบกับปัญหารอยแตกลาย เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่มีการสะสมมากขึ้น และยังมมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านม จากการศึกษาวิจัย พบว่าหญิงตั้งครรภ์มักจะมีรอยแตกช่วงปลายของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 6-7) ร้อยละ 75-90 เลยทีเดียว และมีการศึกษาหนึ่งของนักวิจัยชาวเยอรมัน ได้นำครีมที่มีส่วนผสมของสาร (Trofolastin) containing Gotu Kola extract and vitamin E มานวดบริเวณท้องของคนตั้งครรภ์ พบว่ามีแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ไม่เป็นรอยแตกลาย และพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดรอยแตกลาย ขณะท้องได้มากกว่า และรุนแรงกว่า
ส่วนพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่ายรอยแตกลาย
ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติรอยแตกลาย
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้ รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน หากพูดถึงการมีหน้าท้องแบนราบ

กระชับรูขุมขน หากพูดถึงการมีหน้าท้องแบนราบ สาว ๆ หลายคนอาจจะส่ายหัวด้วยความท้อแท้ เพราะกว่าจะก้าวเข้าไปสู่การมีหน้าท้องแบนราบได้นั้น ต้องอาศัยความอดทน การใช้เวลาในการออกกำลังกาย และควบคุมอาหารอย่างมากเลยทีเดียว แต่หากใครใจสู้อยากจะมีหน้าท้องแบนราบ เผื่อวันไหนจะใส่บิกินี่หรือเสื้อเอวลอยจะได้มั่นใจเต็มร้อยแล้วละก็ อาจจะลองหยิบเทคนิคการมีหน้าท้องแบนราบที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากไปใช้ก็ได้นะคะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน เพิ่มโปรตีน

หากเพิ่มการกินโปรตีนเข้าไปให้มากกว่าเดิม จะช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญอาหารของคุณดีขึ้น ลองกินไข่ต้มสุก 4 ฟองในมื้อเช้าดูสิ มันจะช่วยเร่งการเผาผลาญอาหารและช่วยทำให้คุณได้เป็นเจ้าของหน้าท้องที่แบนราบได้อย่างที่หวังเอาไว้ เพราะอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนจะช่วยย่อย ดูดซึม และเผาผลาญได้ดี นั่นก็หมายความว่าการเผาผลาญแคลอรี่จะดีกว่าเดิมและคุณจะรู้สึกอิ่มท้องนานด้วย

กินแอปเปิลทุกวันกระชับรูขุมขน

อีกหนึ่งวิธีในการลดไขมันตรงส่วนหน้าท้องให้แบนราบ นั่นคือการกินผักและผลไม้สดทุกวันนั่นเอง ซึ่งขอแนะนำว่า การกินแอปเปิลทุกวันจะช่วยทำให้หน้าท้องแบนราบ ก็เพราะว่าแอปเปิลอุดมไปด้วยสารเพคติน (Pectin) ที่จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ยังไงล่ะ ที่สำคัญยังทำให้ไม่รู้สึกหิวด้วย

เล่นเวท

หากคุณต้องการสร้างกล้ามเนื้อให้มากและกำจัดไขมันออกไป ก็ควรจะหันมาเล่นเวทเพิ่มด้วย หากคุณออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็ให้เพิ่มการเล่นเวทเสริมเข้าไป เพราะการเล่นเวทจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ดีขึ้น ซึ่งหากคุณออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอแต่ไม่ได้เล่นเวท ก็อาจจะทำให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะตรงส่วนหน้าท้องได้ รู้แบบนี้แล้วก็เล่นเวทเสริมเข้าไปกันเถอะสาว ๆ

ดื่มน้ำเยอะ ๆกระชับรูขุมขน

รู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำช่วยทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ แถมยังทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้ด้วย แค่หันมาดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร 1 แก้ว แล้วคุณก็จะไม่ค่อยหิวและกินอาหารได้น้อยลง ส่วนในระหว่างวันก็จิบน้ำเรื่อย ๆ อย่ามัวแต่หยิบน้ำขึ้นมาดื่มแค่ตอนกระหายเท่านั้นนะคะ

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

หากต้องการให้หน้าท้องแบนราบ คุณควรจะออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงราว 30-60 นาที โดยลองวิ่งสัก 10 นาที, วิ่งสปรินท์ (Sprint) 1 นาที, ทำท่าเบอร์พี (Burpee) 5-10 ครั้ง และวิดพื้น 15-20 ครั้ง ถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็วทันใจ คุณควรจะออกกำลังกายแบบนี้ซ้ำ ๆ สัก 5 รอบ รับรองหน้าท้องแจ่มแน่

อย่ากินดึกกระชับรูขุมขน

สาว ๆ ที่ชอบกินจุกจิกตอนกลางคืนระวังให้ดี เพราะนี่แหละคือตัวการที่ทำให้พุงใหญ่ได้ง่าย ๆ เลย ทางที่ดีคุณควรจะหยุดการกินทุกอย่าง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะในขณะที่คุณนอนหลับ ระบบเผาผลาญอาหารจะทำงานได้ช้าลง ซึ่งก็หมายความว่าทุกสิ่งอย่างที่กินเข้าไปก่อนนอนไม่ได้รับการเผาผลาญออกไปเลยยังไงล่ะ จึงไม่น่าแปลกใจเลยใช่ไหมว่าทำไมคุณถึงอ้วนและพุงปลิ้นตลอดเวลา รู้แบบนี้แล้วก็อย่ากินดึกกันนะจ๊ะ

กระโดดเชือก

การออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือก สามารถทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วงเวลาที่คุณกำลังกระโดดเชือกอยู่นั้น เท่ากับการที่คุณออกกำลังกายอย่างหนักถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ฉะนั้นการกระโดดเชือกจึงช่วยกระตุ้นเผาผลาญแคลอรี่ได้มากเลยทีเดียว

ลดการกินเค็ม

รู้อยู่แล้วแหละ ว่าการกินเค็มเป็นสิ่งโปรดปรานของสาว ๆ หลายคน แต่รู้ไหมว่าหากกินเค็มมากเกินไปก็อาจจะทำให้ตัวบวมได้นะ ถ้าหากเลี่ยงการกินเค็มไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้เกลือโครเชอร์หรือเกลือทะเลมาปรุงอาหารแทน เพราะเกลือ 2 ชนิดนี้มีโซเดียมต่ำ ซึ่งก็จะทำให้ไม่เกิดอาการตัวบวมยังไงล่ะ

งดแอลกอฮอล์

สาวนักดื่มตัวยงที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ ก็คงถึงเวลาที่ต้องงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดแล้วล่ะ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้ร่างกายของคุณกักเก็บไขมันที่กินเข้าไปได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังต้องการการเผาผลาญมากกว่าเดิมถึง 36 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว รู้แบบนี้แล้วก็งดดื่มแอลกอฮอล์กันดีกว่าเนอะ

บริหารร่างกายให้แข็งแรง

การบริหารร่างกายให้แข็งแรง ไม่ได้หมายความว่าการออกกำลังกายอย่างรุนแรง เพราะแค่คุณลุกนั่งขึ้นลงและกำหนดลมหายใจ ก็จะช่วยให้หน้าท้องของคุณกระชับมากขึ้นแล้ว ซึ่งคุณอาจจะเลือกการเล่นโยคะไปเลยก็ได้นะคะ

สาว ๆ คนไหนที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ ก็อย่าเอาแต่เพ้อฝันอยากจะมีเพียงอย่างเดียวนะคะ หากลงมือปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้ รับรองว่าใคร ๆ ก็ต้องอิจฉาความสวยงามของหน้าท้องคุณแน่ ๆ กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง ปัญหาพุงยื่นหน้าท้องโตจัดเป็นปัญหาระดับชาติของสาวไทยไม่น้อย

ลดหน้าท้อง ปัญหาพุงยื่นหน้าท้องโตจัดเป็นปัญหาระดับชาติของสาวไทยไม่น้อย ก็อย่างว่านะเรื่องกินไม่เข้าใครออกใคร ยิ่งสาวไทยนี่ชอบเรื่องการกินเป็นชีวิตจิตใจ อย่าให้รู้นะว่าร้านไหนอร่อย ไกลแค่ไหนก็ต้องไปเพื่อไปลิ้มลองรสชาติสักครั้ง เพราะฉะนั้นเราก็คงไม่ต้องแปลกใจที่ปัญหาหน้าท้องของสาวๆหรือแม้แต่หนุ่มบางคนยังคงอยู่คู่คนไทยมาถึงทุกวันนี้ วันนี้ Fattylose มี “วิธีลดหน้าท้องด้วยท่าโยคะง่ายๆ” มาฝากครับ รับรองว่าถ้าได้ลองทำกันแล้วหน้าท้องของคุณจะตึงเปรี๊ยะแน่นอน ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง
ลดหน้าท้อง โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 1

มาเริ่มกันกับท่าเบสิคๆกันก่อน ท่านี้ทำได้โดยเริ่มจากให้เรานอนราบลงไปกับพื้นก่อน ชันเข่าทั้ง 2 ข้างขึ้น จากนั้นยกตัวขึ้นพร้อมกับเอามือทั้ง 2 ข้างมาประสานไว้ใต้ช่องว่างด้านล่างดังรูป โดยในขณะที่เรายกตัวขึ้นให้เราหายใจเข้านับ 1-10 แล้วค่อยผ่อนตัวลงมาพร้อมกับปล่อยลมหายใจออก ทำเป็นเซ็ต เซ็ตละ 10 ครั้ง ทำวันละ 2-3 เซ็ตกำลังดี

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 2

ท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 2 เริ่มจากการนั่งคุกเข่าลงโดยให้ลำตัวตั้งตรง หายใจเข้าพร้อมกับกับโน้มตัวไปข้างหลัง ใช้มือทั้ง 2 ข้างจับที่ปลายส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง ข้างไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วกลับมาสู่ท่าคุกเข่าเตรียมท่าเดิม ทำเป็นเซ็ตเหมือนท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 1

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 3ลดหน้าท้อง

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 3 ท่าเตรียมจะคล้ายท่าเตรียมของการวิดพื้น แต่จากที่้เราต้องตั้งปลายเท้าก็ให้เราปล่อยหลังเท้าให้ราบไปกับพื้น จากนั้นให้เรากลั้นหายใจพร้อมกับเงยหน้าขึ้น นับ 1-10 ในใจ ในขณะที่ทำเราจะรู้สึกว่าหน้าท้องเราจะตึงมาก หลังจากนับ 10 แล้วให้เราผ่อนตังลงโดยกลับมานอนคง่ำหน้าราบไปกับพื้น จากนั้นก็ค่อยยกตัวขึ้นไปใหม่ ทำเป็นเซ็ตเหมือนกับท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 1 และ 2ลดหน้าท้อง

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 4

ท่าโยคะลดหน้าท้องท่าที่ 4 Advance ขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง เป็นท่าที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นของขาและสะโพก โดยเริ่มต้นให้นั่งแบบท่านั่งพับเพียบจากนั้นให้เรายกตัวขึ้นพร้อมกับยืดขาขวาออกไปด้านหลังให้ตึง โดยที่ขาซ้ายยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม จากนั้นให้เราเงยหน้าขึ้นพร้อมกับกลั้นลมหายใจเอาไว้ นับ 1-10 ในใจ และค่อยผ่อนตัวลงกลับมาสู่ท่านั่งพับเพียบตามเดิม ทำต่อเนื่องเป็นเซ็ตๆไป

โยคะลดหน้าท้องท่าที่ 5

โยคะลดหน้าท้องท่าสุดท้ายนี้เป็นท่าที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นท่าที่ใช้บริหารเพื่อลดหน้าท้องได้ดีที่สุด ใครทำแล้วหน้าท้องไม่ตึงผมให้กระโดดถีบสองขาคู่เลย วิธีทำให้เรานอนคว่ำหน้าราบไปกับพื้น หายใจเข้า จากนั้นให้เราเอามือทั้ง 2 ข้างไปข้างหลังเพื่อจับที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้างของเราดังรูป พยายามยกตัวของเราขึ้นมาให้ได้มากที่สุดโดยอาศัยแรงดึงของเราเป็นหลักนับ 1-10 หรือถ้าไม่ถึงก็ให้พยายามค้างไว้ไห้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่อนตัวลงพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมา แล้วค่อยเริ่มทำใหม่ ทำเป็นเซ็ตเหมือนกับโยคะลดหน้าท้องท่าอื่นๆ ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ ก้าวแรกของการรักษาสิว

สิวอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ ก้าวแรกของการรักษาสิว ก็คือการรู้จักชนิดของสิว ที่มารบกวนอยู่บนใบหน้าของเรา เพราะการรู้จักที่มาที่ไป ประเภท/ชนิด ของสิวอุดตัน สิวอักเสบ นั้นจะช่วยให้เรารู้เหตุผลที่แท้จริงของการเป็นสิวได้ ดังนั้น วันนี้เราจึงได้รวบรวมประเภทของสิวอุดตันและสิวอักเสบมาฝาก เพื่อที่เราจะได้หาวิธีรักษาและป้องกันการเกิดสิวได้อย่างถูกวิธี การแก้ไขปัญหาก็จะง่ายขึ้น ตรงจุด รักษาสิวได้หายขาด สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ
สิวอักเสบ ประเภทของสิวอุดตัน และสิวอักเสบ
สิว (Acne) สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก คือ
1. สิวไม่อักเสบ หรือสิวอุดตัน (Comedone)
เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน สิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นเม็ดตุ่มเล็กๆ ที่เกิดบริเวณผิวหน้าของเรา แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ

สิวหัวปิด หรือสิวหัวขาว (White head) เห็นเป็นตุ่มนูนเล็กๆ หัวขาวๆ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร มีสีเดียวกับผิวหนังปกติ สิวประเภทนี้เกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและขุมขน (Pilosebaceous unit) แต่ท่อเปิดจะเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิวหัวปิดขนาดใหญ่ อาจจะคงอยู่ได้ นานหลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน ประมาณ 75% ของสิวชนิดนี้จะกลายไปเป็นสิวอักเสบสิวอักเสบ

สิวหัวเปิด หรือสิวหัวดำ (Black head) เห็นเป็นตุ่มนูนเล็กๆ หัวดำๆ เส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร และสังเกตดีๆ จะมีจุดดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งจุดเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว, ไขมัน, และเชื้อ P.acnes อุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน

นอกจากนี้ยังอาจแบ่งสิวอุดตันได้อีกชนิดหนึ่ง คือ สิวอุดตันชนิดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) จากการตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ของผิวในบริเวณที่ดูปกติ ในบุคคลที่เสี่ยงต่อการเกิดสิว พบ Microcomedone ได้ 28% ข้อมูลดังกล่าวจึงสนับสนุนการใช้ยาทารักษาสิว แม้ในบริเวณที่ยังไม่มีสิวให้เห็น

2.(Inflammatory acne)
สิวชนิดนี้คือ เกิดจากการอักเสบของสิวอุดตัน (Comedone) ที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย (BACTERIA) แทรกซ้อน จะมีลักษณะเป็นเม็ดบวมแดง หรือเป็นหัวหนอง หรืออาจจะกลายเป็นถุงซีสต์ ที่เรียกว่า “สิวหัวช้าง” และสามารถแบ่งเป็นหลายชนิดด้วยกัน ดังนี้

สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) มีขนาดแตกต่างกันออกไป ร้อยละ 50 ของสิวชนิดนี้เกิดจากสิวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (microcomedone), 25% เกิดจากสิวหัวปิด และอีก 25% เกิดจากสิวหัวเปิด

สิวหนอง (Pustule) มีได้หลายขนาด อาจตื้น หรือ ลึกก็ได้ ถ้าเป็นสิวหนองชนิดตื้นจะหายได้เร็วกว่าชนิดที่เป็นตุ่มนูนแดงแข็ง (papule) ส่วนสิวหนองชนิดลึกมักจะพบน้อยกว่า และพบในผู้ที่เป็นสิวค่อนข้างรุนแรง โดยเริ่มมาจากตุ่มนูนแดงแข็งก่อน อาจเป็นอยู่ได้นานมากกว่า 7 วัน มักมีอาการเจ็บร่วมด้วย และใช้เวลาในการหายประมาณ 2-6 สัปดาห์สิวอักเสบ

สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึก (Nodule) มักมีขนาดตั้งแต่ 8 มม.ขึ้นไป อาจใช้เวลาในการหายถึง 8 สัปดาห์ และมักจะทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นตามมาได้

สิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Cyst) พบได้ไม่บ่อย มักมีขนาดใหญ่ได้หลายเซนติเมตร ภายในบรรจุหนองหรือสารเหลวคล้ายเนย รอยโรคอาจรวมกันเป็นสิวขนาดใหญ่มากๆ ได้ สิวลักษณะนี้มักจะก่อให้เกิดรอยแผลเป็นเสมอ

สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) สิวประเภทนี้พบได้ค่อนข้างบ่อยเลยค่ะ โดยเฉพาะ บริเวณจมูก, คาง, ลำตัวส่วนบน, ต้นแขน และหลังบริเวณระหว่างกระดูกสะบัก ถึงเราจะเรียกว่าเป็นสิวเสี้ยน แต่จริงๆ แล้วทางการแพทย์ไม่จัดว่าสิวเสี้ยน เป็นสิวนะค่ะ เพียงแต่ว่าเนื่องจากบริเวณที่พบสิวเสี้ยนเป็นบริเวณใกล้เคียงกับที่พบสิวโดยทั่วไป และก่อปัญหาทางด้านความงามได้พอๆ กับสิวแท้

โดยความจริงแล้ว สิวเสี้ยน นั่นก็คือ กลุ่มของขนอ่อน (Vellus hair) หลายๆ เส้นที่สะสมอุดตันอยู่ในรูขุมขน เห็นเป็นขนแหลมๆ สีดำ ยื่นออกมาจากรูขุมขน ในบริเวณดังที่กล่าวมาแล้ว

ส่วนกลไกของการเกิดจริงๆ นั้น ยังไม่ทราบแน่ชัดค่ะ แต่ที่อาจเป็นไปได้ คือ มีการหนาตัวของเซลล์ชั้นหนังกำพร้าที่มากขึ้น จนมาปิดกั้นรูขุมขน ทำให้ขนที่สร้างขึ้นไม่สามารถหลุดออกไปได้

ผลข้างเคียงจากการเกิดสิวอักเสบ มักเกิดได้บ่อย ถ้าไม่รีบรักษา คือ
1. รอยดำจากสิว
2. รอยแดงช้ำ ซึ่งอยู่ได้นาน เป็นเดือนๆ
3. รอยหลุมจากสิว หรือ Icepick-scar สิวอักเสบ.

วิตามินซี อันตรายจากการขาดวิตามินซีผู้ที่ขาดวิตามินซีมักมีอาการอ่อนเพลีย

วิตามินซี อันตรายจากการขาดวิตามินซีผู้ที่ขาดวิตามินซีมักมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดตามข้อต่อของร่างกาย เลือดออกตามไรฟัน เจ็บกระดูก วิตามินซี.

วิตามินซี
วิตามินซี แผลหายช้า เนื่องจาก ทำหน้าที่ต่อต้านการอักเสบ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ของร่างกาย การได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ จะทำให้เส้นเลือดในร่างกายอ่อนแอ และทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายหายช้ากว่าปกติวิตามินซี
เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย คุณสมบัติของวิตามินซี คือ เป็นตัวต่อต้านสารก่อมะเร็ง และช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าร่างกายขาดวิตามินซี จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลง และทำให้ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ง่าย
เป็นโรคลักปิดลักเปิด ในกรณีของเด็ก หรือผู้สูงอายุที่ได้รับวิตามินซี น้อยกว่าวันละ 10 มิลลิกรัม อาจทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิดได้ หากร่างกายขาดวิตามินซีมากเกินปกติอาจทำให้มีลูกยาก เป็นโรคโลหิตจางและมีภาวะความผิดปกติทางจิตได้
อันตรายจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป
เนื่องจากวิตามินซี มีหน้าที่ในการช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย การรับวิตามินซี ในปริมาณมากจะทำให้เกิดปัญหาการสะสมธาตุเหล็ก ตามกระดูกข้อต่อต่างๆ มากขึ้น
การได้รับวิตามินซีมากเกินไป อาจไปรบกวนการดูดซึมของทองแดง และซีลีเนียม หากได้รับวิตามินซีชนิดที่ไม่ได้บรรจุแคปซูล โดยการรับประทาน เกินวันละ 10,000 มิลลิกรัม อาจทำให้ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ เนื่องจากวิตามินซี ที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด มักเป็นชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นกรด หากต้องการหลีกเลี่ยงการระคายเคือง กระเพาะอาหาร ควรรับทานวิตามินซี ชนิดที่เป็น กลาง หรือเป็นกรดต่ำ (pH 7.6-8.0) วิตามินซี.

ลดความอ้วน สาวๆที่กำลังลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ

ลดความอ้วน สาวๆที่กำลังลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมอาหารการกิน ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่า การอดอาหาร จะทำให้ผอม ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนๆ บางรายก็หันไปกินพวกอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก เพื่อทำให้ผอมเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อหลังจากหยุดกินก็จะเกิดอาการโยโย่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน บางคนก็คิดว่าหากไม่กินข้าวแล้ว อาจจะทำให้ผอมลงก็ได้ มาดูกันดีกว่าว่า การลดน้ำหนักที่จะได้ผลนั้น จะต้องกินข้าวหรือไม่ และจะมีหลักวิธีการกินอย่างไร

การลดน้ำหนักจำเป็นต้องกินข้าวหรือไม่ลดความอ้วน

ลดน้ำหนัก มีวิธีการกินข้าวยังไง

วิธีลดน้ำหนักด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำ

การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องอดข้าวเลย แต่ที่ต้องเพิ่มปริมาณน้ำ ก็เพราะว่า น้ำเป็นตัวนำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยปรับความร้อนของร่างกายให้คงที่ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งไม่แห้งตึง

น้ำที่ดื่มเพื่อการลดน้ำหนัก จะช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น และหากดื่มน้ำก่อนที่จะรับประทานอาหาร ก็จะทำให้การรับประทานอาหารลดลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น จึงควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อการลดน้ำหนัก และควรงดดื่ม ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม โดยเด็ดขาด

วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานลดความอ้วน

การเลือกรับประทานอาหารด้วยการดื่มน้ำก่อนอาหาร หรือเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตแทนการกินอาหารฟาสต์ฟู๊ด เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำแทนน้ำสลัดครีม หรือเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องแทนข้าวสวยลดความอ้วน

ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไร ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืน จะทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างได้ผล และมีประสิทธิภาพ

วิธีลดน้ำหนักกับการทิ้งอาหารขยะ

อาหารขยะ ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน

คนที่ตั้งใจจะลดน้ำหนัก แต่ยังแอบไปรับประทานอาหารขยะ (Junk Food) ที่มีแป้งและไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก และมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ซึ่งประกอบไปด้วย ไขมัน หรือ แคลอรีในปริมาณสูง เป็นตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก

วิธีที่คุณจะลดน้ำหนักให้ได้ผลก็คือ กำจัดอาหารขยะให้หมดตู้เย็นให้หมด โดยไม่ต้องนึกเสียดาย หรือกินสั่งลาแต่อย่างใด เพราะหากตั้งใจจะลดน้ำหนัก แล้ว ก็ต้องตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อหุ่นที่ดีในวันข้างหน้า ลดความอ้วน.

ลดต้นขา เทคนิคลดต้นขาแบบง่าย ๆ

ลดต้นขา เทคนิคลดต้นขาแบบง่าย ๆ สาว ๆ คนไหนที่อยากมีขาเรียว เล็กมาลองทำกันดูเลยจ้า… วิธีทําให้ขาเล็กกับเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนขาอวบตัน ให้เรียวสวยได้อย่างรวดเร็วทันใจ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากมีต้นขาใหญ่ ๆ ลองมาทำกันดูเลยจ้า ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา

วิธีทําให้ขาเล็กลดต้นขา

ลดต้นขาด้วยการนวด

การนวดขาเป็นประจำ ถือเป็นการนวดต่อมน้ำเหลือง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ขาของสาว ๆ มีอาการบวมน้ำได้ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นขาใหญ่และไม่สวย โดยขั้นตอนการนวดก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยค่ะ สำหรับบ้านใครที่มีอ่างอาบน้ำก็ให้นอนแช่ในน้ำอุ่นแล้วบีบนวดต้นขาเบา ๆ ไล่จากข้อเท้าขึ้นมายังต้นขา เพื่อให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี แต่สำหรับใครที่ไม่มีอ่างอาบน้ำ สามารถใช้วิธีผสมน้ำอุ่นในกะละมังใบใหญ่ ๆ แล้วแช่ขาลงแทนก็ได้ค่ะ โดยให้นวดสักครึ่งชั่วโมง หลังจากขึ้นจากน้ำก็ให้นวดซ้ำอีกรอบสัก 10-20 นาที ทำแบบนี้แค่อาทิตย์เดียวรับรองว่าขาอวบ ๆ จะเล็กลงได้อย่างน่าตกใจ เพราะนอกจากจะช่วยนวดต่อมน้ำเหลืองให้ไหลเวียนได้ดีแล้ว วิธีนี้ยังสามารถสลายไขมันบริเวณต้นขาได้อีกด้วยจ้า

วิธีทําให้ขาเล็ก

ด้วยการยืดขา

การยืดเส้นที่ขาทุกวันจะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและสลายไขมันที่เกาะอยู่บริเวณใต้ผิวหนังได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบนั่งไขว่ห้างบ่อย ๆ หรือเดินเป็นเวลานาน ๆ โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นั่งกับพื้น กางขาทั้งสองข้างออกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก้มตัวลง เหยียดแขนขวาไปแตะปลายเท้าขวาค้างไว้ 10 วินาทีแล้วยืดตัวขึ้น จากนั้นให้สลับไปทำข้างซ้ายอีก 10 วินาที ทำสลับไปมาหลาย ๆ ครั้ง และให้ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยสลายเซลลูไลท์และป้องกันอาการขาหมูไปได้ในตัวค่ะ

วิธีทําให้ขาเล็ก

ด้วยการวิ่งให้ถูกวิธี

การวิ่งอย่างถูกวิธี โดยที่จะไม่ทำให้ต้นขาใหญ่คือ ต้องวิ่งแบบยืดอก ตัวตรง ก้าวเท้าไปข้างหน้า และเอาส้นเท้าลงพื้นก่อนเหมือนกับเดินเพื่อป้องกันการรองรับน้ำหนักที่มากเกินไปของน่องขา โดยให้วิ่งบนพื้นเรียบ ๆ เท่านั้น จะช่วยลดทั้งขนาดกล้ามเนื้อและไขมันส่วนเกินบริเวณน่องได้ แถมยังจะทำให้ขาดูเรียวกระชับมากขึ้นอีกด้วย

วิธีทําให้ขาเล็กลดต้นขา

ลดต้นขาด้วยการบริหารต้นขา

วิธีนี้เป็นวิธีบริหารลดต้นขาแบบฉบับของสาวญี่ปุ่น ซึ่งทำได้ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ เพียงแค่นั่งลงบนเก้าอี้ แล้วหาหนังสือสัก 1-2 เล่มมาหนีบไว้ระหว่างขาให้แน่น (อย่าให้หนังสือตกนะคะ) โดยทำค้างไว้เท่าที่คุณสามารถทำได้ ยิ่งนานเท่าไรก็ยิ่งดีค่ะ หากสาว ๆ ทำเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง รับรองว่าต้นขาของคุณจะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ เห็นไหมคะว่าง่ายแสนง่าย แถมยังสามารถทำไปพร้อม ๆ กับกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น นั่งทำงาน นั่งดูโทรทัศน์ นั่งอ่านหนังสือ หรือนั่งเล่น เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นวิธีบริหารต้นขาที่สาว ๆ ญี่ปุ่นเขาปฏิบัติกันแล้วได้ผลมาก ๆ เลยค่ะลดต้นขา

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเทคนิคแสนง่ายที่จะช่วยเปลี่ยนขาอวบ ๆ ตัน ๆ ให้เรียวสวยที่กระปุกดอทคอมนำเอามาฝากกันในวันนี้ สำหรับสาว ๆ ที่ชื่นชอบวิธีไหนก็จัดกันไปได้เลยค่ะ หรือถ้าอยากให้ขาเล็กลงเร็ว ๆ ก็ทำให้ครบทุกวิธีเลยยิ่งดี รับรองว่าเห็นผลเร็วทันใจ อีกไม่นานสาว ๆ ก็จะสามารถโชว์เรียวขาสวย ๆ ได้แน่นอนจ้า ลดต้นขา.